Krungthep Turakij Newspaper

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2543

 

'ชาญวิทย์' กังขาแบบเรียนไทย ไม่มีชื่อ 'ปรีดี พนมยงค์' !?

 

นิพนธ์ ตั้งแสงประทีป

 

 

"ชื่ออาจารย์ปรีดีถูกลบเลือนไป ในหน้าประวัติศาสตร์ แม้ในวันนี้จะครบรอบ 100 ปี ชาตกาล อาจารย์ปรีดี และองค์การยูเนสโก ก็ประกาศให้เป็น บุคคลสำคัญของโลก แต่ก็ยังไม่มีใคร บันทึกเรื่องราวของอาจารย์ปรีดี ในหน้าประวัติศาสตร์ เราจึงควรถือโอกาสนี้ มาทบทวนศึกษาเกี่ยวกับ ประวัติผลงานของท่านปรีดี แล้วบันทึกให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจ"

ปีพ.ศ.2443 ที่ผืนแผ่นดินริมคลองเมืองฝั่งเหนือ ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอกรุงเก่า ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีเด็กชายคนหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมา และหลังจากนั้นอีก 100 ปีถัดมาในปี 2543 มีคนมากมายมาร่วมรำลึกถึงเด็กชายคนนี้ในฐานะบุคคลสำคัญของโลกและในอีกหลายๆ สถานะ หาที่จะมีสามัญชนคนธรรมดาคนใดจะมาเสมอเหมือนไม่ได้

"ปรีดี พนมยงค์" ชื่อที่เยาวชนรุ่นใหม่ทุกวันนี้อาจไม่รู้จักหรือแม้แต่คุ้นหู เนื่องเพราะในแบบเรียนของสถาบันอุดมศึกษาปัจจุบัน ยังไม่บรรจุนามของบุคคลท่านนี้อย่างเป็นทางการ

บัดนี้ยูเนสโกได้ประกาศยกย่องให้ปรีดี พนมยงค์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก และได้รับการบรรจุชื่อในปฏิทินเฉลิมฉลองของยูเนสโกไปแล้ว กระทรวงศึกษา ธิการแห่งประเทศไทย หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบการเรียนการสอนโดยตรง จะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร เป็นเรื่องที่สาธารณชนน่าจับตาไม่น้อย

ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ คณะอนุกรรมการจัดทำสื่อเผยแพร่คุณูปการของนายปรีดีสู่เด็กและเยาวชน ในคณะกรรมการเฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาลรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ อดีตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยถึงคุณูปการของอาจารย์ปรีดี หรือหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ต่อประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ผ่านมาว่า ถือเป็นปูชนียบุคคลของประเทศ ควรค่าแก่การที่คนรุ่นหลังจะได้ศึกษาเรียนรู้ชีวิตและผลงานปูมหลังของท่านอย่างยิ่ง

ทว่านายปรีดีกลับได้รับการสนองคุณจากสังคมไทยอย่างผิดเพี้ยน เป็นบุคคลที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ทำให้เกิดภาพสองด้านทั้งด้านสว่างและด้านมืด

ในด้านบวกนั้น เป็นที่ทราบกันว่านายปรีดี เป็นนักปฏิวัติและนักชาตินิยม กล่าวคือเป็นผู้ที่รักชาติบ้านเมืองอย่างสูง กล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชา-ธิปไตย เปลี่ยนจาก Absalute monarchy เป็น Limited monarchy และบทบาทที่สำคัญอย่างมากคือ การเป็นนักชาตินิยมในแง่การกู้ชาติช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทำให้ประเทศไทยไม่ต้องสูญเสียอิสรภาพ

"ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยในสมัยนั้นจะประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับอังกฤษ และอเมริกา แต่ท่านก็เป็นผู้นำใต้ดินขบวนการเสรีไทย ทำให้ประเทศไทยหลังสงครามไม่ต้องถูกยึดครองหรือถูกปรับอย่างกรณีของเยอรมนีหรือญี่ปุ่น ซึ่งผู้นำถูกประหารชีวิตด้วยซ้ำ" ดร.ชาญวิทย์ กล่าวตอนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์สุดสลดสำหรับพสกนิกรชาวไทย ในกรณีการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ซึ่งบัดนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นจากเหตุใด เพราะความจริงถูกปิดตาย แต่กลับมีผู้ประสงค์ร้ายนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาใช้เป็นอาวุธทางการเมือง โดยฝ่ายอำนาจนิยมและฝ่ายอนุรักษนิยม กล่าวหาอาจารย์ปรีดีว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 และทำการยึดอำนาจ กระทั่งอาจารย์ปรีดีจำต้องลี้ภัยการเมืองไปพำนัก ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวลากว่าสองทศวรรษ จากนั้นย้ายไปประเทศฝรั่งเศส จนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี พ.ศ. 2526 ไม่มีโอกาสกลับมายังแผ่นดินเกิดจนชั่วชีวิต

ดร.ชาญวิทย์ แจกแจงว่า กลุ่มรัฐประหารได้ออกคำสั่งลบชื่อนายปรีดี พนมยงค์ ออกจากหน้าประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทยนับแต่นั้น

"ชื่ออาจารย์ปรีดีถูกลบเลือนไปในหน้าประวัติศาสตร์ แม้ในวันนี้จะครบรอบ 100 ปี ชาตกาลอาจารย์ปรีดี และองค์การยูเนสโกก็ประกาศให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก แต่ก็ยังไม่มีใครบันทึกเรื่องราวของอาจารย์ปรีดีในหน้าประวัติศาสตร์ เราจึงควรถือโอกาสนี้มาทบทวนศึกษาเกี่ยวกับประวัติผลงานของท่านปรีดี แล้วบันทึกให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจ"

อดีตอธิการบดีท่านนี้ยอมรับว่า ไม่ใช่ความผิดสำหรับคนรุ่นหลังที่ไม่รู้จักชื่อของอาจารย์ปรีดี เพราะสาเหตุที่แท้มาจากระบบการศึกษาอันกำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในปี พ.ศ.2490 ฝ่ายอำนาจนิยมได้ใช้อิทธิพลคุมคนร่างตำราในกระทรวงดังกล่าวให้กระทำตามที่ตนต้องการ ตำราที่ร่างขึ้นในช่วงนั้นจึงมีลักษณะเป็นตำราแบบอำนาจนิยม และอนุรักษนิยมอย่างเด่นชัด

ไม่เพียงแต่บุคคลสำคัญระดับโลกผู้นี้เท่านั้น หากบุคคลฝ่ายเสรีนิยมคนอื่นๆ ก็ถูกลบออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ไทยเช่นกัน

"ผู้คนในฝ่ายเสรีนิยมจะถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่มีการทำรัฐประหาร ในยุคนั้นเป็นประวัติศาสตร์ของผู้ชนะในการทำรัฐประหารมากกว่า จึงไม่มีชื่อของอาจารย์ปรีดีในหนังสือแบบเรียน ไม่ว่าจะเป็นระดับมัธยมศึกษาหรือระดับมหาวิทยาลัย"

ดร.ชาญวิทย์ แสดงความเห็นว่า หลักสูตรการศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับใด ควรจะต้องมีการปฏิรูปขนานใหญ่ นำเรื่องราวที่สำคัญทั้งบุคคลและเหตุการณ์ ไม่เฉพาะเรื่องราวของอาจารย์ปรีดี ลงบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบข้อเท็จจริงต่อไป

"ใน 200 ปีที่ผ่านมาของประวัติ-ศาสตร์ชาติไทย อาจารย์ปรีดีท่านเป็นหนึ่งในบุคคลแนวหน้าที่สำคัญของประเทศชาติและของโลก" ดร.ชาญวิทย์ สรุป

อันที่จริง ไม่เฉพาะตำราการเรียนการสอนเท่านั้นที่ยังเป็นไปตามรูปแบบเก่า ไม่มีการชำระสะสางให้เท่าทันสถานการณ์ทางสังคมและสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หน่วยงานรัฐหลายแห่งยังร่วมแสดงท่าทีปฏิเสธนายปรีดี พนมยงค์ ด้วย ดังเช่น กรณีการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ปฏิเสธที่จะจัดพิมพ์ดวงตราไปรษณียากรรูปนายปรีดีเพื่อเป็นเกียรติในโอกาสครบ 100 ปีชาตกาล ทั้งที่มีกระแสเสียงเรียกร้องให้ กสท. ดำเนินการจัดพิมพ์ดวงตราไปรษณียากรนายปรีดี อย่างท่วมท้น

หน่วยงานเล็กๆ อย่าง กสท.คงไม่อาจดำเนินการใดๆ ได้ หากว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีมติรับรอง

แต่หากว่าแบบเรียนระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ได้รับการชำระใหม่โดยนักวิชาการที่มีใจเป็นธรรม เรื่องราวของนายปรีดี อาจฉายสะท้อนให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลไทยปัจจุบัน ซึ่งกุมฐานเสียงใหญ่โดยพรรคการเมืองใหญ่ จึงปฏิเสธการให้ค่าบุคคลสำคัญของโลกท่านนี้

ตามประวัตินายปรีดี พนมยงค์ เป็นรัฐบุรุษอาวุโสคนแรกของประเทศไทย และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในประเทศหลายตำแหน่ง ได้แก่ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตผู้นำขบวนการเสรีไทย ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ฯลฯ

ถึงแม้วันนี้ บุคคลสำคัญผู้วางรากฐานประชาธิปไตยที่แท้จริงของสังคมไทย จะถูกรัฐไทยที่มาจากระบอบประชา-ธิปไตยเพิกเฉย หากคุณความดีของท่านได้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวไทยและชาวโลกโดยบริบูรณ์ ดังเนื้อหาตอนหนึ่งในบทเพลงปรีดี พนมยงค์ ของวงคาราวานที่ว่า

...ปรีดี พนมยงค์

ประดับไว้ในใจชน...

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1