Krungthep Turakij Newspaper

วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2543

 

ซิมโฟนีหมายเลข ๔

'ปรีดีคีตานุสรณ์' ดนตรีของศรัทธา

 

สมเถา สุจริตกุล

 

 

ในวาระ100 ปีชาตกาล รัฐบุรุษอาวุโส วาทยกรคนไทย ฝีมือระดับโลก -สมเถา สุจริตกุล ประพันธ์และเปิดบรรเลง ซิมโฟนีหมายเลข ๔ ของเขา เพียงรอบเดียวในวันที่ 9 พ.ค.นี้ เป็นโอกาสดีของผู้ที่อยากรู้จักเนื้อหาชีวิตรัฐบุรุษอาวุโสผู้ถูกสังคมไทยลืมเลือนผ่านอักษรดนตรี หลังจากนั้นจะเปิดซิมโฟนีรอบพิเศษ บริการถึงรัฐสภา เพื่อให้ผู้แทนราษฎรไทย ผู้ใช้อำนาจของประชาชน ได้มีโอกาสสัมผัสเป็นการเฉพาะ

นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส และสามัญชน ผู้มีส่วนสำคัญต่อชะตากรรมของประเทศไทยมากที่สุดทั้งในฐานะผู้เปลี่ยนแปลงสังคมนำระบอบประชาธิปไตยสู่สังคมไทยในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ตลอดจนก่อตั้งขบวนการเสรีไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่กำลังจะตกอยู่ในฐานะประเทศผู้แพ้สงครามหลังสงครามโลกครั้งที่สอง จนสามารถพลิกสถานการณ์นำสยามประเทศกลับมาเป็นเสรีประเทศในท้ายที่สุด

รัฐบุรุษอาวุโส อดีตผู้สำเร็จราชการ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้นำคณะราษฎร หัวหน้าขบวนการเสรีไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ชีวิตของเขาก็เช่นชีวิตระหกระเหินของสังคมไทย ถูกป้ายสีในกรณีสวรรคตรัชกาลที่ 8 เขาต้องลี้ภัยการเมืองนานกว่า 35 ปี และท้ายสุดต้องจบชีวิตลงในต่างประเทศ แม้ว่าจะเป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อความเป็นไปของบ้านเมืองในยุคหนึ่ง แต่ไม่น่าเชื่อ เรื่องราวของนายปรีดี ความคิดและงานของเขากลับเป็นที่รู้จักในวงแคบ ยิ่งคนรุ่นใหม่น้อยคนที่จะรู้จัก

"ในวาระที่ยูเนสโก ประกาศยกย่องชื่อบุคคลสำคัญ 50 กว่าคนทั่วโลก โดยของไทยมี 2 ท่าน คือ พระนามของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กับนายปรีดี พนมยงค์ เมื่อการประชุมสมัยสามัญเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการยกย่องนายปรีดี เป็นการประกาศที่ต้องถกเถียงกันในที่ประชุม จนมีผู้แทนจากหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส จีน รัสเซีย อังกฤษ ญี่ปุ่น บราซิล และอีกหลายประเทศได้ลุกขึ้นกล่าวถึงบทบาทและคุณงามความดีของนายปรีดี พนมยงค์ ท้ายที่สุดก็ได้รับการประกาศยกย่อง" ดุษฎี พนมยงค์ บุตรสาวคนหนึ่งของนายปรีดี เล่าถึงอุปสรรคและความเป็นมา

การนำชีวิตของสามัญชนคนธรรมดา ลูกชาวนา จากอยุธยา เช่น นายปรีดี มาประพันธ์เป็นบทซิมโฟนี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความคิด และสาระชีวิต ผ่านดนตรีนี้ เป็นบทประพันธ์ แต่งขึ้นโดยนักดนตรีระดับโลกชาวไทย ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลของ ปรีดี พนมยงค์

โดยมี ดุษฎี พนมยงค์ บุตรของนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งร่วมกับรัฐบาลไทยที่มีชื่อเป็นผู้ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง ในส่วนของศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ที่ใช้ชื่อ งานว่า "ปรีดีคีตานุสรณ์" จึงนับว่า งานนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ และมีความหมายมากกว่าการเข้าไปฟังดนตรีคลาสลิกสักรอบหนึ่ง เพื่อรสนิยมวิไล

เพราะนอกจากจะเป็นงานที่จัดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจของผู้ที่ศรัทธาต่อคุณงามความดี ช่วยกันจัดงานขึ้นแล้ว ในครั้งนี้ สมเถา สุจริตกุล วาทยกรและผู้ประพันธ์ ซึ่งศึกษาความคิด และเคยพบหน้ากับนายปรีดี เมื่อครั้งยังมีชีวิต ยังเป็นผู้แต่ง ซิมโฟนี จากประวัติสามัญชนขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนายปรีดี ซึ่งถือว่า เป็นรอบ World Premier คือ เปิดแสดงเป็นครั้งแรกของโลก

สมเถา สุจริตกุล - เป็นนักเขียนนวนิยายที่มีชื่อเสียงในระดับโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มีผลงานนวนิยายประมาณ 40 เรื่อง และเรื่องสั้นกว่า 70 เรื่องยังมีบทภาพยนตร์ และดนตรี ผลงานของเขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาอื่นๆ มากว่า 10 ภาษา มาเกือบ 20 ปี ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

นามปากกา เอส.พี สมเถา เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับนักอ่านทั่วโลก และดนตรี เป็นความสามารถอีกด้านของสมเถา โดยก่อนหน้านี้ เขาเป็นวาทยกร และผู้ประพันธ์ ดนตรีพระมหาชนกซิมโฟนี ซึ่งเป็นซิมโฟนีหมายเลข ๓ ของเขา ก่อนหน้านี้สมเถายังเป็นผู้ประพันธ์ ซิมโฟนี ถวายแก่เจ้าหญิงจูเลียน่า แห่งเนเธอร์แลนด์ ด้วย

ดุษฎี พนมยงค์ หนึ่งในผู้จัดงาน กล่าวว่า งานปรีดีคีตานุสรณ์ นี้ ถือว่าได้รับเกียรติจากนักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง สมเถา สุจริตกุล ซึ่งมีความประทับใจในตัวนายปรีดี ได้ลงแรงศึกษาและนำเอาเรื่องราวชีวิตของนายปรีดี ตั้งแต่เกิดจนตายมาร้อยเรียงขึ้น กลั่นเป็นบทซิมโฟนี ซึ่งในเมืองไทยถือว่าเป็นครั้งแรก โดยเขียนออกมาเป็น 4 กระบวน

กระบวนที่หนึ่ง เริ่มต้นจากงานแห่ศพ โดยผู้ประพันธ์ เล่าเรื่องย้อน เริ่มจากตอนตายก่อนและเล่าย้อนชีวิต

กระบวนที่สอง เป็นช่วงสงครามโลก และการต่อสู้ของขบวนการเสรีไทย

กระบวนที่สาม เป็นการไล่ล่าทางการเมือง และการลี้ภัยไปอยู่เมืองจีน โดยช่วงนี้ผู้ประพันธ์ได้ประยุกต์ นำเอาท่วงทำนองเพลงจีนเข้ามาในซิมโฟนี ในช่วงนี้จะมีเพลงบทหนึ่งที่ชื่อว่า คุณพ่อ อย่าร้องไห้ ซึ่งจะร้องโดยดุษฎี พนมยงค์ ผู้เป็นลูกสาว เนื่องจากผู้ประพันธ์อยากให้ลูกร้องเพลงนี้ให้พ่อ

"เขาเขียนได้ดีมาก กระทั่งผู้แปลจากภาษาอังกฤษมาเป็นเนื้อร้องภาษาไทย คือ คุณถ่ายเถา สุจริตกุล (มารดาของสมเถา) เล่าว่า ท่านแปลเอง ยังน้ำตาซึม"

ในกระบวนที่สี่ เป็นช่วงของการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ โดยสมเถาได้นำเอาพระธรรมบท และพุทธวจนะ 4 บท เขียนขึ้นเป็นซิมโฟนี ประกอบกับการประสานเสียงของคน 200 กว่าคน เป็นภาษาบาลี ร่วมกับดนตรีจากวง Bangkok Symphony Orchestra โดยเนื้อหาของ พระธรรมบท 4 บทนี้ จะตรงกับสิ่งที่นายปรีดี พูดถึงเสมอ คือ พุทธศาสนา และพุทธวจนะ โดยผู้ประพันธ์อ่านพระธรรมบทถึงสี่รอบและยังนับว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้ภาษาบาลีมาเป็นบทประสานเสียงในซิมโฟนี

"บทแรก เขาแต่งว่า ...หิมะบนยอดเขา มองเห็นได้ไกลฉันใด ความดีของคนก็มองเห็นได้ไกลฉันนั้น...หมายถึง ความดีของคน กว่าจะรู้ กว่าจะซึ้ง กว่าจะพิสูจน์ก็ต้องใช้เวลา และบทที่สี่ก็บอกว่า คนที่ดีจริง คนที่หยั่งรู้แท้จริงย่อมไม่ท้อถอย ต่อคำติฉินใส่ร้ายทุกชนิด เหมือนช้างศึกที่ตกลงในบ่อโคลนตม ก็สามารถกลับขึ้นมาได้"

อีกส่วนของงานปรีดี คีตานุสรณ์ คือ การนำเสนอเพลง คนดี มีค่า ที่แต่งขึ้นโดย ดร.จริย์วัฒน์ สัตตะบุตร และทำนองโดย ไกวัล กุลละวัฒโนทัย โดย 4 ประโยคแรก ผู้ประพันธ์จะเน้นถึงเรื่องของสามัญชน ที่ว่า

"ใครคือ คนดีมีค่า อาจแค่คนธรรมดาฟ้าส่ง เมื่อเกิดบรรเจิดบรรจง ยืนยงเพราะคุณความดี"

ดุษฎี พนมยงค์ อธิบายเนื้อหาของเพลง ที่มุ่งบอกว่า นายปรีดี คือ คนธรรมดา แต่อยู่ได้เพราะความดี ที่น่าสนใจคือ ทั้งผู้แต่งซิมโฟนี และเพลงประสานเสียง ทั้งที่ไม่เคยคุยกัน และอยู่กันคนละประเทศ เพราะทั้งคุณสมเถา และ ดร.จริย์วัฒน์ กลับคิดเหมือนกันว่า จะไม่มีคำว่า ปรีดี อยู่ในเพลงเลย

"ดังนั้น คนดีอาจจะเป็นใครก็ได้ อาจจะเป็นชาวบ้าน อาจเป็นชาวนา อาจจะเป็นคนฟังก็ได้ ใครก็ได้ที่สร้างชาติ ด้วยสมองและสองแขน ถ้าคุณเป็นอย่างนั้น ก็ใช่ เราไม่ต้องการโฆษณาชวนเชื่อ เพราะการจะมาบอกว่า คนดี คือ นายปรีดี พนมยงค์ มันผิวเผินเกินไป ไม่ต้องเอ่ยชื่อใคร ใครก็ได้ที่ประดุจช้างศึกถูกทำลายใส่ร้ายและลุกยืนขึ้นมาได้ จึงอยากให้คนไปชมมากๆ โดยเฉพาะคนที่มีสองหัวใจ อยากให้ไปชม คือ หัวใจที่อยากเชิดชูคนดีและศรัทธาในความดี และสองคนที่มีหัวใจรักงานศิลปะดีๆ ระดับโลก"

ปรีดีคีตานุสรณ์ ซิมโฟนีหมายเลข ๔ ประพันธ์ และควบคุมวงโดย สมเถา สุจริตกุล จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 9พฤษภาคม ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ เวลา 20.00 น.และสามารถจัดเพียงวันเดียวรอบเดียวเท่านั้น เนื่องจากเงินทุนที่หาได้มีจำกัด และเป็นการจัดหาผู้อุดหนุนก็ต้องหาเองตามแต่ศรัทธาของผู้สนับสนุน ถัดจากนั้น ปรีดีคีตานุสรณ์ จะเปิดรอบพิเศษที่รัฐสภา ซึ่งจัดให้เป็นพิเศษแก่สมาชิกรัฐสภาและนักการเมือง อีกเพียงหนึ่งรอบ

"เราทำงานนี้ด้วยความเหนื่อย และมีอุปสรรคมาก แต่มีกำลังใจ ดีใจที่ได้รู้จักคนอีกแยะที่มีจิตใจตรงกับเรา ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราได้รู้จักคนอีกแยะ ที่เขามีใจที่ศรัทธาและเชิดชูคนดี มาร่วมและช่วยปลุกปลอบใจเรา อย่างอาสาสมัครประสานเสียง 200 กว่าคนมาด้วยใจ ไม่มีค่าตัว มีแต่น้ำ และอาหารหนึ่งมื้อให้ แต่เขามากันด้วยศรัทธา เป็นเรื่องน่ายินดีของครอบครัวนายปรีดี พนมยงค์" คำพูดของ ดุษฎี พนมยงค์ ยืนยันได้ด้วยแววตาที่เล่าได้มากกว่าคำพูด

บทกล่อมพ่อ ต้องรอคอยถึงวาระ ครบ 100 ปี จึงได้บรรเลง

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1