ผลไม้ไทยสู้มะเร็�

โรคภัยไข้เจ็บในยุคปัจจุบันที่เกิดจากพฤติกรรมการอยู่การกินสูงขึ้น ทุกวัน
รอ� 10 ปีที่ผ่านมาคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นเกือ� 2 เท่าตั�

จากป� 2540 เสียชีวิ� 26,237 คน เป็น 52,062 คน ในปี 2549 เฉลี่ยชั่วโมงล� 6 รา�
และเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดปีล� 34,000 รา� เฉลี่ยชั่วโมงล� 4 รา�
พร้อมๆ กับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งและโรคหัวใจ ก็มีการพูดถึ� "อนุมูลอิสร�" (Free Radicle) ว่าเป็นตัวการในการทำให้เกิดโรคต่างๆมากขึ้น ไม่ว่าโรคมะเร็� โรคหัวใจ เบาหวา� ความดันโลหิตสู� ภูมิแพ�
อนุมูลอิสระมาจากทั้งภายในและภายนอกร่างกา� เช่น มลภาวะ อาหา� สารเคม� ยา เครื่องสำอาง
รวมทั้งของเสียที่ปล่อยออกมาจากเซลล์ในร่างกาย ภายหลังสร้างพลังงา� หรือเมื่อเกิดความเครีย�
อนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่อิเล็กตรอนไม่ครบคู่ และต้องแย่งอิเล็กตรอนจากโมเลกุลตัวอื่น จนโมเลกุลในร่างกายไล่แย่งกันเป็นลูกโซ่ ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพในวงกว้า�
เมื่อเซลล์เสื่อมก็ทำให้เกิดโรคตามม�
เมื่อร่างกายยังสมบูรณ์อยู่ในวัยหนุ่มสา� ก็สามารถสร้างสารต้านอน� มูลอิสระ (Antioxidants) ขึ้นมาได�
แต่เมื่อไม่แข็งแรง มีความเครียดสู� หรือชราไ� สารนี้ก็จะลดลง โอกาสเกิดโรคต่าง� ก็สูงขึ้�
แต่สารต้านอนุมูลอิสระพบมากในผักสดและผลไม� โดยจะอยู่ใ� วิตามินอ� วิตามินซ� และวิตามินเอหรือเบต้าแคโรทีน
วิตามินที่อยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์นี้จะมีมากในผักผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะที่มีสีเขียว แด� แส� และเหลือ� เช่น
ผักใบสีเขียวเข้ม ได้แก่ ผักข� ผักคะน้า ผักตำลึง ผักบุ้�
ผักผลไม้ที่มีสีเหลือ�เช่น ฟักทอง แครอ� มะเขือเท� มะม่วงสุ� มะละกอสุ�
วิตามินอีมีมากในน้ำมันพืชทั่วไ�เช่น น้ำมัน�าวโพ� น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย
ส่วนวิตามินซ�มีมากในผักและผลไม้สด
ล่าสุด กรมอนามัยสำรวจพบว่� ผลไม้ที่พบสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุด 10 อันดับแรกคือ
มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 873 ไมโครกรั� มะเขือเทศราชิน� 639 ไมโครกรั� มะละกอสุ� 532 ไมโครกรั� แคนตาลูปเหลือง 217 ไมโครกรั� มะปรางหวาน 230 ไมโครกรั� มะยงชิ� 207 ไมโครกรั� สับปะรดภูเก็� 150 ไมโครกรั� แตงโ� 122 ไมโครกรั� ส้มสายน้ำผึ้� 101 ไมโครกรั� และลูกพลับ 93 ไมโครกรั�
ส่วนผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงสุ� 10 อันดับแร� ได้แก่
ขนุนหนัง 2.38 มิลลิกรั� มะขามเทศ 2.29 มิลลิกรั� มะม่วงเขียวเสวยดิบ 1.52 มิลลิกรั� มะเขือเทศราชิน� 1.34 มิลลิกรั� มะม่วงเขียวเสวยสุก 1.23 มิลลิกรั� มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 1.1 มิลลิกรั� มะม่วงยายกล่ำสุก 0.97 มิลลิกรั� กล้วยไ� 0.47 มิลลิกรั� แก้วมังกรเนื้อสีชมพู 0.59 มิลลิกรั� และสตรอว์เบอร์รี� 0.54 มิลลิกรั�
ส่วนผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุด 10 อันดับแร� คื�
ฝรั่งกลมสาลี� 187 มิลลิกรั� ฝรั่งไร้เมล็� 151 มิลลิกรั� มะขามป้อ� 111 มิลลิกรั� มะขามเทศ 97 มิลลิกรั� เงาะโรงเรียน 76 มิลลิกรั� ลูกพลั� 73 มิลลิกรั� สตรอว์เบอร์รี่ 66 มิลลิกรั� มะละกอแขกดำสุก 55 มิลลิกรั� พุทราแอปเปิ้� 47 มิลลิกรั� และส้มโอขาวแตงกว� 48 มิลลิกรั�
ในอเมริกาได้แนะนำให้ผู้ชายบริโภคแคโรทีนอยด์วันละ 6 มิลลิกรั� ในคนไทยแนะนำให้บริโภควิตามินอีวันล� 6-15 มิลลิกรั� และวิตามินซีวันล� 40-90 มิลลิกรั�
และนอกจากดูแลเรื่องการกิ� ยังต้องหมั่นออกกำลังกา� พักผ่อนให้เพียงพ� รวมทั้งดูแลจิตใจไม่ให้เครียดมากเกินไปด้ว�
จากข่าวส� ออนไลน� 26/01/51

Hosted by www.Geocities.ws

1