|
Night
Photography
|
|
เทคนิคการถ่ายภาพพลุ 63 เข้าใจเทคนิคการถ่ายภาพพลุ
การถ่ายภาพพลุนั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่การจะถ่ายให้ภาพที่ดูดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก วิธีที่จะถ่ายภาพพลุให้น่าสนใจและสวยงามคือควรจะมีฉากหรือซับเจ็คท์หลักในภาพเสมอ โดยอาจจะเป็นสถาปัตยกรรมอะไรก็ได้เพื่อให้ภาพมีเนื้อหาและองค์ประกอบภาพไม่โล่งจนเกินไป และที่สำคัญก็คือฉากหรือซับเจ็คท์ในส่วนนี้จะต้องได้รับแสดงพอดีด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องวัดแสงในส่วนนี้ไว้ก่อนโดยปรับขนาดรูรับแสงไปใช้ที่ f/8 หรือ f/11 และคำนวณเวลาในการเปิดชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กัน เหตุที่ต้องใช้รูรับแสง f/8 หรือ f/11 ก็เพราะเป็นขนาดรูรับแสงที่ใช้ในการเปิดรับแสงพลุซึ่งบางครั้งอาจทำให้ต้องใช้เวลาในการเปิดรับแสงให้พอดี ก็อาจจะมีพลุที่ถูกจุดขึ้นมาซ้อนทับกันหลาย ๆ ลูกเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้พลุสว่างโอเวอร์ได้ครั้นจะลดเวลาในการเปิดรับแสงลงโดยเปิดรูรับแสงให้กว้างขึ้น ก็ไม่สามารถทำได้เพราะจะทำให้พลุโอเวอร์ หรือถ้าจะปิดชัตเตอร์ให้เร็วขึ้นเพื่อไม่ให้พลุซ้อนทับกันมากเกินไปจนโอเวอร์ก็จะทำให้ส่วนของซัปเจ็คท์ยังไม่ได้รับแสงที่พอดี จะเห็นได้ว่าการถ่ายภาพพลุร่วมกับสิ่งก่อสร้างที่ใช้เป็นซัปเจ็คท์หลักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ถ้าหากว่าแสงที่ส่องบริเวณซัปเจ็คท์มีความสมดุลกับช่วงเวลาในการเปิดรับแสงประมาณ 10-20 วินาที ที่ f/8 หรือ f/11 ก็ถือว่าโชคดีไปเพราะช่วงเวลาในการเปิดรับแสงกับช่วงเวลาที่บันทึกภาพพลุจะเหมาะสมกันพอดี หรือถ้าแสงบริเวณซัปเจ็คท์มีความสว่างกว่าก็ยังถือว่าดีกว่าเพราะเราสามารถบังแสงเป็นบางช่วงด้วยผ้าดำหรืกระดาษดำเพื่อหใเวลาเปิดรับแสงพอดีได้ โดยเปิดหน้าเลนส์เฉพาะจังหวะที่พลุระเบิดออกอาจจะสัก 3-4 ลูก ก็ปิดชัตเตอร์ได้ แต่ถ้าแสงในบริเวณนี้มืดหรือมีความสว่างน้อยมาก ๆ ที่ต้องใช้เวลาในการเปิดรับแสงนาน ๆ เช่น 1 นาที หรือมากกว่าขึ้นไป (ที่ f/8 หรือ 11) จะทำให้การถ่ายภาพพลุร่วมกับซัปเจ็คท์เป็นเรื่องยากขึ้น วิธีถ่ายภาพในลักษณะนี้อาจทำให้ได้จำนวนภาพไม่มากนัก เพราะแต่ละภาพต้องใช้เวลาการเปิดรับแสงนาน วิธีแรกคือตั้งกล้องเปิดรับแสงในส่วนของฉากที่เป็นซัปเจ็คท์ไว้ก่อนหน้าที่พลุจะถูกจุด โดยกะเวลาฟิล์มรับแสงไปก่อนประมาณ 2/3 สตอป ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าต้องการใช้เวลาในการเปิดรับแสงของซัปเจ็คท์ 60 วินาที f/8 ก็ให้เปิดรับแสงล่วงหน้าไว้ก่อนสัก 45 วินาที (2/3 สตอป) ก่อนที่พลุจะถูกจุด ส่วนช่วงเวลาเปิดรับแสงอีก 1/3 สตอปที่เหลือจะเป็นช่วงเวลาที่รวมไปกับการเปิดรับแสงพลุ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไป จะใช้เวลาในการเปิดรับแสงภาพละประมาณไม่เกิน 15 วินาทีเท่านั้นกับจำนวนพลุ 3-5 ลูก อย่างไรก็ตามการจะใช้วิธีนี้จะต้องรู้ตำแหน่งและเวลาจุดของพลุก่อนล่วงหน้า เพื่อให้การกะตำแหน่งตรงกับที่พลุจะระเบิดออกพอดี แต่วิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะการถ่ายภาพแรกก่อนที่พลุจะถูกจุดเท่านั้น ส่วนในภาพต่อไปหรือภาพที่เริ่มการเปิดรับแสงพร้อม ๆ กับพลุที่เริ่มจุดและระเบิดออกจะต้องใช้วิธีตรงกันข้าม คือเมื่อเห็นว่าบันทึกภาพพลุได้ตามที่ต้องการแล้วให้รีบบังหน้าเลนส์ด้วยผ้าดำทันที (แต่ยังไม่ปลดล๊อคซัตเตอร์) ซึ่งช่วงเวลาที่ใช้ในการเปิดรับแสงจะยังไม่ใช่เวลาที่พอดีกับค่าแสงของซับเจ็คท์หลัก จากนั้นจึงเปิดหน้าเลนส์ออกเพื่อรับแสงเป็นช่วง ๆ เพื่อสะสมเวลาให้ครบตามที่วัดแสงได้โดยรอจังหวะที่ไม่มีพลุถูกจุดขึ้น (คือปิดหน้าเลนส์เมื่อพลุระเบิดและเปิดหน้าเลนส์เมื่อไม่มีพลุ) แต่ถ้าพลุถูกจุดอย่างชุกและต่อเนื่องกันถี่มาก ก็อาจจะต้องยอมถ่ายเพียงภาพเดียวโดยบังหน้าเลนส์ไว้จนกระทั่งพลุถูกจุดจนหมดจึงเปิดรับแสงต่อให้ครบเวลา ก็จะได้ภาพที่ได้รับแสงพอดีทั้ง 2 ส่วน (ถ้าไฟยังเปิดอยู่แต่ถ้าไฟปิดลงพร้อมกับพลุลูกสุดท้ายระเบิดออกก็นับว่าโชคร้ายอย่างมหาศาล) วิธีถ่ายภาพพลุข้างต้นเป็นการถ่ายาภาพที่พลุถูกจุดขึ้นในตำแหน่งเดิมหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นวิธีที่หลีกเลี่ยงพลุซ้อนทับกันหลายลูกจนโอเวอร์ แต่ถ้าพลุถูกจุดคนละตำแหน่งหรือสูงต่ำต่าง ๆ กัน ก็เปิดรับแสงไปได้เรื่อย ๆ โอกาสที่ภาพพลุจะโอเวอร์ก็แทบจะไม่มีหรือมีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากพลุไม่ซ้อนทับกันนั่นเอง สำหรับระบบบันทึกภาพที่เหมาะสมแก่การใช้ถ่ายภาพพลุมากที่สุด คือระบบแมนนวลเพราะสามารถกำหนดเวลาในการเปิดรับแสงได้แน่นอนกว่าระบบอื่น ๆ รวมทั้งยังควบคุมรับแสงได้ตามที่ต้องการอีกด้วย ในการถ่ายภาพพลุนั้นมีบ่อยครั้งที่ไม่อาจหาทำเลที่เป็นไปตามที่ต้องการหรือมีฉากหรือสิ่งก่อสร้างที่จะใช้เป็นซัปเจ็คท์หลักได้ ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งกล้องหรือทำเลที่จุดพลุก็ได้ วิธีแก้ไขในเรื่ององค์ประกอบภาพให้ดูน่าสนใจอาจใช้เงาสะท้อนที่ผิวน้ำมาช่วยลดความโล่งของภาพได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าเงาสะท้อนของพลุที่ผิวน้ำนั้นจะมีความสว่างน้อยกว่าตัวพลุมาก และถ้าผิวน้ำไม่นิ่งภาพที่เกิดขึ้นในส่วนนี้จะค่อนข้างมั่วและไม่เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนจนยากจะคาดเดาได้ ซึ่งบางทีก็อาจสวยงามแต่บางครั้งอาจให้ภาพที่ไม่ดูยิ่งขึ้นไปอีกก็ได้ แม้ว่าวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องขององค์ประกอบภาพไม่ให้หลวมและเป็นภาพที่มีแต่พลุอย่างเดียวได้ก็ตาม แต่ข้อเสียก็คือทำให้ต้องแบ่งพื้นที่ภาพออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน ซึ่งภาพลักษณะนี้หากตัวภาพไม่สวยงามและแปลกตาจริง ๆ แล้ว ภาพจะดูค่อนข้างน่าเบื่อและไม่มีพลังดึงดูดสายตาที่ดีพอ ยังมีวิธีการถ่ายภาพพลุอีกวิธีหนึ่ง คือ ถ่ายภาพโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง (ใช้มือถือกล้องและกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้) วิธีนี้จะทำให้ได้ภาพพลุเป็นเส้นหยัก ๆ ตามการสั่นของมือ ซึ่งก็ให้ภาพที่แปลกตาดีเหมือนกัน แต่วิธีนี้จะใช้ได้กับเฉพาะการถ่ายภาพพลุอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้บันทึกภาพร่วมกับซัปเจ็คท์อื่น ๆ ได้เพราะจะทำให้ภาพในส่วนนี้พร่ามัวจนดูไม่รู้ว่าเป็นภาพอะไร แต่สามารถนำไปใช้ถ่ายภาพซ้อนได้ซึ่งก็จะให้ภาพพลุที่แปลกตากว่าภาพพลุทั่วไป การถ่ายภาพแสงกลางคืนและพลุ เป็นการถ่ายภาพที่ต่างจากการถ่ายภาพแสงกลางวันพอสมควรทั้งในเรื่องการเปิดรับแสงและสีของภาพที่ได้ ซึ่งผู้ถ่ายจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องอุณหภูมิสีของแสงเสียก่อนจึงจะคาดเดาสีของภาพที่เกิดขึ้นได้รวมทั้งการแก้สีด้วยฟิลเตอร์ด้วย แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะไม่นิยมแก้สีกันเนื่องจากว่ายุ่งยากและให้สีที่ไม่สวยงามสดเข้มเท่าที่ควร ส่วนการถ่ายภาพพลุยังมีเทคนิคปลีกย่อยอีกมากทั้งการใช้ฟิลเตอร์สีย้อมในบางส่วนของพลุที่เป็นสีขาว หรือใช้ผ้าดำบังทันทีที่พลุระเบิดออกสุดเพื่อหลีกเลี่ยงแสงพลุบริเวณปลายที่อาจให้ภาพไม่เป็นเส้นสวยงาม และอีกหลายวิธีตามแต่ใครจะคิดขึ้นมาได้ หรือแม้แต่ใช้เทคนิคการถ่ายภาพซ้อนทั้งม้วน โดยถ่ายภาพของฉากหรือซัปเจ็คท์ไว้ก่อนแล้วจึงถ่ายภาพพลุซ้อนลงไป อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพพลุเป็นการถ่ายภาพที่ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และไม่มีเวลาให้แก้ไขมากนัก ส่วนสำคัญที่สุดคือขนาดรูรับแสงจะต้องไม่เผลอเปิดกว้างกว่า f/8 อย่างเด็ดขาด ถ้าใช้ฟิล์ม ISO 100 และระยะโฟกัสต้องอยู่ที่อินฟินิตี้เท่านั้น
ในการถ่ายภาพพลุนั้นหากไม่สามารถหาสิ่งก่อสร้างที่สวยงามมาเป็นองค์ประกอบหลักได้ การใช้มุมเงาสะท้อนที่ผิวน้ำก็เป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะให้ภาพที่ดูดีกว่าภาพพลุแต่เพียงอย่างเดียวแล้วยังช่วยในเรื่องขององค์ประกอบภาพให้แน่นขึ้นอีกด้วย Nikon F - 801S เลนส์ 20 - 35 มม. ; f/8, ชัตเตอร์ B, ฟิล์ม Agfa RSX II
ในการแสดงแสงสีเสียงเกือบทุกๆ ที่มักจะมีการจุดพลุด้วยเสมอ ซึ่งการถ่ายภาพจะต้องเผื่อพื้นที่และกะตำแหน่งไว้ล่วงหน้า โดยดูตำแหน่งของพลุลูกแรกที่ถูกจุดขึ้นมา แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากก็คือความสว่างของแสงที่ใช้เป็นฉากหรือองค์ประกอบหลักซึ่งจะต้องคำนวณเวลาในการเปืดรับแสงให้เหมาะสม และไม่เปิดรับภาพพลุจนมากเกินไปซึ่งบางครั้งอาจจะต้องรอให้พลุถูกจุดหมดเสียก่อนจึงเปิดรับแสงต่อ เนื่องจากการถ่ายภาพพลุจะใช้รูรับแสงกว้างกว่า f/8 - 11 ไม่ได้นั่นเองหากใช้ฟิล์มไวแสงตั้งแต่ ISO 100 ขึ้นไป Olympus OM - 4 เลนส์ 24 มม. ; f/8, ชัตเตอร์ B, ฟิล์ม Fuji Provia 100
การถ่ายภาพพลุควรจะต้องมีองค์ประกอบเป็นจุดเด่นในภาพด้วย เพื่อเป็นการสร้างเนื้อหาและความสวยงามให้กับภาพได้มากกว่าการถ่ายภาพพลุเพียงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งที่นิยมนำมาใช้กันมากก็คือสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะโบราณสถาน Olympus OM - 4 เลนส์ 35 - 105 มม. ; f/8, ชัตเตอร์ B, ฟิล์ม Kodak E100VS
|
|
ผู้จัดทำ นายเฉลิมพล สุขเกษม รหัส 42064508 นางรุ่งระวี สินธุรัตน์ รหัส 42064516 นักศึกษาปริญญาโท คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีการศึกษาทางการอาชีวะและเทคนิคศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง |