ปาฏิหาริย์ อาหารแม็คโครไบโอติกส์/มังสวิรัติ พิขิตมะเร็งระยะสุดท้าย(3 / สุดท้าย)

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วของนายแพทย์ แอนโธนี่ แซททิลาโร ผู้หายจากโรคมะเร็งของต่อมลูกหมากขั้นสุดท้าย ด้วยการควบคุมอาหารที่ได้รับตีพิมพ์ใน Life Magazine
...นายแพทย์ แอนโธนี แซททิลาโร เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมโทดิสต์ เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้ายเมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๒๑ และปรากฏว่ามะเร็งได้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆของร่างกาย เช่น กระโหลกศรีษะ ไหล่ กระดูกสันหลัง กระดูกก้นกบ และกระดูกซึ่โครง ในขณะที่แพทย์ผู้นี้อายุเพียง ๔๗ ปีและหมอผู้รักษาได้พยากรณ์ว่า เขาอาจจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง ๒-๓ ปีเท่านั้น
หลังการวินิจฉัย แพทย์ได้ผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออกและรักษาด้วยวิธีการแพทย์สมัยใหม่โดยฉีดฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) เพื่อระงับการแพร่กระจายของโรค อย่างไรก็ตาม ในเวลาไม่นานนักผลก็ปรากฏว่า วิธีการรักษาดังกล่าวไม่อาจหยุดยั้งการลุกลามของมะเร็งได้ ทำให้นายแพทย์ผู้นี้สิ้นหวังในการรักษาแบบปัจจุบัน และแสวงหาวิธีอื่นในการรักษาโรค สิ่งที่เลวร้ายสำหรับนายแพทย์ผู้นี้ก็คือ การที่มะเร็งลุกลามไปที่กระดูกสันหลัง ทำให้มีการปวดหลังอย่างรุนแรงตลอดเวลา
ต่อมาในเดือน สิงหาคม ๒๕๒๑ นายแพทย์แซททิลาโรได้รับการแนะนำให้รักษาด้วยการควบคุมอาหาร ภายใต้ทฤษฏีว่า "มะเร็งเป็นสภาวะไม่สมดุลย์อย่างยิ่งในร่างกาย เกิดจากสาเหตุใหญ่คือ การรับประทานอาหารไม่ถูกหลัก"
เขาได้ปฏิบัติตัวและควบคุมทานอาหารแบบแมคโครไบโอติกส์แบบมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด (อาหารที่เคยกินและชอบถูกตัดออกหมด มีเนื้อสัตว์ นมไข่ ข้าวที่ถูกขัดสีจนขาว รวมทั้งขนมปังขาวทุกชนิด อาหารเคมี อาหารกระป๋อง น้ำดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ ฯลฯ เปลี่ยนมาเป็นอาหารเมล็ดพืชแท้ ๕๐ ถึง ๖๐ เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะข้าวซ้อมมือ พืชผัก ๒๕ เปอร์เซนต์ ถั่วและพืชทะเล ๑๕ เปอร์เซนต์)
นายแพทย์ แซททีลาโร ได้เขียนความรู้สึกของเขาไว้ว่า "ตัวเองไม่มีจุดหมาย หมดหวัง และทรมาน แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น น่าจะลองรักษาดูด้วยวิธีธรรมชาติดีกว่ารอความตายอย่างทรมาน"
นายแพทย์ แซททีลาโร ได้มีโอกาสพบและศึกษาวิธีการ ปฏิบัติตัวตามหลักแมคโครไบโอติกส์ จาก มิซิโอะ คึซิ(Michio Kushi) ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์โบราณของตะวันออก หลังจากได้พบและรับคำปรึกษาจากปรมาจารย์ทางแมคโครไบโอติกส์ชาวญี่ปุ่นผู้นี้แล้ว นายแพทย์ แซททีลาโร ก็เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า การรักษาโรคมะเร็งของเขาด้วยวิธีแมคโครไบโอติกส์นั้นน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโรคร้าย เขาได้ศึกษาหาความรู้ทางปรัชญาของแพทย์ตะวันออก รวมทั้งปฏิบัติตนตามแนวทางของแมคโครไบโอตืกส์อย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นเพียง ๕ เดือน อาการปวดหลังของเขาก็ค่อยๆดีขึ้นและหายไปในที่สุด ร่างกายมีความกระฉับกระเฉง และจิตใจผ่องใสมาก (นายแพทย์ แซททีลาโร ยังได้เล่าต่อไปอีกด้วยว่าผมกลับรู้สึกดีขึ้นกว่าหลายปีที่ผ่านมา เป็นเวลากว่า ๒๐ ปีทีผมเป็นโรคลำไส้เรื้อรัง ใช้ยาหลายชนิดแต่ก็ไร้ผล หลายสับดาห์มานี้หลังจากผมเริ่มควบคุมอาหารโรคเหล่านี้ก็หายไป) เมื่อได้รับการตรวจจากนายแพทย์ผู้รักษาก้ได้พบว่าโรคมะเร็งได้หยุดลุกลาม แต่ก็ยังปรากฏร่องรอยของโรคมะเร็งในกระดูกต่างๆ
ในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๒๒ แซททีลาโร ได้รับการเอ็กซเรย์กระดูก ปรากฏว่าไม่พบร่องรอยมะเร็งในกระดูกชิ้นใดๆเลย ทั้งๆที่เคยมีมะเร็งปรากฏอยู่ในอดีต และนายแพทย์ แซททีลาโร ได้หายจากโรคมะเร็งอย่างสมบูรณ์ที่สุด
ในตอนสุดท้ายของเรื่องราวของนายแพทย์ แซททีลาโร เขาได้เขียนว่า "ทุกวันนี้ผมมีสุขภาพสมบูรณ์ที่สุดที่เคยเป็นมา ๓๐ ปี ผมยังทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมโทดิสต์ ผมยังควบคุมอาหารต่อไปและเรื่องที่ผมออกไปบรรยายข้างนอกบ่อยที่สุด คือ "การควบคุม อาหารสามารถต้านทานมะเร็งได้"
...เราคงเห็นแล้วใช่ไหมว่า อาหารมังสวิรัติมีปาฏิหารย์เพียงใด เรื่องที่ยกมาเป็นเพียงประสบการณ์ตรงของบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังเพียง ๒ ประสบการณ์จากอีกร้อยๆพันๆประสบการณ์ของผู้ที่ได้พบกับปาฏิหารย์ของชีวิตใหม่จากการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอาหาร

จากหนังสือ"ปาฏิหาริย์ของอาหารมังสวิรัติ"
มูลนิธิรัศมีธรรม

Hosted by www.Geocities.ws

1