จันทร์สองภ� (6)

.....ดอกไม้ ประต� แจกั� ดินทรา� ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้� จานชาม บันไ� โคมไ� ที่สวยงา�
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนา�
บ้านนี้จะมีความงามได� ถ้ามีเธอ.....

"ถ้ามีเธอ..โธ�..จะมีได้อย่างไรล่ะในเมื่อวันเพ็ญกับฉันอยู่กันคนละภพแล้ว" ฉันหวลคิดถึงวันเพ็ญขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ร้าวรา�
"เพื่อนกับภรรยาอาจจะมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี้ก็ได้ในวันหนึ่�" โจให้ความหวังกับฉั�
"ถ้าเป็นไปได้อย่างนั้นจริงๆก็ดีน่ะซ�" ฉันหลับตาเห็นภาพฉันกับวันเพ็ญเดินประคองกอดกันเข้าไปในบ้านที่เห็นอยู่ข้างหน้า
"น่าจะเป็นไปได้นะเพราะแรงอฐิษฐานของนายและภรรยาที่จะขออยู่คู่กันตราบนิรันดร์ต่อพระจันทร์วันเพ็ญในค่ำคืนของวันมาฆบูชานั้นมีมนต์ขลังมา�"
"ฉันเชื่อแล้วว่านายล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งรูปทั้งนามที่เป็นตัวฉันจริงๆ" พูดเสร็จฉันก็เดินเข้าไปในบริเวณบ้า�
สิ่งที่ฉันได้เห็นคือบ้านบนเนินสูงที่สร้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยไม้ที่สวยงามอย่างบรรยายไม่ถู� รอบๆบริเวณของบ้านที่มีพื้นที่เป็นเนินนั้นถูกตัดแต่งเป็นระดับปูด้วยหญ้าสีเขียวแต่ละชั้นจะเต็มไปด้วยต้นกุหลาบมากมายเป็นร้อยเป็นพันต้นที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งหลากหลายสีส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณท่ามกลางบรรยากาศที่มีหมอกบางๆตลอดวันทำให้บริเวณทั้งหมดมีละอองน้ำเกาะอยู่ตลอด บริเวณทางเข้าบ้านนั้นเป็นเส้นทางที่ปูด้วยหินผสมแผ่นไม้ธรรมชาติซอกซอนด้วยมอสที่มีดอกเล็กๆปกคลุมไปทั่ว เส้นทางนั้นแยกไปตามที่ต่าง� เช่น สระน้ำแร่ที่มีน้ำพุธรรมชาติสวยงา� ศาลารูปแบบวิคทอเรี� สระบัวหลากหลายพันธุ์ หอคอยชมวิว ลานดูดาว บ้านนี้ออกแบบให้มีสวนอยู่ตรงกลาง มีลำธารไหลผ่านกลางบ้านด้วย บริเวณข้างในบ้านก็มีทุกส่วนคล้ายๆบ้านทั่วไ� มีห้องนอ� ห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นที่มีเปียนโนพร้อม ห้องพร� ระเบียงรอบบ้าน ส่วนบริเวณหลังบ้านเป็นสวนไม้ในวรรณคดีครบถ้วนส่งกลิ่นหอมไปทั่วขณะที่ฉันเดินไปถึ�
"เป็นไงล่ะเพื่อนบ้านในฝัน" โจถามยิ้มๆเพราะรู้ว่าฉันกำลังมีความสุขมา�
"ชอบมาก ที่ชอบเพราะว่ายังรู้สึกว่าชีวิตยังไม่ไกลห่างจากโลกเดิม นี่ถ้าบ้านไม่ใช่แบบนี้นะ แต่เป็นวิมาน หรืออะไรที่เป็นรูปทรงพลับพลาลอยอยู่บนเมฆฉันคงรับไม่ได้แน่ๆ"
โจหัวเราะอย่างขบขั� "นายยังไม่มีบุญที่จะอยู่แบบนั้นหรอก นั่นมันระดับอริยะเจ้าแล้� พวกท่านเกือบจะลดละปล่อยวางหมดแล้� ชีวิตประจำวันจะปฏิบัติสมาธิภาวนาตลอด ไม่เหมือนพวกเราที่นี่ถึงจะพ้นจากภพเดิมมาแล้ว มาอยู่สวรรคาลัยระดับนี้ก็ยังถือว่ากิเลสตัณหายังไม่หมดไปทีเดียว ยังต้องติดยึดอยู่กับโลกียะ ยังต้องเสพย์สุขอยู่บ้า� เพียงแต่ว่าตัวเราจะมีอภิญญามากขึ้น มีหูมีตาทิพย� ล่วงรู้จิตใจคน ไม่ต้องกินอยู่ขับถ่ายอย่างมนุษย์ อยู่ในที่ที่ไม่มีเชื้อโร� ไม่มีโรคไม่มีภัย ไม่หิวโน่นหิวนี่ เพราะเรากินบุญอย่างเดียว จนกว่าจะหมดบุญเก่า แต่เราก็สร้างบุญใหม่ได้อีก ที่นี่มีสถานที่สำหรับพัฒนาจิตวิญญา� มีพุทธมณฑลให้เราไปสร้างบุญสร้างกุศ� ไปร่วมสวดมนต์ทำวัตรในวันสำคัญทางศาสน� เราจะไปเวียนเทียนและลอยกระทงกันที่นั่น เรื่องการพักผ่อนหย่อนใจก็ไปได้ทุกแห่� ก็ไปตามสถานที่ที่นายสามารถจะไปได้ทุกเมื่�" โจอธิบายสถานภาพแห่งชีวิตที่จะดำรงอยู่ที่นี�
"ขอบใจนายมากที่ช่วยอธิบาย ฉันคงต้องเรียนรู้เองด้วยว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรวันต่อวัน รวมทั้งเรื่องร่างกายจะต้องปรับตัวอย่างไรในเรื่องความต้องการที่เคยมีเคยเป็น"
"เพื่อนเข้าใจถูกต้องแล้� การเรียนรู้เรื่องการดำรงชีวิตที่นี่จะต้องเรียนรู้เอง เพราะพวกเราจะมีความเป็�"ทิพย�"อยู่แล้วซึ่งหมายถึงทางด้านจิตวิญญาณด้ว� สุดท้ายแล้วนายจะรู้เองทั้งหมดภายในไม่นาน เอาอย่างนี้เราจะปล่อยให้นายอยู่ที่นี่คนเดียวสักพักแล้วจะกลับมาพบกันอีก แต่ถ้านายสงสัยอะไรบางอย่างที่คิดและรู้สึกด้วยตัวเองไม่ได้ก็นึกถึงเราก็แล้วกั� วันนี้คงจะหมดหน้าที่ของเราแล้ว กินบุญให้เบิกบานใจนะ ไปก่อนละ" โจกล่าวเสร็จร่างก็ค่อยๆจางลงจนมองไม่เห็น
Hosted by www.Geocities.ws

1