ประกาศกรมไปรษณีย์โทรเลข

เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตและการกำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ความถี่วิทย

--------------------------------------------------------------------------------

            ด้วยคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) ในการประชุม ครั้งที่ 2/2542 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2542
มีมติให้จัดสรรความถี่วิทยุให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อใช้ในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นและมอบอำนาจให้กรมไปรษณีย์โทรเลขพิจารณา
กำหนดรายละเอียดทางด้านเทคนิคและหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ความถี่วิทยุ ตามความเหมาะสม
เพื่อเป็นการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถใช้ความถี่วิทยุเพื่อการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นให้เกิดความคล่องตัว เป็นเอกภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3)
พ.ศ. 2535 และมติคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) ครั้งที่ 2/2542 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2542 อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขจึงเห็นสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตและการกำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ความถี่วิทยุ ดังต่อไปนี้
1. คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต ต้องเป็นหน่วยงานดังต่อไปนี้
     1.1 กรุงเทพมหานคร
     1.2 องค์การบริหารส่วนจังหวัด
     1.3 เทศบาล
     1.4 เมืองพัทยา
     1.5 สภาตำบล
     1.6 องค์การบริหารส่วนตำบล
     1.7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
2. การยื่นคำขออนุญาต ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ความถี่วิทยุเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมไปรษณีย์-โทรเลข ซึ่งลงนามโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกเมืองพัทยา ประธานสภาตำบล ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าองค์กร- ปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้แนบเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้
     2.1 รายละเอียดประกอบคำขออนุญาตใช้ความถี่วิทยุสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแบบ บว.6 แนบท้ายประกาศนี้ ซึ่งกรอกรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน
    2.2 แผนผังแสดงที่ตั้งสถานีฐาน (Base Station)
3. ขั้นตอนการพิจารณา
    3.1 เมื่อได้รับคำขออนุญาตใช้ความถี่วิทยุตามข้อ 2. แล้ว กรมไปรษณีย์โทรเลขจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารประกอบการพิจาณาว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องครบถ้วนกรมไปรษณีย์โทรเลขจะมีหนังสือแจ้งให้ส่งเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนต่อไป
    3.2 เมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว กรมไปรษณีย์โทรเลขจะพิจารณาอนุญาต และกำหนด รายละเอียดทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมให้ใช้งานตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยยึดหลักเกณฑ์การใช้ความถี่วิทยุร่วมกัน (Sharing) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปราศจากการรบกวนรุนแรงซึ่งกันและกัน
4. หลักเกณฑ์การอนุญาต
    4.1 จัดสรรความถี่วิทยุ ย่าน VHF ให้ใช้งานในระบบ FM ความกว้างแถบความถี่ไม่เกิน 16 kHz สำหรับการติดต่อสื่อสารแบบซิมเพลกซ์ (Simplex) เท่านั้น โดยใช้ความถี่วิทยุ 162.525 MHz เป็นช่องเรียกขาน จำนวน 1 ความถี่ ความถี่วิทยุ 162.150 162.175 162.225 162.475 162.575 162.650 162.775 162.825 และ 162.975 MHz เป็นช่องปฏิบัติงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 9 ความถี่ และจัดสรรความถี่วิทยุ 162.125 MHz ให้ใช้งานร่วมกับกรมการปกครองสำหรับเป็นช่องประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง จำนวน 1 ความถี่ ดังรายละเอียดช่องความถี่วิทยุปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
ทั้งนี้ กรมไปรษณีย์โทรเลขจะจัดสรรความถี่วิทยุให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นช่องปฏิบัติงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติม อีก จำนวน 10 ความถี่ ในโอกาสต่อไป
     4.2 การอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและตั้งสถานีวิทยุคมนาคมมีรายละเอียดดังนี้
        4.2.1 สถานีฐาน (Base Station) ใช้กำลังส่งไม่เกิน 60 วัตต์ อัตราขยายสายอากาศไม่เกิน 6 dBd ความสูงสายอากาศจากระดับพื้นดินไม่เกิน 60 เมตร สำหรับสถานีวิทยุคมนาคมของกรุงเทพมหานครและองค์การบริหารส่วนจังหวัด
        4.2.2 สถานีฐาน (Base Station) ใช้กำลังส่งไม่เกิน 30 วัตต์ อัตราขยายสายอากาศไม่เกิน 6 dBd ความสูงสายอากาศจากระดับพื้นดินไม่เกิน 60 เมตร สำหรับสถานีวิทยุคมนาคมของเทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเมืองพัทยา
        4.2.3 สถานีฐาน (Base Station) ใช้กำลังส่งไม่เกิน 10 วัตต์ อัตราขยายสายอากาศไม่เกิน 6 dBd ความสูงสายอากาศจากระดับพื้นดินไม่เกิน 60 เมตร สำหรับสถานีวิทยุคมนาคมของเทศบาลตำบล สภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
        4.2.4 สถานีเคลื่อนที่ (Mobile Station) ใช้กำลังส่งไม่เกิน 30 วัตต์ สำหรับสถานีวิทยุคมนาคมของกรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเมืองพัทยา
       4.2.5 สถานีเคลื่อนที่ (Mobile Station) ใช้กำลังส่งไม่เกิน 10 วัตต์ สำหรับสถานีวิทยุคมนาคมของเทศบาลตำบล สภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
       4.2.6 เครื่องวิทยุคมนาคม ชนิดมือถือ ใช้กำลังส่งไม่เกิน 5 วัตต์
       4.2.7 เครื่องวิทยุคมนาคมที่นำมาใช้งาน ต้องเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ประเภท 2 โดยผู้ใช้ไม่สามารถตั้งความถี่วิทยุได้เองจากภายนอกเครื่องวิทยุคมนาคมแต่สามารถตั้งความถี่วิทยุด้วยเครื่องตั้งความถี่วิทยุ (Programmer) หรือโดยวิธีอื่น และเป็นตราอักษร รุ่น/แบบ ที่ผ่านการทดสอบรับรองตัวอย่างเครื่องวิทยุคมนาคมจากกรมไปรษณีย์โทรเลขแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกรมไปรษณีย์โทรเลขว่าด้วยการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) ของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2537 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม
        4.2.8 การตั้งสถานีฐาน (Base Station) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะต้องไปดำเนินการขอความเห็นชอบในการติดตั้งสายอากาศของสถานีฐานต่อกรมการบินพาณิชย์ก่อน และเมื่อได้รับอนุญาตจากกรมการบินพาณิชย์แล้ว ให้ส่งหลักฐานการอนุญาตดังกล่าวให้กรมไปรษณีย์โทรเลขทราบ เพื่อที่จะได้ดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้สถานีฐานติดตั้งสายอากาศตามความสูงที่กรมการบินพาณิชย์กำหนดต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497
     4.3 ผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม ต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานในสังกัดกรุงเทพมหานครองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล เมืองพัทยา สภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในสังกัดหรือมาช่วยราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้น ๆ และมีคุณสมบัติตามระเบียบกรมไปรษณีย์โทรเลขว่าด้วยการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) ของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2537 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม
     4.4 หากผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมตามรายละเอียดในข้อ 4.3 มีความประสงค์ที่จะใช้เครื่องวิทยุคมนาคมส่วนตัวเพื่อร่วมใช้ข่ายสื่อสารวิทยุคมนาคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบกรมไปรษณีย์โทรเลขว่าด้วยการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) ของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2537 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม
     4.5 กรมไปรษณีย์โทรเลขจะอนุญาตให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองในส่วนภูมิภาคใช้ความถี่วิทยุ 162.525 MHz ที่กำหนดไว้เป็นช่องเรียกขานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อการติดต่อประสานงานและสั่งการระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ
     4.6 กรมไปรษณีย์โทรเลขอาจเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทางวิชาการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุตามความจำเป็นและเหมาะสม
5. ข้อปฏิบัติในการใช้ความถี่วิทยุ
     5.1 สิทธิในการใช้ความถี่วิทยุเป็นสิทธิเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุ ไม่อาจให้บุคคลอื่นร่วมใช้ความถี่วิทยุบางส่วนหรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) แล้วเท่านั้น
     5.2 ให้ใช้ความถี่วิทยุตามที่ได้รับจัดสรรเท่านั้น
     5.3 หากจำเป็นต้องใช้ความถี่วิทยุนอกเหนือไปจากที่ได้รับจัดสรร ให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมไปรษณีย์โทรเลขว่าด้วยการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) ของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2537 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม
     5.4 ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 กำหนดต่อไปด้วย
    5.5 รายงานผลการใช้ความถี่วิทยุให้กรมไปรษณีย์โทรเลขทราบภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุ หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุไม่ใช้ความถี่วิทยุที่ได้รับจัดสรรภายในกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุ ให้การจัดสรรความถี่วิทยุนั้นเป็นอันสิ้นผล ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรความถี่วิทยุ
     5.6 หากตรวจสอบพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุ ไม่ได้นำความถี่วิทยุไปใช้งานตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กรมไปรษณีย์โทรเลขกำหนด ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง กรมไปรษณีย์โทรเลขจะยกเลิกการจัดสรรความถี่วิทยุหรือดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทันที
     5.7 หากการใช้ความถี่วิทยุที่ได้รับจัดสรรก่อให้เกิดการรบกวนต่อการใช้ความถี่วิทยุของผู้อื่นที่ได้รับจัดสรรอยู่ก่อนแล้ว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุ มีหน้าที่แจ้งให้กรมไปรษณีย์โทรเลขทราบเพื่อบ่งชี้สาเหตุการรบกวนที่เกิดขึ้นและให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาการรบกวนที่เกิดขึ้น รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อาจมีขึ้นจากการแก้ไขปัญหาการรบกวนนั้น หากไม่สามารถแก้ไขได้ให้ระงับการใช้ความถี่วิทยุ หรือเลือกใช้ความถี่วิทยุช่องอื่น ที่กำหนดเป็นช่องปฏิบัติงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการรบกวนต่อการใช้ความถี่วิทยุของผู้อื่น ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิใช้ความถี่วิทยุโดยเท่าเทียมกันและไม่ถือเป็นสิทธิเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ๆ
    5.8 เพื่อให้การใช้ความถี่วิทยุเป็นไปอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุทุกแห่งต้องเฝ้าฟัง (Monitoring) ความถี่วิทยุ 162.525 MHz ที่เป็นช่องเรียกขาน เพื่อการติดต่อประสานงานหรือสั่งการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งการเรียกขานของสถานีวิทยุคมนาคมที่เกี่ยวข้อง หากเป็นการติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีวิทยุคมนาคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานตามข้อ 1. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน เมื่อเรียกขาน เรียบร้อยแล้วให้ไปเลือกใช้ความถี่วิทยุ 162.150 162.175 162.225 162.475 162.575 162.650 162.775 162.825 และ 162.975 MHz ที่เป็นช่องปฏิบัติงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นใดใช้งานอยู่ ทั้งนี้ เมื่อการติดต่อสื่อสารสิ้นสุดลงให้กลับไปเฝ้าฟังความถี่วิทยุ 162.525 MHz ที่เป็นช่องเรียกขานเช่นเดิม
    5.9 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับจัดสรรความถี่วิทยุ ที่มีความประสงค์จะติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง ให้ใช้ความถี่วิทยุ 162.125 MHz ของกรมการปกครองที่กรมไปรษณีย์โทรเลขจัดสรรให้ใช้งานร่วม
    5.10 การใช้ความถี่วิทยุ 162.125 MHz ร่วมกับกรมการปกครอง จะต้องใช้เพื่อการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครองเท่านั้น วิธีการติดต่อสื่อสารให้เป็นไปตามที่กรมการปกครองกำหนด
6. ข้อปฏิบัติในการจัดหาและใช้เครื่องวิทยุคมนาคม
    6.1 การจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคมเพื่อนำมาใช้งาน ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม ระเบียบกรมไปรษณีย์โทรเลขที่เกี่ยวข้องและมีข้อกำหนดทางวิชาการสอดคล้องตามที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ความถี่วิทยุ
    6.2 เมื่อจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคมเพื่อนำมาใช้งานเรียบร้อยแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งรายละเอียดของเครื่องวิทยุคมนาคมซึ่งประกอบไปด้วย ตราอักษร รุ่น/แบบ หมายเลขเครื่อง หมายเลขทะเบียนวิทยุคมนาคม (ปท.) ความถี่วิทยุ กำลังส่ง และรายชื่อผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้กองการสื่อสาร กรมการปกครองทราบโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้กรมการปกครองใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมในภารกิจการสั่งราชการ กำกับดูแล รายงานเหตุการณ์และรายงานข่าวเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ และการบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2522
    6.3 ให้จัดทำบัญชีคุมการเบิกจ่ายเครื่องวิทยุคมนาคม และให้บันทึกการเบิกจ่ายเครื่องวิทยุคมนาคมเพื่อให้เจ้าพนักงานและกรมไปรษณีย์โทรเลขสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ การเบิกจ่ายเครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องเบิกจ่ายให้กับผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมตามข้อ 4.3 เท่านั้น
    6.4 จัดให้มีบัตรประจำตัวผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและบัตรประจำเครื่องวิทยุคมนาคมซึ่งระบุตราอักษร รุ่น/แบบ หมายเลขเครื่อง หมายเลขทะเบียนวิทยุคมนาคม (ปท.) และเลขทะเบียนครุภัณฑ์ โดยต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานเมื่อถูกตรวจค้น
    6.5 กรณีการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมส่วนตัวเพื่อร่วมใช้ข่ายสื่อสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมไปรษณีย์โทรเลขจะอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมเฉพาะชนิดมือถือเท่านั้น และผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมด้วย
ประกาศ ณ วันที่ กันยายน พ.ศ. 2544

นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์

( นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ )
อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข

Hosted by www.Geocities.ws

1