ดาวไม่สิ้นแสง (4)

รุ่งอรุณ พระอาทิตย์แดงเรื่อกำลังปรากฏขึ้นจากเหลี่ยมเขา เมฆหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุมไปทั่วเชิงเขาที่มองเห็นไกลๆจากบ้าน อากาศยามเช้าเช่นนี้ช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน นกปรอดหัวโขนส่งเสียงร้องกันอย่างมีความสุขบนต้นไทรขณะที่กำลังกินลูกสีแดงของมันที่ดกเต็มต้นริมลำธาร
ฉันวิ่งออกกำลังกายเสร็จพอดี เหงื่อชุ่มตัวขณะยืนสูดอากาศยามเช้าเข้าปอดเต็มที่
ดวงกับเดือนเดินเข้ามา ยิ้มสดชื่นทั้งแม่และลูก ฉันมองลูกเมียด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงหาอาทร
"นี่จ้ะ น้ำส้มเพิ่งคั้นสดๆเลย เอนไซม์ยังไม่หนีไปไหน รีบทานเลยพ่อ"ดวงยื่นแก้วให้สามี
ฉันดื่มน้ำส้มซึ่งอุดมด้วยวิตามินซีอย่างสนิทใจตามแนวทางธรรมชาติบำบัด
"ดวงกับลูกมีอะไรที่จะบอกพ่อจ้ะ"
"ขอให้เป็นเรื่องดีๆบ้างนะ" ความรู้สึกของฉันต้องการให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ
"ดีแน่ค่ะ...เอ้าแม่บอกเรื่องของแม่เสร็จแล้วเดือนจะบอกเรื่องของเดือนบ้าง"
"อะไรกัน ต้องนำเสนอเป็นคนๆเลยหรือ..ไม่ใช่ One team one concept หรือจ้ะ" ฉันแกล้งเย้าทั้งสองคน
"ก็แนวคิดเดียวกันแหละพ่อ คือว่าดวงได้ความคิดมาจากอาหารสุขภาพของพ่อนั่นแหละ และคิดว่าแนวโน้มของอาหารสุขภาพจะมาแรงมาก เพราะคนเรากำลังมีความคิดที่จะคืนตัวเองสู่ธรรมชาติมากขึ้น เริ่มรู้สึกห่วงสุขภาพตัวเองที่ต้องบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษที่นับวันจะยิ่งมากขึ้น ดวงก็เลยอยากเปิดร้านอาหารเล็กๆจ้ะ ไปดูที่มาแล้วแถวๆ มช." ดวงเอียงหน้ายิ้มรอความเห็นจากสามี
"ก็เป็นความคิดที่ดีนะ ดวงไม่ได้ทำงานที่ธนาคารแล้วก็คงอยากหารายได้ชดเชย แล้วก็เป็นอาชีพอิสระ เป็นอะไรที่ดวงชอบทำด้วย แล้วจะทำอาหารอะไรล่ะจ้ะ"ฉันยังนึกภาพไม่ชัด
"โธ่พ่อ ก็ที่แม่เขาทำให้พ่อทานอยู่ทุกวัน แนวนั้นนั่นแหละ อาหารแบบชีวจิต" ลูกสาวใจร้อนกลัวแม่ตอบไม่ทันใจพ่อ
"แค่นั้นไม่พอหรอกลูก มันต้องสร้างสรรอะไรใหม่ๆอีก แม่จะทำไอศกรีม ผัก ผลไม้ สมุนไพร ใช้นมถั่วเหลืองแทนไข่และนมวัว จะมีเมนูให้เลือก เช่น ไอศกรีมแครอต ชาเขียว งาดำ ผลไม้ต่างๆตามฤดูกาล แผนกเบเกอร์รี่ ก็จะมีคุ้กกี้สุขภาพ เช่นกัน อาจจะมีบราวนี่สดๆใหม่ๆเป็นบางวัน และยังมีนมข้าวโพด พวกของขบเคี้ยว อย่างเช่นข้าวตังหน้าเห็ดออกหวานๆเค็มๆ ข้าวตังต้องทำจากข้าวซ้อมมือนะ ของเรานี่จะเป็นธรรมชาติหมด ไม่มีประเภทฟอกขาว น้ำตาลก็ต้องใช้น้ำตาลโตนด หรืออย่างน้อยก็ต้องน้ำตาลทรายแดงจ้ะ" คุณแม่แสดงท่ามาดมั่นในความคิด
"ก็ดีนะ แล้วเงินลงทุนล่ะจ้ะ กะงบประมาณหรือยัง" ฉันสงสัยแต่ในใจก็คิดว่าภรรยาคงจะเอามาจากเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากธนาคารที่ชดเชยให้เธอในการที่ต้องออกจากงานก่อนกำหนด
"คิดว่าจะไปกู้จากธนาคารเพื่อประชาชนของรัฐค่ะ เขาส่งเสริมให้ประชาชนประกอบอาชีพอยู่แล้ว ดอกเบี้ยก็ไม่แพง"
"ก็ดีนะ แล้วจะเริ่มเลยใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ แต่พ่อต้องช่วยด้วยนะ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านของคนหนึ่งคนใดนะ เป็นร้านของครอบครัวเรา ทุกคนต้องมีส่วนร่วม แม้กระทั่งน้องดาวก็ไม่เว้น"คุณแม่พูดอย่างเอาจริงเอาจัง
"จะให้น้องดาวมาช่วยอะไรจ้ะ"ฉันอมยิ้ม นึกถึงหน้าน้องดาวยิ่งคิดยิ่งสงสัย
"เราจะมีมุมหนึ่งในร้าน เป็นเหมือนแกลเลอรี่เล็กๆ เอาไว้แสดงภาพที่น้องดาวเขียนไงคะ น้องดาวตกลงแล้วที่จะเขียนขายเพราะอยากได้เงิน แต่เราขอน้องดาวที่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งบำรุงวัดค่ะพ่อ น้องดาวจะได้บุญและเป็นปกติเร็วๆ และอีกอย่างหนึ่งคนที่มาซื้อภาพก็จะได้บุญด้วย แบบนี้ใครๆก็อยากซื้อใช่ไหมล่ะพ่อ" เดือนกล่าวเสริมอย่างมั่นใจ
"ดีลูก เป็นความคิดที่ดีมาก พ่อเห็นด้วยที่จะช่วยให้น้องดาวมีคุณค่ากับสังคม แล้วไม่ลองคุยกับเด่นบ้างหรือ เผื่อเขาอยากได้บุญบ้าง เด่นมีพรสวรรค์ในการวาดรูปเหมือนๆกับน้องดาวนะ"
"ก็เหมือนพ่อนั่นแหละ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ดวงก็เลยอยากให้พ่อช่วยตกแต่งร้านไง เอาแบบให้ดูเป็นธรรมชาติ พ่อมีความคิดหลากหลาย ดวงรู้"
"เดี๋ยวก็ไอเดียกระฉูดหรอกแม่"เดือนยิ้ม ทำหน้าเป็น
"อะไรกระฉกกระฉูด วัยรุ่นสมัยนี้ทำภาษาเสียหายหมด..ตกลงนะพ่อ ช่วยหน่อยนะ พ่อจะได้มีอะไรทำเพลินๆไง ทำนะ พ่อชอบอยู่แล้วดวงรู้นี่"
"เอาจ้ะ ตกลงก็ตกลง ทำก็ทำ"ฉันรู้สึกอยากทำขึ้นมาเหมือนกัน
"แล้วเราล่ะเดือนมีอะไรจะมานำเสนอ เกือบลืมเลย"ฉันอยากรู้เรื่องของลูกสาวเหมือนกัน
"ก็ไม่มีอะไรหรอกพ่อ เดือนอยากจะหารายได้พิเศษก็เลยจะไปรับสอนหนังสือเด็ก ม.ต้น ม.ปลายตามบ้าน ได้ชั่วโมงละสองร้อยสามร้อยก็พอแล้ว ตอนนี้มีผู้ปกครองเด็กเริ่มสนใจแล้วนะพ่อ เพราะเด็กใกล้จะสอบกันแล้ว พ่อว่าไงจ้ะ"ลูกสาวเอียงหน้ามาถามใกล้ๆ
"ก็ดีนี่ ได้ฟื้นฟูความรู้ด้วย ช่วยเด็กด้วย แต่ลูกต้องดูหน่อยนะ ถ้าบ้านไกลเกินไปก็ต้องคิดให้หนัก จะลำบากและปลอดภัยหรือเปล่า ถ้าต้องผ่านที่เปลี่ยวๆอย่าไปนะ"ผู้เป็นพ่ออดห่วงลูกสาวไม่ได้เมื่อนึกถึงภัยสังคมในปัจจุบัน

Hosted by www.Geocities.ws

1