Manager Newspaper

Friday 06 April 2001

 

บรรณาการแด่สันติภาพ

 

รุ่งมณี เมฆโสภณ

4 เมษายน 2544

 

 

ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองแซยิดของ "พระเจ้าช้างเผือก"

 

"พระเจ้าช้างเผือก" ที่ดิฉันพูดถึงนี้ คือภาพยนตร์ที่ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสได้สร้างขึ้นสมัยที่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เสียงในฟิล์ม 35 มิลลิเมตร พูดภาษาอังกฤษตลอดเรื่อง ซึ่งได้จัดฉายรอบปฐมทัศน์โลกพร้อม กันทั้งที่กรุงเทพฯ สิงคโปร์ และนิวยอร์ก เมื่อ วันที่ 4 เมษายน 2484 หลังจากนั้น ในประเทศไทย ได้เปิดฉายรอบธรรมดาที่ศาลา เฉลิมกรุงในระหว่างวันที่ 10 - 16 เมษายน และที่ศาลาเฉลิมบุรีในระหว่างวันที่ 1 - 5 พฤษภาคม ปีเดียวกัน

 

หลังจากนั้น "พระเจ้าช้างเผือก" ก็หายไปจากประเทศไทย! ฟิล์มต้นฉบับได้สูญไปกับเพลิงที่ไหม้เรือนเก็บฟิล์มภาพยนตร์ ในโรงถ่ายภาพยนตร์ทหารอากาศ ทุ่งมหาเมฆ ระหว่างสงคราม เช่นเดียวกับฟิล์มภาพยนตร์ไทยอีกหลายเรื่อง แ ต่โชคยังดีสำหรับ "พระเจ้าช้างเผือก" ที่ท่านอาจารย์ปรีดีได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ภาพยนตร์นี้ในสหรัฐอเมริกา จึงได้ส่งสำเนาภาพยนตร์ไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน 1 ชุด ที่หอทะเบียน ในหอสมุดรัฐสภากรุงวอชิงตัน ดี .ซี. ต่อมา หอสมุดรัฐสภาได้ย่อฟิล์มลงเป็นขนาด 16 มิลลิเมตร เพื่อ อนุรักษ์ และทำลายฟิล์มสำเนา 35มิลลิเมตรที่เสื่อมสภาพ

 

นอกจากนั้น ยังมีฟิล์ม "พระเจ้าช้างเผือก" อีกสำเนาหนึ่งไปอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศสวีเดน โดยได้ค้นพบในปี 2512 ท่านอาจารย์ ปรีดีซึ่งเวลานั้นลี้ภัยทางการเมืองและพำนักอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้นำฟิล์มสำเนาดังกล่าวไปจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ โดย ย่อเป็นขนาด 16 มิลลิเมตร และตัดต่อให้สั้นลงเหลือเพียง 1 ชั่วโมง จากของเดิมซึ่งยาว 1 ชั่วโมงครึ่ง และได้นำเผยแพร่ให้นักเรียนไทยในฝรั่งเศสชม กระทั่งในปี 2523 จึงได้มีการนำฟิล์มสำเนาของท่านอาจารย์ปรีดีเข้ามา ยังประเทศไทย และจัดฉายต่อสาธารณชนอีกครั้ง

 

ปี 2536 หอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากรซึ่งพยายามติดต่อขอสำเนาฟิล์มจากหอสมุดรัฐสภา สหรัฐฯ หลายครั้ง ในที่สุด ด้วยความเอื้อเฟื้อของหอภาพยนตร์แห่งชาติ ปร ะเทศญี่ปุ่นได้จัดซื้อสำเนาภาพยนตร์ดังกล่าว จากหอสมุดรัฐสภา สหรัฐฯ โดยมอบให้ ไทย 1 ชุด และเก็บรักษาไว้เองอีก 1 ชุด สำหรับสำเนาฟิล์มที่หอภาพยนตร์แห่งชาติได้รับมานั้น เป็นสำเนาฟิล์มสำหรับ ฉาย ไม่ใช่เพื่ออนุรักษ์ และได้นำออกฉายหลายครั้งทั้งในและต่างประเทศ

 

ปี 2543 ซึ่งครบรอบ 100 ปีชาตกาลของท่านอาจารย์ปรีดี ทางมูลนิธิหนังไทยจึงได้เสนอโครงการทำสำเนาฟิล์มภาพยนตร์ "พระเจ้าช้างเผือก" เพื่อฟื้นฟูกลับเป็นฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตร แต่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการฉลอง 100 ปีฯ ในปีเดียวกันนั้น ทางผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์เอเชีย ของเมืองโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศ ส ได้ขอภาพยนตร์ไทยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไปร่วมงาน ซึ่งทางหอภาพยนตร์แห่งชาติได้เสนอภาพยนตร์ "พระเจ้าช้างเผือก" แต่เนื่องจากสำเนาฟิล์มไม่สมบูรณ์ พร้อมกันนั้น ทางหอภาพยนตร์แห่งชาติก็ได้เสนอโครงการ ฟื้นฟูสำเนาฟิล์มจาก 16 มิลลิเมตร เป็น 35 มิลลิเมตร ซึ่งทางผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์เอเชียของเมืองโดวิลล์ได้แสวงหาผู้สนับสนุนจนในที่สุด สามารถสั่งจัดทำสำเนาจากหอสมุดรัฐสภา สหรัฐฯเพื่อให้หอภาพยนตร์แห่งชาติดำเนินการฟื้นฟูเป็น 35 มิลลิเมตรต่อไป

 

คณะกรรมการจัดงานฉลอง 60 ปี ภาพยนตร์ "พระเจ้าช้างเผือก" จึงทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อฟื้นฟูสำเนาฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้ 2 ชุด ชุดหนึ่งเพื่ออนุรักษ์ อีกชุดหนึ่งสำหรับฉายทั่วไปนี่คือที่มาแห่งงานเฉลิมฉลองเมื่อวันพุธที่ผ่านมา น่าเสียดาย ตรงที่มีปัญหาทางด้านเทคนิค ทำให้ผู้ที่ไปร่วมงานฉลองดังกล่าวที่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เวิลด์เทรดเซ็นเตอ ร์ ได้ชม "พระเจ้าช้างเผือก" ฉบับ 16 มิลลิเมตรแทนขนาด 35 มิลลิเมตร ดังที่ได้ประกาศไว้แต่แรกแต่ไม่ว่าจะเป็นฟิล์ม 16 มิลลิเมตร หรือ 35 มิลลิเมตร "พระเจ้าช้างเผือก" ก็ยังส่ง "สารแห่งสันติภาพ" อย่างชัดเจน ตามความประสงค์ของผู้สร้าง

 

ในคำกล่าวของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยาคู่ทุกข์คู่ยากของท่านอาจารย์ปรีดี ในโอกาสงานฉลอง 60 ปี ภาพยนตร์ "พระเจ้าช้างเผือก" นี้ ท่านผู้หญิงได้ ระบุตอนหนึ่งว่า..."เมื่อ พ.ศ. 2480 ในทวีปยุโรป ฟาสซิสต์อิตาลีและนาซีเยอรมันเริ่มรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนทวีปเอเชียนั้น กองทัพญี่ปุ่นก็ได้รุกรานและยึดครองภาคอีสานของจีน เมฆหมอกแห่งสงครามโล กครั้งใหม่กำลังปกคลุมไปทั่วโลก นายปรีดีได้ตระหนักถึงภยันตรายของผงครามที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย ฉะนั้นเมื่อ พ.ศ. 2483 จึงได้สร้างภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่อง "พระเจ้าช้างเผือก" จากนวนิยายชื่อเรื่องเ ดียวกันที่นายปรีดีเป็นผู้ประพันธ์ เพื่อเป็นบรรณาการแด่สันติภาพ และประกาศให้ชาวโลกรับรู้ว่าคนไทยเป็น ผู้รักสันติภาพ ด้วยเห็นว่า "ชัยชนะแห่งสันติภาพนั้น มิได้มีชื่อเสียงบรรลือนามน้อยไปกว่าชัยชน ะแห่งสงครามแต่อย่างใด"..." ท่านอาจารย์ปรีดีส่ง "สาร" ประกาศหลักคิดของผู้นำไทย ต่อปัญหาสงคราม ก่อนที่จะได้ประกาศสันติภาพไทยในฐานะผู้ สำเร็จราชการแผ่นดิน และหัวหน้าขบวนการเสรีไทยเมื่อวัน ที่ 16 สิงหาคม 2488 อันมีผลช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็น ผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

 

เขียนมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่า ภาพยนตร์ "พระเจ้า ช้างเผือก" คงจะเป็นภาพยนตร์ที่หนักอึ้ง เปล่าเล ยค่ะ... นอกจากภาพยนตร์ที่พูดภาษาอังกฤษเรื่องนี้ จะสามารถส่ง "สาร" ให้ชาวโลกได้รู้ว่าคนไทยเป็นผู้รักสันติภาพแล้ว ยังบอกกล่าวอีกด้วยว่า คนไทยเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขัน! "พระเจ้าช้างเผือก" เ ป็นเรื่องของ "สงครามกับสันติภาพ" ที่ผู้ประพันธ์ระบุไว้ว่าเกิดขึ้นในปี 2083 ระหว่าง "อโยธยา" กับ "หงสา" โดยฝ่ายแรกเป็นฝ่ายธรรมที่มุ่งแต่เรื่องชาติเรื่องแผ่นดินและ ใฝ่สันติภาพ ขณะที่ฝ่ายหลังเป็นฝ่ายอธรรม มัวเมาลุ่มหลงในอำนาจและกระหายสงคราม แน่นอน...ธรรมย่อมชนะอธรรมในที่สุด!

 

ในระหว่างวันที่ 6 - 12 เมษายนนี้ "พระเจ้าช้างเผือก" ขนาด 35 มิลลิเมตรจะ "เสด็จ" ณ โ รงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน โดยจะฉายเฉพาะรอบหนึ่งทุ่มเท่านั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีค่ะ สำหรับผู้ที่วิตกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้พูดภาษาอังกฤษตลอดเรื่อง เลิกวิตกได้เลยค่ะ เพราะเขามีคำบรรยายภาษาไทยไว้ให้ โดยคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์

 

ดิฉันเองแคล้วคลาดไม่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาตลอด เพิ่งจะได้ดูก็เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมานี่เอง และถ้าหากมีเวลา จะย่องไปดูแบบขนาด 35 มิลลิเมตรอีกสักรอบ สันติภาพจงเจริญ!

 

Hosted by www.Geocities.ws

1