จะใช้วิทยุคมนาคมให้ถูกต้องได้อย่างไร
เครื่องวิทยุคมนาคม คืออะไร ?
"เครื่องวิทยุคมนาคม" มีหลายประเภท ตัวอย่างเช่น
- เครื่องวิทยุคมนาคมประเภทมือถือและประจำที่ ได้แก่
- เครื่องในย่าน 2 meters ในกิจการวิทยุสมัครเล่น
- เครื่องแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) ในกิจการราชการ
- เครื่อง CB (Citizen Band) ย่านความถี่สำหรับประชาชนทั่วไปใช้ และในกิจการเรือประมง
- โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบรวงผึ้ง (Cellular)
- วิทยุติดตามตัว (Radio Paging)
- อุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์บอกรับเป็นสมาชิก
- จานรับสัญญาณดาวเทียม
- สิ่งประดิษฐ์จำลองซึ่งใช้วิทยุบังคับ (รถยนต์ หรือเรือซึ่งใช้วิทยุบังคับ)
- รีโมตคอนโทรล (Remote Control) เปิดปิดประตู
- โทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Telephone)
- ไมโครโฟนไร้สาย (Wireless Microphone)
ข้อสังเกต เครื่อง รับ วิทยุกระจายเสียง และเครื่อง รับ วิทยุโทรทัศน์ มิใช่ เครื่องวิทยุคมนาคม
เครื่องวิทยุคมนาคม
- หมายความว่าเครื่องส่งวิทยุคมนาคม เครื่องรับวิทยุคมนาคม หรือ เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคม แต่ไม่รวมตลอดถึงเครื่องรับวิทยุกระจายเสียง เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ และเครื่องส่งเครื่องรับ หรือ เครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมด้วยคลื่นแฮรตเซียน ตามลักษณะหรือประเภทที่กำหนดในกฎกระทรวง
- เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ถือว่าอุปกรณ์ใด ๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมด้วย
อุปกรณ์วิทยุคมนาคมซึ่งถือว่าเป็นเครื่องวิทยุคมนาคม
- สายอากาศ (Antenna) ที่ใช้กับเครื่องวิทยุคมนาคม
- สายนำสัญญาณ (Transmission Line) ที่ใช้กับเครื่องวิทยุคมนาคม
- แผงวงจร (Circuit Board) ที่ใช้กับเครื่องวิทยุคมนาคม
- แร่บังคับความถี่ (Crystal) ที่ใช้กับเครื่องวิทยุคมนาคม
- เครื่องขยายกำลังส่ง (RF Amplifier) ที่ใช้กับเครื่องวิทยุคมนาคม
- มอดูล (Module) ของเครื่องวิทยุคมนาคม
- อุปกรณ์ใด ๆ ที่ผู้ใช้นำมาติดต่อเพื่อปรับเข้าไว้ หรือใช้ประกอบกับเครื่องวิทยุคมนาคมเพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องวิทยุคมนาคม ( ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 )
ข้อสังเกต อุปกรณ์ทั้ง 7 รายการต้องได้รับใบอนุญาตหากดำเนินการให้มี ใช้ ค้า ทำ นำเข้าในราชอาณาจักร และนำออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้นำอุปกรณ์ดังกล่าวไปประกอบเข้าหรือใช้กับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว ให้อุปกรณ์นั้นได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ( ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 )
เครื่องเถื่อน ?
- ท่านมี "เครื่องเถื่อน" อยู่ในมือหรือไม่
? "เครื่องเถื่อน" หมายถึง เครื่องวิทยุคมนาคมที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเครื่องวิทยุคมนาคมที่ทำขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเครื่องวิทยุคมนาคมที่มีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- ถ้าท่านมีเครื่องเถื่อนอยู่ในความครอบครองท่านจะมีความผิดฐานนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 และมีความผิดฐานนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษี ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469
ข้อสังเกต
- เครื่องเถื่อนจะนำมาใช้ให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้
- เครื่องเถื่อนจะนำมาขึ้นทะเบียนครุภัณฑ์ให้เป็นสมบัติของทางราชการไม่ได้
ซื้อเครื่องวิทยุคมนาคมอย่างไร ?จึงจะปลอดภัย
หากท่านประสงค์จะซื้อเครื่องวิทยุคมนาคม จะต้องระวังและพิจารณาให้ดี เครื่องวิทยุคมนาคมที่ท่านซื้อแล้วปลอดภัย จะต้องเป็นเครื่องที่...
- ต้องเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ
- นำเข้ามาในราชอาณาจักรถูกต้อง
- ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
- เสียภาษีถูกต้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469
-
- ตัวเครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องมีเลขทะเบียนของกรมไปรษณีย์โทรเลขกำกับตัวอย่างเช่น ปท.123456/38ทั้งนี้สามารถตรวจสอบเลขทะเบียนดังกล่าวจากกรมไปรษณีย์โทรเลขได้
- ต้องมีใบกำกับการเสียภาษีให้ตรวจสอบได้ หรือ
- เป็นเครื่องที่ได้รับอนุญาตให้ทำขึ้นในราชอาณาจักรโดยถูกต้อง
- ผู้ขายต้องได้รับใบอนุญาตให้ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
- ต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมหรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคมแล้วเท่านั้น ผู้ซื้อจึงจะมีสิทธิ์มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมนั้นได้
ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมอย่างไร จึงจะถูกต้องตาม พรบ.วิทยุคมนาคมฯ
- กรณีการทำ มี ใช้ ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม นำเข้าในราชอาณาจักรและนำออกนอกราชอาณาจักรซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม การกระทำหน้าที่พนักงานวิทยุคมนาคม และการรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา ต้องได้รับใบอนุญาตก่อน (มาตรา 6, 7, 8, 11 วรรคแรก 23, 25 แห่งพรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
- ต้องใช้ความถี่วิทยุ ตามที่อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขกำหนด (มาตรา 11 วรรค 3, 23 แห่ง พรบ. วิทยุคมนาคมฯ)
- ต้องไม่กระทำให้เกิดการรบกวนหรือขัดขวาง ต่อการวิทยุคมนาคม (มาตรา 15, 26, 27 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
- ต้องไม่ส่งหรือจัดให้ส่งข้อความอันเป็นเท็จ หรือที่มิได้รับอนุญาตจาก พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือประชาชน (มาตรา 16, 23 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
- ต้องไม่ดำเนินการบริการวิทยุคมนาคมนอกเหนือจากที่ระบุในใบอนุญาตหรือ นอกเหนือจากงานราชการของกระทรวง ทบวง กรม (มาตรา 12, 24 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
- ต้องไม่ดักรับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งข่าววิทยุคมนาคมที่มิได้มุ่งหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือประชาชน (มาตรา 17, 25 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
การกระทำดังต่อไปนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนเท่านั้นจึงจะกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
- การทำเครื่องวิทยุคมนาคม (หมายความรวมถึงการประกอบขึ้น การแปรสภาพ (เปิดแบนด์) การกลับสร้างใหม่)
- การมีเครื่องวิทยุคมนาคม
- การใช้เครื่องวิทยุคมนาคม (ใช้ความถี่วิทยุที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น)
- การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)
- การนำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมนอกราชอาณาจักร
- การนำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมนอกราชอาณาจักร
- การค้าเครื่องวิทยุคมนาคม (หมายความรวมถึงการซ่อมเครื่องวิทยุคมนาคมด้วย)
- การกระทำหน้าที่พนักงานวิทยุคมนาคมประจำเรือ หรือพนักงานวิทยุสมัครเล่น
- การรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา
เครื่องวิทยุคมนาคมอะไรบ้างที่ท่านใช้ได้โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาต
เครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตให้ทำ มี ใช้ นำเข้าในราชอาณาจักร นำออกนอกราชอาณาจักร หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม มีดังต่อไปนี้ :-
- ไมโครโฟนไร้สาย กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 33 -50 MHz, 88 - 108 MHz, 165 - 210 MHz และ 470 - 490 MHz
- โทรศัพท์ไร้สาย กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 1.6 - 1.8 MHz, 30 - 50 MHz, และ 54 -74 MHz
- วิทยุบังคับสิ่งประดิษฐ์จำลอง กำลังส่งไม่เกิน 100 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz
- วิทยุบังคับการทำงานระยะไกล กำลังส่งไม่เกิน 100 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz และกำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 300 - 500 MHz
- เครื่องรับ-ส่งวิทยุ ซีบี (Citizen Band) กำลังส่งไม่เกิน 100 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz
- เครื่องรับ-ส่งวิทยุของระบบสัญญาณเตือนภัยภายในบริเวณเฉพาะ กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 300 - 500 MHz
- เครื่องรับ-ส่งวิทยุที่ใช้กับเครื่องมือทางการแพทย์ กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 300 - 500 MHz
- เครื่องมือวัดทางอิเล็คทรอนิกส์และโทรคมนาคม (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498)
เครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ให้มี ใช้ หรือ นำออกนอกราชอาณาจักร
- เครื่องรับ-ส่งวิทยุลูกข่ายที่ใช้บริการโทรคมนาคมสาธารณะ ซึ่งใช้สถานีกลางร่วมกันตัวอย่างเช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบรวงผึ้ง (Cellular) วิทยุติดตามตัว (Radio Paging)
- เครื่องรับ-ส่งวิทยุ ซีบี (Citizen Band) กำลังส่งสูงกว่า 100 mW แต่ไม่เกิน 500 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz
- เครื่องส่งสัญญาณจากเครื่องเล่นวีดีโอ กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 510 - 790 MHz
- อุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (TVRO) เพื่อการรับชมโดยเฉพาะ ซึ่งมิได้มีการนำสัญญาณไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
- อุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์บอกรับเป็นสมาชิก
- วิทยุบังคับสิ่งประดิษฐ์จำลอง กำลังส่งสูงกว่า 100 mW แต่ไม่เกิน 500 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 25.405 MHz (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498)
? ข้อสังเกต เครื่องวิทยุคมนาคมเหล่านี้ยังคงต้องได้รับใบอนุญาตในการดำเนินการ นำเข้า มาในราช อาณาจักร การค้า และ การตั้ง สถานีวิทยุคมนาคม (ข้อยกเว้น การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม ตามข้อ 1, 4, 5 ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม)
การดัดแปลงเครื่องวิทยุคมนาคมเป็นความผิด
เครื่องวิทยุคมนาคมที่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงในส่วนซึ่งเป็นสาระสำคัญเป็นการแปรสภาพเครื่องวิทยุคมนาคม ถือเป็นการ "ทำ" เครื่องวิทยุคมนาคม เช่น
- การแก้ไขเปลี่ยนแปลงความถี่วิทยุ หรือ "เปิดแบนด์"
- การแก้ไขภาคกำลังส่งให้มีกำลังส่งสูงขึ้น
หากไม่ได้รับใบอนุญาต จะเป็นความผิดฐานทำเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ตามมาตรา 23
จะใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ถูกต้องจะต้องใช้ความถี่วิทยุให้ถูกต้องด้วย
การใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เพียงคุณมีเครื่องวิทยุคมนาคมอย่างถูกต้อง และใช้เครื่องวิทยุคมนาคม หรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้นหากแต่คุณจะต้องใช้ความถี่วิทยุอย่างถูกต้องโดยจะต้องใช้กำลังส่งไม่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาตด้วย
- ถ้าคุณเป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่น คุณจะใช้เครื่องวิทยุคมนาคมได้เฉพาะในย่านความถี่วิทยุ ตามที่ระบุไว้ในระเบียบคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ. 2530 เท่านั้น
- ถ้าคุณเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือเอกชน คุณจะต้องใช้ความถี่วิทยุตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
การบริหารความถี่วิทยุสำคัญไฉน?
ก็เพราะว่าคลื่นวิทยุเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัด ไม่เหมือนกับทรัพยากรชนิดอื่น ๆ เช่น สินแร่ น้ำ ป่าไม้ หรือน้ำมัน ฯลฯ
- ทรัพยากรอื่น ๆ มีสิทธิ์ถูกยึดครองเป็นเจ้าของได้ แต่คลื่นวิทยุนั้นทุกประเทศในโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่หรือประเทศเล็ก ต่างก็มีกรรมสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของคลื่นวิทยุร่วมกัน และโดยเท่าเทียมกัน
- ทรัพยากรอื่นเมื่อถูกบริโภคแล้วจะหมดสิ้นไป หรือเปลี่ยนคุณสมบัติ แต่คลื่นวิทยุไม่ใช่เป็นการบริโภค แต่เป็นการใช้คลื่นวิทยุดดยการปรับความสัมพันธ์คุณสมบัติของคลื่นวิทยุทางด้านความถี่ เวลา และระยะทาง เพื่อนำความถี่วิทยุที่ถูกใช้แล้วมาใช้ใหม่ได้อีกโดยมิให้สูญเสียโอกาศ
-- คลื่นวิทยุจึงเป็นทรัพยากรสาธารณะ เป็นทรัพยากรของโลก คลื่นวิทยุไม่พรมแดนและเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การใช้คลื่นวิทยุจึงต้องใช้ร่วมกัน (Share) โดยต้องมีการประสานงานกันภายใต้กฎระเบียบและข้อตกลงทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ
-- ด้วยเหตุนี้รัฐ (โดยกรมไปรษณีย์โทรเลข) จึงต้องเข้ามาทำหน้าที่ดำเนินการบริหารความถี่วิทยุ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และของสาธารณชนโดยส่วนรวมโดยการวงกฎ ระเบียบและข้อบังคับทางด้านการบริหารทั่วไปและทางด้านมาตรฐานทางเทคนิคในการใช้ความถี่วิทยุให้เป็นไปอย่างมีเหตุมีผล ประหยัดและมีประสิทธิภาพ โดยคลื่นวิทยุปราศจากรบกวนอย่างรุนแรงซึ่งกันและกัน
ทำไมจึงต้องมีการจัดสรรความถี่วิทยุ ?
การจัดสรรความถี่วิทยุ หมายถึงกระบวนการที่กรมไปรษณีย์โทรเลขอนุญาตให้สถานีวิทยุคมนาคมใช้ความถี่วิทยุหรือช่องความถี่วิทยุภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น กำลังส่ง ความกว้างของแถบคลื่น ค่าทวีกำลังสายอากาศ ความสูงของสายอากาศ พื้นที่ใช้งาน เป็นต้น
-- หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมจึงต้องมีการจัดสรรความถี่วิทยุก็เพราะว่าคลื่นวิทยุมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการจัดสรรความถี่วิทยุเพื่อ...
- เพื่อให้การใช้ความถี่วิทยุเป็นไปอย่างมีเหตุผล ประหยัด และมีประสิทธิภาพสูงสุด
- เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ความถี่วิทยุ ตามความจำเป็นของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน
- เพื่อพิจารณาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้ความถี่วิทยุอื่น
การขอจัดสรรความถี่วิทยุมีวิธีการดำเนินการอย่างไร
ถ้าคุณมีความประสงค์จะขอจัดสรรความถี่วิทยุโปรดยื่นคำร้องเป็นหนังสือถึง อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข โดยแนบเอกสารดังนี้.-
- แบบคำขอที่กรอกรายละเอียดครบถ้วนตามที่กรมไปรษณีย์โทรเลขกำหนด
- รายละเอียดโครงข่ายสื่อสาร
- รายละเอียดทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคม
- ผลการคำนวณทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารความถี่วิทยุ กรมไปรษณีย์โทรเลข
** หมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานที่คอยให้บริการท่านอยู่
-
- ฝ่ายความถี่วิทยุ 1 (รับผิดชอบจัดสรรความพี่วิทยุต่ำกว่า 1 GHz) โทร. 2710151 - 60 ต่อ 157, 159, 185, 164, 194, 195 หรือ โทร. 2726868
- ฝ่ายความถี่วิทยุ 2 (รับผิดชอบจัดสรรความถี่วิทยุสูงกว่า 1 GHz รวมทั้งกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และกิจการสื่อสารผ่านดาวเทียม)โทร. 2710151 - 60 ต่อ 234, 235, 236, 156, 187, 192 หรือโทร. 2727138
เมื่อได้รับการจัดสรรความถี่วิทยุแล้วมีสิทธิ และ หน้าที่ อะไรบ้าง ?
สิทธิ
- ได้รับอนุญาตทำ นำเข้า ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยถูกต้องตามกฎหมาย
- ได้รับการคุ้มครองในการใช้ความถี่วิทยุที่ได้รับการจัดสรร หากได้รับการรบกวนจากข่ายสื่อสารอื่น
หน้าที่
- จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการที่เกี่ยวข้องและใช้ความถี่ วิทยุที่ได้รับการจัดสรรภายใต้เงื่อนไขที่กรมไปรษณีย์โทรเลขกำหนดโดยเคร่งครัด
- จะต้องบำรุงรักษาเครื่องวิทยุคมนาคมให้มีสภาพการใช้งานเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมไปรษณีย์โทรเลขกำหนด
- จะต้องระมัดระวังการใช้วิทยุ มิให้ก่อให้เกิดการรบกวนต่อข่ายสื่อสารอื่นหากเกิดการรบกวนจะต้องระงับการใช้ความถี่วิทยุนั้นและดำเนินการแก้ไขปัญหาการรบกวนที่เกิดขึ้นทันที
- จะต้องป้องกันและไม่ให้บุคคลอื่นใช้ความถี่วิทยุที่ได้รับจัดสรร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากกรมไปรษณีย์ก่อน
- จะต้องจัดทำทะเบียนความถี่วิทยุที่ได้รับจัดสรร โดยมีลักษณะทางวิชาการครบถ้วน
- จะต้องให้ความร่วมมือกรมไปรษณีย์โทรเลข ในการประสานงานความถี่วิทยุทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ