|
รายละเอียด
ทั่วไป |
| ชื่อสมุนไพร |
Panax Quinquefolium
|
| ตระกูลพืช |
Araliaceae |
| ชื่อสามัญ |
โสมอเมริกา ,โสมห้านิ้ว
, โสมห้าใบ ,Redberry |
| ถิ่นกำเนิด |
พบครั้งแรกในป่าแถบอเมริกาเหนือและทำการเพาะปลูกครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายปี
ค.ศ.1800 |
| ประวัติ |
ชื่อ Panaxis ได้มาจากคำกรีกโบราณ"Panacia"
ซึ่งแปลว่า รักษาได้ทุกโรค |
| ประเพณีนิยม |
ชาวอินเดียน - อเมริกันพื้นเมืองถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่สำคัญ
หลายชนเผ่านำไปใช้เป็นตัวยาที่สำคัญ |
| ชื่อจีน |
Xi Yang Shen |
| การสะสมพลังงาน |
ความเย็น (หยิน)
และลักษณะเชิงบวก(ชี่) |
| พลังงานที่ให้
|
ความเย็น |
| รสชาติ |
หวานและขมเล็กน้อย |
| ระบบอวัยวะที่ตอบสนอง |
ปอด ม้าม ช่องท้อง
|
| หน้าที่ที่สำคัญ |
เสริมกำลังชี่ หล่อเลี้ยงความเย็น
และทำให้ความร้อนจางหาย
|
โสมอเมริกา |
โสมอเมริกา
เป็นพืชตระกูลโสมที่สืบเชื้อสายมาโดยตรง มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา เหนือลำต้นเติบโตมาจากรากแก้ว
แต่ละกิ่งก้าน จะมีลักษณะคล้ายใบ ของต้นปาล์ม มีดอกสีขาวอมเขียว และ
เมล็ดเป็นสีแดง ตัวโสมจะมีลักษณะผิวคล้ายฟองน้ำ ซึ่งมีลักษณะแบบเดียวกับโสมในแถบทวีปเอเซีย
จากการทดลองหลายครั้งพบว่า สารประกอบในโสมอเมริกา มีฤทธิ์ตัวยามากกว่า
โสมทางเอเชียถึงสองเท่าโดยเฉพาะตัวยา Rb ซึ่งมีประโยชน์กับทุกเพศ ทุกวัย
เหมาะสำหรับการบำรุงร่ากาย
|
พลังมหัศจรรย์โสมอเมริกา |
ในเมืองจีนยุคใหม่ขนานนามให้แก่โสมอเมริกาว่าเป็น
" พืชสมุนไพรทอง " ( Green Gold ) เพราะมีคุณค่าในการบำบัดช่วยขจัดความร้อนในร่างกายโสมอเมริกาให้พลังงานในด้านเย็นโดยธรรมชาติ
โสมอเมริกาให้พลังงานในด้านเย็นโดยธรรมชาติ จะปรับระบบภายในร่างกายให้เกิดความสมดุล
และยังช่วยขจัดความร้อนในร่างกาย โดยเฉพาะความร้อนที่เกิดมากใน ปอด ช่องท้อง
โสมอเมริกา จะทำให้ ปอดชุ่มชื่นขึ้น และ เย็นลง
โสมอเมริกาได้รับความนิยมสูงมากในประเทศจีน โดยใช้บำรุงปอดสำหรับผู้ที่ไอแห้ง
ๆ ซึ่งมีสาเหตุอันเกิดมาจากควันพิษ ของบุหรี่ ยังช่วยให้คุณแม่ที่พึ่งคลอดบุตรใหม่
ๆ มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพร แนะนำให้ใช้โสมอเมริกา
ในการบรรเทา อาการเครียด และ ความอ่อนเพลียซึ่งช่วยปรับสภาพ ให้ร่างกายเย็น
ซึ่งจะเสริม กำลังการไหลเวียน ของเหลวในร่างกาย |
ประโยชน์โสมอเมริกา |
1.
ปรับสภาพระบบสมองและระบบประสาท
- มีอิทธิพลต่อการตอบสนองของระบบประสาท
- กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง
- เพิ่มระดับพลังงาน
- เพิ่มสมาธิและความสามารถในการรับรู้ และ การเรียนรู้(ซึ่งอาจจะด้อยลงเพราะความบกพร่องของการจัดส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ)
-เพิ่มการสะสมของโปรตีนและการทำงานของเส้นประสาทในสมอง
- บรรเทาอาการนอนไม่หลับ
- ลดความเคลียด
- ลดอาการเมื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ
- เพิ่มการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ลดการเกิดโรคโลหิต จาง
- ลดความดันโลหิตสูง |
2.
ปรับสภาพหลอดเลือดและหัวใจ
- ปรับสภาพการทำงานโดยทั่วไปของหลอด เลือดหัวใจ
- ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเส้นเลือด
- ละลายสารพิษตกค้างในหลอดเลือดหัวใจ
- บรรเทาสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับปอด |
3.
ปรับสภาพร่างกายในผู้หญิง
- เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- เพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิง
- บรรเทาอาการของวัยหมดประจำเดือน |
4.
ปรับสภาพลำไส้และกระเพาะอาหาร
- กระตุ้นความอยากอาหาร
- ช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ
|
5.
ปรับสภาพต่อมต่าง ๆในร่างกาย
- ให้ประโยชน์ต่อระบบต่อมน้ำเหลืองหรือต่อมในเลือดโดยเฉพาะต่อมใต้สมองและต่อมอะดรีนัล
- กระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังตามธรรมชาติ
- ป้องกันการขยายตัวจนเกินขอบเขตของต่อมอะดรีนัล
- ป้องกันโรคผิวหนังและรักษาสภาพผิวหนัง |
6.
ปรับสภาพระบบภูมิคุ้มกัน
- ช่วยเพิ่มการผลิตโฮโมนธัยมัส ซึ่งสำคัญต่อการทำ หน้าที่ของระบบภูมิป้องกันให้ร่างกายมีความต้านทานต่อยาแอลกอฮอล์เคมีบำบัด
และสารพิษต่าง ๆสูงขึ้น |
7.
ปรับสภาพตับ
- ช่วยลดระดับคอลเลสเตอร์รอลในเส้นเลือด (ระดับไขมันในเส้นเลือด)
- ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน |
8.
ปรับสภาพร่างกายในผู้ชาย
- เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- ลดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
- กระตุ้นต่อมเพศของผู้ชาย
|
9.
ปรับสภาพของทางเดินของการหายใจ
- บรรเทาอาการไข้หวัด
- บรรเทาอาการแน่นหน้าอก |
10.
อื่น ๆ
- บรรเทาอาการโรคเบาหวาน
- ควบคุมการสันดาบของกลูโคส
- รักษาความสมดุลของการทำงานของร่างกาย
- ป้องกันไขมันส่วนเกิน โดยลดความกดดันทางด้านกายภาพ เคมี และ ชีวภาพของร่างกาย
- ลดผลกระทบกระเทือนที่เกิดจากความสูงวัย
- กระตุ้นให้เซลล์สร้างภูมิคุ้มกัน การติดเชื้อไวรัส
- เพิ่มขีดความสามารถในการเล่นกีฬาทำให้ร่างกาย ใช้เวลาในการ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากออกกำลังกาย
หรือผ่านสภาวะกดดัน
- ช่วยกระตุ้นการขับของเสียในร่างกาย |
|
การเพาะปลูก
|
| - การควบคุมคุณภาพ
เริ่มจากการเพาะปลูกในบริเวณที่มีอุณหภูมิ 0 - 25 องศาเซลเซียสตลอดปี
ควบคุมอุณหภูมิดินให้คงที่อยู่เสมอ ใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่หมักจากใบของต้นโสมเอง
และ เก็บ เกี่ยวเมื่อ อายุ 4-6 ปี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าโสมช่วงอายุ
4-6 ปี เป็นช่วงที่รากโสมมีปริมาณสารออกฤทธิ์สูงสุดเหมาะที่จะนำมาบำรุงร่างกาย
- ปลอดภัยจากสารตกค้าง
เช่น ยาฆ่าแมลง เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อรา สารอัลฟาลท็อกซิน ตะกั่วและปรอท
เป็นต้น เพราะมีขบวนการขจัดสารตกค้าง และ เชื้อจุลินทีรย์ ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ
-สรรพคุณการออกฤทธิ์คงอยู่แน่นอน เพราะบรรจุโสมใน แคปซูลชนิดนิ่มทำให้ออกฤทธิ์ได้ดี
รวดเร็ว และ ยังช่วยป้องกันการสูญสลายของตัวยาได้ดีกว่า รับประทานง่าย
พกพาสะดวก |