กฏแห่งกรรม (3/สุดท้า� )

กรรมให้ผลตามความหนักเบ�
�. ครุกกรรม กรรมหนัก กรรมฝ่ายดี เช่น ทำสมาธิจนได้ญา� กรรมฝ่ายชั่ว เช่น ทำอนันตริยกรรม มีฆ่าบิด� มารดาเป็นต้น เป็นกรรมที่จะให้ผลโดยไม่มีกรรมอื่นมาขวางหรือกั้นได�
๑๐. พหุลกรรม กรรมที่ทำจนชิน
๑๑. อาสันนกรรม กรรมที่ทำเมื่อใกล้ตา� หรือเอาจิตใจจดจ่อในเวลาใกล้ตาย อาสันนกรรม ย่อมส่งผลให้ไปที่ดีหรือชั่วได้ เปรียบเหมือนโคแก่ที่อยู่ปากคอก แม้แรงจะน้อย แต่เมื่อเปิดคอกก็ออกได้ก่อ�
๑๒. กตัตตากรรม กรรมสักแต่ว่าท� คือเจตนาไม่สมบูรณ์อาจจะทำด้วยความประมา� หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ก็อาจส่งผลดีร้ายให้ได้เหมือนกันในเมื่อไม่มีกรรมอื่นจะให้ผลแล้�
เหตุที่คนคิดว่าทำดีไม่ได้ด�
มีคนบางคนที่ทำกรรมชั่ว แต่กลับปรากฏว่าเป็นคนร่ำรว� มีอำนาจวาสนา มีคนเคารพยกย่อ� ส่วนคนบางคนทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริ� ขยันขันแข็� กลับยากจ� มีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบา� หรือคนบางคนไม่ค่อยทำงานอะไ� คอยประจบสอพล� และรับใช้เจ้านาย กลับได้ด� ได้เลื่อนเงินเดือน และตำแหน่ง ส่วนบางคนตั้งใจทำงานแต่ไม่ประจบเจ้านาย ไม่ค่อยรับใช้คุณหญิงคุณนายของเจ้านาย กลับไม่ได้ดี จึงทำให้คนคิดไปว่ากฏแห่งกรรมจะไม่มีจริ� คำสั่งสอนที่ว่�
กลฺยาณการี กลฺยาณ� ปาปการ� � ปาปก�
ทำดีได้ด� ทำชั่วได้ชั่�คงจะไม่เป็นความจริงเสียแล้� การที่บางคนเห็นว่าทำดีไม่ได้ดี หรือทำชั่วไม่ได้ชั่ว เนื่องจากความไม่เข้าใจ � ประการ
ประการแร� ไม่เข้าใจในเรื่องการให้ผลของกรรม
ประการที่สอง ไม่เข้าใจในความหมายของคำว่าได้ดีได้ชั่�
การให้ผลของกรร�
การให้ผลของกรรมมีสองชั้น คือการให้ผลของกรรมชั้นธรรมดาอย่างหนึ่ง และการให้ผลของกรรมในชั้นศีลธรรมอีกอย่างหนึ่ง การให้ผลของกรรมชั้นธรรมด� เป็นการให้ผลโดยไม่คำนึงถึงว่าถูกหลักความชอบธรรมหรือไม่ เช่น นา� �.โกงเงินหลว� หรือขโมยทรัพย์มา นา� �.ก็จะได้เงินนั้นม� แล� และถ้า นา� �. ใช้เงินซื้อบ้า� นา� �. ก็จะได้อยู่บ้านนั้� นี่เป็นการให้ผลของกรรมชั้นธรรมดา แต่การให้ผลของกรรมหาได้หยุดอยู่เพียงนั้นไม� กรรมที่ทำลงไปยังจะให้ผลในชั้นศีลธรรมอี� คือการทำดีจะต้องได้รับผลดีอย่างแน่นอ� และถ้าทำชั่ว ก็จะต้องได้รับผลชั่วอย่างหลีกไม่พ้�
กรรมบางอย่างอาจจะให้ผลในชาตินี� เรียกว่า ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม กรรมบางอย่างอาจจะให้ผลในชาติหน้าที่เรียกว่� อุปปัชชเวทนียกรร� กรรมบางอย่างอาจจะให้ผลในชาติต่อๆไปที่เรียกว่� อปราปรเวทนียกรรม
การปลูกพืช หรือต้นไม้ ไม่ใช่พอวางเมล็ดลงไปในดิ� พื� หรือ ต้นไม้ จะขึ้นหรือให้ผลทันที พืชบางอย่างก็ให้ผลเร็ว พืชบางอย่างให้ผลช้� เป็นปี� เช่น ข้าว เพีย� �-� เดือนก็ให้ผล แต่ต้นมะพร้าวหรือทุเรียนกว่าจะให้ผ� ก็ใช้เวลาถึง � ปี
การที่คนทำความชั่วยังได้ดีมีสุขอยู� จึงเป็นเพราะกรรมชั่วยังไม่ให้ผ� กรรมดีที่เขาเคยทำยังเป็น อุปัตถัมภกรร� คอยสนับสนุนอยู� เมื่อใดที่กรรมดีอ่อนกำลังล� กรรมชั่วก็จะมาเป็น อุปฆาตกรรม ทำให้ผู้นั้นต้องเปลี่ยนสภาพไปอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น เศรษฐีอาจจะต้องเป็นยาจ� เคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีอำนาจวาสนา อาจจะถูกฟ้องร้องต้องโทษจำคุก หรือต้องเที่ยวหลบหนีเร่ร่อนไม่มีแผ่นดินจะอยู�
คนที่ไม่เชื่อในเรื่องของกรรม มักจะมองเห็นผลของกรรมชั่วชั้นธรรมด� เป็นผู้ที่มีสายตามืดมั� มองไม่เห็นการให้ผลของกรรมชั้นศีลธรรม บุคคลเหล่านี้มักจะเป็นคนไม่เชื่อในเรื่องตายแล้วเกิ� คิดว่าคนเราเกิดมาเพียงชาตินี้ชาติเดียวก็สิ้นสุดแล้� คนพวกนี้เมื่อทำความชั่� และความชั่วยังไม่ให้ผลก็คิดว่าตนเป็นคนฉลาด ดูถูกพวกที่เชื่อเรื่องกรรมว่าเป็นคนโง่ งมงา� คนพวกนี้เหมือนคนกินขนมเจือยาพิ� ตราบใดที่ยาพิษยังไม่ให้ผ� ก็คิดว่าขนมนั้นเอร็ดอร่อ� สมตามพุทธภาษิตที่ว่า
มธุว� มญฺญติ พาโล ยา� ปาปํ � มุจฺจต�
คนโง่ย่อมจะเห็นบาปเป็นน้ำผึ้� ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผ�
การให้ผลของกรร� อาจแบ่งเป็นการให้ผลทางจิตใ� และการให้ผลทางวัตถ�
การให้ผลทางจิตใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ทำโดยเฉพาะ ไท้เกี่ยวข้องกับคนอื่น เมื่อทำไปแล้วก็ได้รับผลทันที คือเมื่อทำกรรมดี ก็จะได้รับความสุ� ความปิติ แต่ถ้าทำกรรมชั่ว ก็จะทำให้จิตใจเศร้าหมอ� เป็นทุกข� ส่วนการให้ผลทางวัตถุ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับผู้อื่น จะทำให้ได้ดียากมาก
คนทำดีจะให้ได้ดีทางวัตถุ ต้องประกอบด้วยหลัก � ประการคื�
�. คติสมบัต� ทำดีให้ถูกสถานที�
�. อุปธิสมบัต� ทำดีให้ถูกตัวบุคคล
�. กาลสมบัต� ทำดีให้ถูกเวลา
�. ปโยคสมบัติ ต้องทำดีให้ติดต่อกันไปเรื่อย�
กา�ที่คนทำกรรมด� และหวังผลดีในทางวัตถ� เช่นหวัง ลา� ยศ และสรรเสริ� แต่ไม่ได้รับผลดีตามต้องการ อาจจะเพราะไม่เข้าตามหลัก � ประการข้างต้� คื� ไปทำความดีกับบุคคลที่ไม่มีความดี เช่น เราทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริ� แต่เจ้านายของเราเป็นคอรัปชั่� การทำดีของเราย่อมไม่เป็นที่ชื่นชมของเจ้านายเรา การทำความดีกับบุคคลเหล่านี้ก็ไม่ผิดอะไรกับเอาเมล็ดพืชไปทิ้งบนหิน หรือพื้นดินแห้งแล้� ฉะนั้นการทำความด� เราควรจะหวังผลในทางจิตใจมากกว่าวัตถุ บางคนอาจจะทำความดีจริง แต่อาจจะทำไม่ถึงดี คือทำดีเพียงเล็กน้อยแล้วก็หวังผลแห่งความดีนั้น เมื่อไม่ได้รับผลตอยแทนก็หมดกำลังใจ แล้วบอกว่าทำดีไม่เห็นได้ดี คนพวกนี้เหมือนคนปลูกพื� รดน้ำพรวนดินนิดหน่อย ก็หวังที่จะให้พืชได้ผล
ความหมายของคำว่า ได้ดีและได้ชั่วในทางโลกและทางธรรมมีความหมายแตกต่างกั�
ในทางโลก มักจะมองเห็น การได้ดี และได้ชั่ว เป็นเรื่องทางวัตถุ เมื่อกล่าวว่าคนนั้นได้ดีก็มักหมายถึงว่� ผู้นั้นได้ลาภและยศ เช่น ได้ทรัพย์สมบัต� ได้อำนาจวาสน� หรือได้ตำแหน่งหน้าที่การงานดีขึ้� เมื่อไม่ได้สิ่งเหล่านี� ก็เข้าใจว่าไม่ได้ด�
ในทางธรร� การได้ดีหรือได้ชั่� เป็นเรื่องของจิตใจ การได้ดีหมายถึ� การทำให้จิตใจดีขึ้� ทำให้ธาตุแห่งความดีในตัวของเรามีมากขึ้นทำให้จิตใจของเราสะอาด สว่า� สง� ยิ่งขึ้น ส่วนการได้ชั่วหมายถึงการทำให้จิตใจต่ำล� เลวล� ทำให้จิตใจมืดมัวยิ่งขึ้น คำว่าได้ดีจึงหมายถึงความดี และคำว่าได้ชั่วจึงหมายถึงความชั่� หากเราจะพูดว่า ทำดีได้ความด� ทำชั่วได้ความชั่� ก็จะทำให้เข้าใจในเรื่องได้ดีและได้ชั่วดีขึ้น
บุคค� ที่ทำกรรมอะไรลงไ� ย่อมจะได้รับผลในทางจิตใจทันท� เมื่อทำกรรมด� เช่น ทำบุญตักบาตร ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น ก็จะทำให้จิตใจดีขึ้น มีความปิติ และความสุขในกรรมดีที่ตนท� ในเมื่อกรรมที่ทำเป็นกุศลกรรมจริง� คือทำด้วยจิตใจที่เป็นกุศ� ทำด้วยความบริสุทธิ์ใ� ไม่ใช่ด้วยความโล� หรือด้วยอกุศลเจตนา หรือหวังผลตอบแทน.
Hosted by www.Geocities.ws

1