The lord of the rings : War of the ring
เครื่อง : PC
แนวเกมส์ :Strategy
ผู้จำหน่าย : BM Media
เว็บไซต์ : www.lotr.com

 

 

 

 

เกี่ยวกับเกมนี้: สัมผัสกับโลกแห่ง Middle Earth ในรูปแบบเกมวางแผนจากฝีมือทีมสร้าง Battle Realms อันลือลั่น


The Lord of the Rings นับเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมสำหรับนำมาสร้างเป็นเกม และคงไม่มีคอเกมคนใดที่ไม่อยากสัมผัสกับโลกแห่ง Middle Earth ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้เล่นเกมแนวแอ็กชันผจญภัยที่อิงนวนิยายและภาพยนตร์เรื่องนี้กันไปแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้ถึงโอกาสของคอเกมแนววางแผนแล้วที่จะได้ออกรบใน Middle Earth ซึ่งสร้างสรรค์โดย Liquid Entertainment เจ้าของผลงานเกม Battle Realms ที่โด่งดัง

สำหรับทีมงาน Liquid แล้ว งานนี้หินไม่ใช่เล่น เพราะการสร้างเกมโดยใช้พื้นฐานหลักจากลิขสิทธิ์ของนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นสิ่งที่กดดันทีมงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากสิ่งต่างๆ ที่จะนำไปใส่ไว้ในเกมจะต้องผ่านความเห็นชอบจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อน นอกจากนี้แล้วข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน ก็มีผลต่อการสร้างสรรค์งาน (ประมาณว่า มิกกี้เมาส์ไม่สามารถใช้ดาบเป็นอาวุธได้ หรือ Neo จะต้องไม่เป็นตัวละครที่ผู้เล่นควบคุม ฯลฯ) สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเครียดในการทำงาน ยิ่งเป็นนวนิยายที่มีแฟนชื่นชอบไปทั่วโลกก็ยิ่งไปกันใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าทาง Ed del Castillo และทีมงาน Liquid Entertainment สามารถที่จะจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

"เราระมัดระวังในเรื่องเกี่ยวกับความคาดหวังที่มาพร้อมกับเกมที่ใช้ชื่อว่า The Lord of the Rings ทุกเกม" del Castillo กล่าว "มันจึงเป็นเหตุผลที่เราต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับทาง Tolkien Enterprises เพื่อให้แน่ใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสร้างขึ้นมานั้นสอดคล้อง และเป็นจริงตามในหนังสือ ขณะเดียวกันก็จะต้องให้เรามีอิสระในการสร้างเกม RTS ที่ยิ่งใหญ่ด้วย" ทางทีมพัฒนาของ Liquid จึงตัดสินใจที่จะสร้างแนวทางหลายๆ อย่างที่แตกต่างกันออกไปในความพยายามที่จะสร้าง War of the Ring ขึ้นมา

หลายครั้งที่ทีมงานจำเป็นต้องใส่รายละเอียดบางอย่างให้กับสิ่งที่ Tolkien กล่าวเอาไว้อย่างคลุมเครือ ตัวอย่างเช่น การสร้างยูนิตต่างๆ ในขณะที่กองทัพแห่งความดีมีการบรรยายเอาไว้ค่อนข้างละเอียด ผู้เล่นสามารถใช้ยูนิตที่เป็นมนุษย์ คนแคระ และเอลฟ์ได้ แต่ในส่วนกองทัพของ Sauron นั้น ค่อนข้างจะดำมืดสำหรับทางทีมงาน เช่น เมื่อทีมงานต้องคิดค้นยูนิตของฝ่าย Sauron เพื่อใช้ในการลาดตระเวน และใช้เป็นหน่วยจู่โจมขนาดเบาได้ ซึ่งไม่ใช่ทั้ง Orc, Troll หรือ Balrog "ดูเหมือนว่าแมงมุมยักษ์จะเป็นอะไรที่ลงตัวที่สุด" del Castillo อธิบาย "ปัญหาก็คือไม่มีที่ไหนในหนังสือของ Tolkien กล่าวถึงแมงมุมยักษ์ที่ต่อสู้เพื่อ Mordor" การแก้ไขปัญหาก็คือการตีความหนังสือเสียใหม่ "นาง Shelob ซึ่งเป็นแมงมุมยักษ์ไม่ได้ต่อสู้เพื่อ Mordor แต่ Sauron ปล่อยเธอเอาไว้ที่นั่นเนื่องจากเธอจะคอยป้องกันชายแดนของ Mordor เอาไว้โดยที่ Sauron ไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เลย แล้วทำไมไม่เสริมต่อไปอีกหน่อยล่ะ?" ด้วยคอนเซปต์นี้จึงทำให้ลูกๆ ของ Shelob โดยเฉพาะแมงมุมแห่ง Mirkwood กลายเป็นยูนิตในเกมน??

"เราต้องการให้ Middle Earth มีขนาดที่กว้างใหญ่ แต่การต่อสู้ในสเกลที่ใหญ่มากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องดีเสมอไปในเกม RTS" del Castillo กล่าว "เพราะยูนิตแต่ละตัวจะสูญเสียความสำคัญลงไป และสุดท้ายการต่อสู้ก็จะจบลงด้วยการเอาพวกมากเข้าว่า และละเลยการวางแผนไป" del Castillo คิดว่าเกมควรจะมียูนิตอย่างมากที่สุดก็ 200 ตัว และสัดส่วนที่ดีที่สุดก็คือฝ่ายละ 50 ตัว "สิ่งใดๆ ที่นอกเหนือจากนี้จะทำให้ดูเหมือนว่ายูนิตแต่ละตัวมีการใช้งานอย่างเปล่าประโยชน์"

แต่ละเผ่าพันธุ์ก็จะมียูนิตประมาณ 12 ประเภท ทั้ง ทหารราบ พลธนู และยูนิตสำหรับโจมตี นอกจากนี้แล้วก็จะมีฮีโร่ที่คุ้นเคยในพันธมิตรแห่งแหวนอยู่ในเกมนี้ รวมไปถึงตัวละครต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ และปิศาจที่น่ากลัวอย่าง Balrog ด้วย อีกทั้งยูนิตทุกตัวจะมีค่าประสบการณ์เมื่อผ่านการสู้รบ ซึ่งจะทำให้ยูนิตมีค่าความสามารถและทักษะต่างๆ สูงขึ้น ทำให้เก่งขึ้น

ในเกมนี้คุณยังจะได้พบกับตัวละครที่มีบทบาทเด่นในนิยายของ Tolkien ทั้ง Aragorn และ Legolas ตัวละครทั้งสองต่างก็มีความสามารถพิเศษที่ยูนิตธรรมดาอื่นๆ ไม่มี ตัวอย่าง เช่น Legolas ก็จะมีความสามารถพิเศษที่ทำให้เขาสามารถยิงธนูเข้าศัตรูแล้วทำให้ศัตรูกระเด็นถอยหลังไป ซึ่งความสามารถนี้จะมีประโยชน์มาก ดังจะเห็นได้ในฉากที่ Legolas นำเหล่าเอลฟ์กลุ่มหนึ่งออกสะกดรอย Gollum ด้วยความสามารถนี้ทำให้ Legolas สามารถยิงธนูใส่ Goblin ให้กระเด็นออกไปตกน้ำที่อยู่ข้างหลังได้ และในฉากเดียวกันนั้น เขาจะต้องเผชิญหน้ากับกับแมงมุมยักษ์ที่จับตัวเอลฟ์ไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็จะต้องจัดการกับแมงมุมและไข่ของมันจึงจะช่วยเหลือพวกของตนออกมาได้<BR>

ส่วนยูนิตอื่นๆ ที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือน้อยมากหากแต่มีบทบาทสำคัญใน War of the Ring ก็จะมี Huorns (ต้นไม้เดินได้), Cave Trolls, Beornings (หมีที่มีความฉลาด), Haradrim และ Balrog ซึ่งตัว Balrog เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะมันเป็นปิศาจขนาดใหญ่ที่ทำให้จอภาพทั้งจอสั่นไหวเมื่อมันปรากฏกายออกมา

สำหรับการควบคุมยูนิต ทางทีมงาน Liquid ได้ทำปรับปรุง AI ของ Battle Realms เสียใหม่ เพื่อให้สามารถต่อสู้กับมนุษย์ได้ฉลาดมากขึ้น ดังนั้นแทนที่จะเล่นไปตามแทคติกที่กำหนดเอาไว้ AI ใน War of the Ring กลับจะอ่านสไตล์การเล่นที่ผู้เล่นใช้ ถ้าหากผู้เล่นเป็นแบบแนวตั้งรับ หรือมุ่งเน้นในการสร้างฐานทัพ เกมก็จะใช้สไตล์นั้นด้วยเช่นกัน แทนที่จะใช้วิธีบุกโจมตีอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากผู้เล่นเป็นแบบสไตล์ชอบลุย AI ก็จะตอบสนองด้วยการหันมาสร้างยูนิตและตั้งค่าให้ยูนิตมีความก้าวร้าวมากขึ้น

ในส่วนของเอนจิ้นนั้น ทางทีมพัฒนาไม่ได้นำเอาเอนจิ้นของ Battle Realms มาใช้ หากแต่สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยคุณจะสังเกตเห็นว่าถ้ามีลมที่พัด จำให้ทั้งต้นไม้สั่นไหว เสื้อที่ตัวละครสวมใส่จะพริ้วไหว และน้ำก็จะมีคลื่น ทางทีมงานยังได้นำ Particle Effect (เอฟเฟ็กต์เกี่ยวกับการฟุ้งกระจาย) มาใช้มากขึ้นในเกมนี้ นอกจากนี้ del Castillo ยังเสริมว่า "War of the Ring เป็นเกมที่สภาพภูมิประเทศกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเล่น" เขาชี้ให้เห็นว่าภูมิประเทศในเกม RTS ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบราบๆ และมีผลต่อการต่อสู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ใน War of the Ring พื้นที่สูงจะเป็นจุดที่เรียกว่า "Places of Power" ซึ่งจะทำให้ฝ่ายใดก็ตามที่ยึดเอาไว้ได้มีความได้เปรียบ เช่น ในมิชชันที่บรรดาเอลฟ์แห่งป่า Mirkwood จะต้องบุกยึดต้น Mallorn สองต้นจากพวก Orc ที่พยายามตัดมันทิ้ง กองทัพและอาคารของ Sauron จะค่อยๆ ทำให้พื้นที่ซึ่งพวกมันสร้างอาคารเอาไว้เกิดการแห้งแล้งเน่าเปื่อย ซึ่งจะทำให้กองทัพแห่งความมืดได้เปรียบเมื่อมีการต่อสู้ในพื้นที่ดังกล่าว

ทีมงานพัฒนาเริ่มต้นจากการร่างภาพเสก็ตคร่าวๆ ของภูมิประเทศที่ต้องการ จากนั้นจึงปรับแต่งให้มันเป็นสถานที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้เล่นที่จะต้องมาต่อสู้ในสงครามนี้ ตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้สภาพภูมิประเทศมีผลต่อการเล่นอย่างชัดเจน ก็คือหอคอย Tower of the Necromancer ซึ่งในเกมนั้นได้ถูกยึดครองโดยแมงมุมแห่ง Mirkwood อยู่ หอคอยมีสภาพเกือบที่จะพินาศลงมาทั้งหมด และถูกปกคลุมด้วยใยแมงมุม ซึ่งมีเฉพาะแมงมุมเท่านั้นที่จะไต่ไปได้บนใยดังกล่าว

ใน War of the Ring นี้ ผู้เล่นจะสามารถเล่นได้ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่วในโลกที่ Tolkien สร้างสรรค์ขึ้น โดยแต่ละฝ่ายจะมี 15 มิชชันให้เล่น แต่ละมิชชันจะแบ่งย่อยออกไปอีกเป็นแคมเปญย่อยๆ ทำให้เนื้อเรื่องในเกมเป็นแบบ Non-linear เมื่อการปฏิบัติมิชชันหนึ่งสำเร็จ ก็อาจจะนำไปสู่แคมเปญอื่นๆ อีก 1-2 แคมเปญซึ่งทำให้ผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน โดยมิชชันอันแรกๆ ของเกมจะไม่ซับซ้อนมากนัก แต่จะค่อยๆ ทำให้ผู้เล่นคุ้นเคยกับเกมมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อเกม RTS ก็คือทรัพยากร ใน War of the Ring จะมีทรัพยากรเพียงสองอย่าง คือ แร่ และอาหาร โดยแร่จะใช้กับสิ่งของต่างๆ ที่ไม่มีชีวิต (เช่นการอัพเกรดอาวุธ) ในขณะที่อาหารจะจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิต (จะเป็นปัจจัยในการสร้างยูนิตที่มีชีวิต) del Castillo คิดว่าการเก็บรวบรวมทรัพยากรไม่ใช่สิ่งที่มีความจำเป็นมากที่สุดในเกม ดังนั้นมันจึงถูกควบคุมไม่ให้มีบทบาทสำคัญมากไปกว่าการวางแผน


ในการที่จะสร้างมิชชันหรือแคมเปญต่างๆ นั้น ทางทีมงานได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องราวของ Middle Earth เป็นอย่างมาก และพบว่ายุคที่สองของ Middle Earth สิ้นสุดลงเมื่อ Sauron ถูกทำลาย ส่วนยุคที่สามนั้นกินเวลาประมาณ 3,000 ปี ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเกิดขึ้นใกล้ๆ สิ้นยุคที่สาม ส่วนการต่อสู้ใน War of the Ring จะเป็นการต่อสู้ในสมรภูมิที่สำคัญจากยุคที่สาม และบางส่วนก็ไม่ได้กล่าวถึงเอาไว้ในหนังสืออย่างแน่ชัด

"Tolkien ได้สร้างโลกที่ยิ่งใหญ่เอาไว้เป็นฉากหลังของ The Lord of The Rings" del Castillo กล่าว " ในขณะที่ Frodo และเหล่าพันธมิตรแห่งแหวนได้พยายามที่จะกำจัดแหวนเอกธำรงค์ที่ Mount Doom นั้น ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างทั้งการเมืองและการทหารเกิดขึ้น ซึ่งหนังสือกล่าวถึงน้อยมาก หรือปรากฏอยู่เป็นเพียงแค่ภาคผนวกเท่านั้น" Ed ได้ยกตัวอย่างหนึ่งขึ้นมาก็คือการบุกโจมตีของกองทัพ Sauron ในทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นการบุกโจมตีเหล่าคนแคระที่อยู่ทางตอนเหนือของ Middle Earth เพื่อป้องกันมิให้พวกคนแคระยกพลมาช่วย Gondor ได้ นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้อื่นๆ อีก เช่น กองทัพของ Mordor บุกยึดป้อม Minas Ithil ซึ่งเป็นจุดป้องกัน Iron Hills ที่สำคัญของคนแคระ รวมไปถึงการโจมตี Osgiliath ของ Boromir ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในหนังสือ สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ตัวอย่าง และก็จะเกิดขึ้นในเกมนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม Ed ได้ชี้ให้เห็นว่าบรรดาสาวกของ Tolkien ไม่ต้องกังวลว่าทาง Liquid จะดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่ในหนังสือเสียเละเทะ "Tolkien Enterprises ให้อิสระเราอย่างมากในการทำสิ่งต่างๆ ใน Middle Earth" del Castillo กล่าว "แต่มีกฎเหล็กอยู่อย่างหนึ่งก็คือจะต้องไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เขียนเอาไว้ในหนังสือถูกเปลี่ยนแปลงไป" ตัวอย่าง เช่น มันมีข้อเท็จจริงหนึ่งที่ว่า Orc แห่ง Moria ไม่เคยพิชิต Lothlorien ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยมีการสู้รบเกิดขึ้นที่นั่น อันที่จริงแล้วทางทีมงานได้สร้างมิชชันจำนวนมากในการป้องกัน Lothlorein ผู้เล่นยังสามารถร่วมต่อสู้กับ Balin และกองทัพคนแคระของเขาที่พยายามจะยึดเอาเหมือง Moria กลับคืนมา นอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องยิงหินโบราณถล่มใส่กองกำลังของพวก Orc ได้อีกด้วย

ในมิชชันอีกอันหนึ่งที่คุณจะเห็นการต่อสู้กันระหว่างเอลฟ์และมนุษย์ กับพวก Troll และ Orc ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างทหารจำนวนมาก จุดประสงค์หลักของมิชชันไม่ใช่การกำจัดกองทัพศัตรู แต่เป็นการซื้อเวลาเพื่อให้ยูนิตบางส่วนของคุณสามารถทำลายสะพานที่อยู่ ณ ตำแหน่งอื่นลงได้ ซึ่งเป็นฉากที่ค่อนข้างยากเพราะไม่เพียงแต่คุณจะต้องรับมือกับยูนิตของศัตรูที่ข้ามสะพานมา แต่คุณยังจะต้องคอยระมัดระวังหินก้อนใหญ่ๆ ที่พวก Troll ทุ่มลงมาจากหน้าผาด้านบน

แม้ว่าในขณะนี้เกมยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา ซึ่งยังมีบางส่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขและปรับปรุง รวมไปถึงการทำให้สมดุลกัน แต่ก็ชื่อแน่ว่าด้วยฝีมือของทีมพัฒนาจาก Liquid Entertainment นี้จะทำให้เกม The Lord of the Rings: War of the Ring เป็นเกมแนว RTS ที่ยิ่งใหญ่อีกเกมหนึ่ง สมกับที่คอเกมหลายๆ คนตั้งหน้าตั้งตาคอย และคาดหวังเอาไว้

อะไรคือความพิเศษ: เกมนี้ถือได้ว่าเป็น LOTR ภาค RTS มีกราฟิกที่สวยงามในมาตรฐานเดียวกับ Warcraft III เลยทีเดียว ซึ่ง War of the Ring จะนำคุณเข้าสู่ประวัติศาตร์ของ Middle Earth ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ใน LOTR


ผลงานที่ผ่านมาของผู้พัฒนา: Liquid Entertainment เป็นผู้พัฒนาเกม Battle Realms ซึ่งได้รับความสำเร็จไม่น้อยทีเดียว ส่วน Ed del Castillo ซึ่งเป็นประธาน และผู้ร่วมก่อตั้งก็เคยเป็นโพรดิวเซอร์ของเกม Command &amp; Conquer อันโด่งดังมาแล้วเกือบทุกภาค รวมไปถึง Red Alert ด้วยเมื่อครั้งที่ร่วมงานกับ Westwood Studios

 

Hosted by www.Geocities.ws

1