Bangkok Biz News

01 พฤษภาคม 2543

 

 

คือผู้อภิวัฒน์ 2475 : การกลับมาอย่างสง่างามของละครเวทีไทย

 

ภาคย์ จินตนมัย

 

 

ภายหลังที่ท่านปรีดีถึงแก่อสัญกรรม นักศึกษาธรรมศาสตร์หลายคนในรุ่นประมาณปี พ.ศ. 2525-2535 ที่เป็นนักกิจกรรม มักจะเรียกท่าน "อาจารย์ปรีดี พนมยงค์" อย่างติดปากว่า "พ่อปรีดี" ซึ่งไม่ทราบว่าเรียกกันมาแต่สมัยไหน ใครเป็นผู้เริ่มต้นเรียก และปัจจุบันยังมีนักศึกษาเรียกขานท่านเช่นนั้นอยู่หรือไม่ นักศึกษาธรรมศาสตร์ปัจจุบันสักกี่คนจะ "รู้จัก" ว่า "ปรีดี พนมยงค์" เป็นใคร และเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยที่ตนกำลังศึกษาเล่าเรียนวิชาอยู่อย่างไร ประติมากรรมรูปชายวัยกลางคน ณ ลานหน้าตึกโดมเป็นรูปเคารพของใคร นักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมา หรือแม้แต่ที่อาศัยนั่งเล่น รับลมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่บริเวณนั้น จะอยากรู้บ้างหรือไม่ว่า บุคคลผู้นี้ มีความสำคัญแค่ไหนเพียงใด จึงได้มีอนุสาวรีย์สร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงท่าน

คำตอบของคำถามประดามีที่เอ่ยข้างต้น ปรากฏอยู่อย่างค่อนข้างชัดเจน ในประเด็นหลักๆ สำคัญๆ ในละครเรื่อง "คือผู้อภิวัฒน์ 2475" ผลงานสร้างสรรค์ของคำรณ คุณะดิลก และ พระจันทร์เสี้ยวการละคร ซึ่งได้เปิดแสดงครั้งแรกในชื่อว่า "คือผู้อภิวัฒน์" (ไม่มี 2475 ต่อท้าย) เมื่อปี พ.ศ. 2530 ณ หอศิลปวัฒนธรรม (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นอีก 8 ปี ละครเรื่องนี้ ก็ได้กลับมาแสดงอีกครั้ง ในวาระพิธีเปิด "สถาบันปรีดี พนมยงค์" เมื่อวันที่ 24-25 มิถุนายน พ.ศ. 2538 กระทั่งมาถึงวาระ ครบรอบ 100 ปี ชาตกาลนายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ก็ได้กลับมาแสดงอีกครั้งในชื่อใหม่ เนื่องจากมีการปรับปรุงรายละเอียด ในการแสดงใหม่ หลายประการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังได้สัญจรไปแสดงยังต่างประเทศอีกด้วย โดยระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ได้ไปแสดงในทวีปยุโรป 3 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส เนเธอร์-แลนด์ และสวีเดน อีกทั้งยังได้สัญจร ไปแสดงในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลอสแองเจลิส ซานฟรานซิสโก ชิคาโก และนิวยอร์ก เมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน ที่เพิ่งผ่านมาด้วย การสัญจรไปแสดง ยังต่างประเทศทั้งสองครั้ง ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

ละครเรื่อง "คือผู้อภิวัฒน์ 2475" เป็นละครที่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก กับความยิ่งใหญ่อลังการ ของฉาก ด้วยหัวใจของการแสดงอยู่ที่ร่างกาย คือ การแสดงออกของนักแสดง อันเป็นแนวทางของ Poor Theatre ฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากในละครเรื่องนี้จึงมีลักษณะที่เรียบง่าย และน้อยชิ้น รวมไปถึงแสงสีในละครก็ไม่ฉูดฉาดบาดตาจนหมดงาม

ด้านเนื้อหาของละคร จับความตั้งแต่ ท่านปรีดีเรียนหนังสือ ที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างปี พ.ศ. 2463-2470 เป็นต้นมา จนกระทั่งวันที่ท่านถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 การแสดงใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง 10 นาที ครอบคลุมประวัติชีวิตของท่านปรีดีและประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงหัวเลี้ยว สำคัญไว้ได้แทบทั้งหมด ตั้งแต่การอภิวัฒน์ พ.ศ. 2475 การรัฐประหารครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2476 กบฏบวรเดช ขบวนการเสรีไทย เรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์เดือนตุลาคม 2516 และ 2519 โดยไม่ได้กล่าวในทุกรายละเอียดของเหตุการณ์ แกนหลักของเรื่องอยู่ที่บทบาทของท่านปรีดีที่มีในเหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆที่สำคัญเหล่านั้น สภาพแวดล้อมทางสังคมเด่นๆ ในแต่ละช่วงของเหตุการณ์ และผลของการกระทำต่างๆ ที่เกิดกับท่านปรีดีในตลอดชั่วอายุขัยของท่าน อันเป็นการเปิดมิติความรับรู้ ให้แก่ผู้ชม ถึงความสำคัญ และคุณูปการมากมาย ที่ท่านปรีดี มีต่อสังคมไทย ซึ่งสังคมไทย แทบไม่เคยรับรู้ จดจำ และกล่าวถึง เท่าที่ควรจะเป็น

ละครเวทีเรื่อง "คือผู้อภิวัฒน์ 2475" นี้ น่าจะเป็นนิมิตหมายอันดี ที่ปรากฏแก่วงการละครเวทีของไทย ซึ่งในระยะหลายปีที่ผ่านมามักผลิตขึ้น จากบทละครต่างประเทศ ทั้งในระดับละครเวทีอาชีพและละครเวทีของนักศึกษา หรือไม่ก็เป็นละครเวทีชวนหัวไร้สาระ ที่แม้กระนั้นยังมีให้ชมน้อยมาก จนคนไทยแทบไม่คุ้นเคย กับการชมมหรสพประเภทนี้ เอาเลย นานมากแล้วที่สังคมไทย ขาดละครสาระที่เข้มข้นคมลึกเช่นนี้ ละครเรื่องนี้จึงหาได้เป็นเพียงแค่ละคร เชิดชูเกียรติประวัติ ปูชนียบุคคลแต่เพียงประการเดียวไม่ หากยังเป็น "หน้าตา" ของละครเวทีของไทยในยุคสมัย ที่ละครเวทีซบเซาเหงาเงียบ และละครโทรทัศน์ ก็ขายแต่ความไร้เดียงสา ทางอารมณ์ ด้วยการผลิตซ้ำซากละครเก่าๆ ที่ไม่พัฒนาวุฒิภาวะทั้งผู้ผลิตผู้แสดง และผู้ชม

มิเพียงเท่านั้น บทละครเวทีเรื่องนี้ ยังได้รับการตีพิมพ์ เป็นหนังสือแล้วถึง 3 ครั้ง (พิมพ์ครั้งแรก 1 พฤศจิกายน 2530 และพิมพ์ครั้งที่สาม เพิ่มภาคผนวก พฤศจิกายน 2542) ทำให้อดนึกไปถึงการเขียนการอ่าน "บทละคร" ซึ่งเคยเป็นที่นิยมอยู่ เมื่อหลายทศวรรษก่อน ในช่วงปี 2510-2520 ดังจะเห็นได้จาก การมีบทละคร สำหรับอ่านหลายเรื่องรวมเล่ม อยู่ในหนังสือ รวมงานเขียนของนักเขียนบางคน และหลายเรื่อง ก็เป็นที่จดจำ มาจนถึงทุกวันนี้ ที่ได้ทำเป็นละครจริงๆ ก็มี เช่น "งานเลี้ยง" และ "ฉันเพียงแต่อยากออกไปข้างนอก" ของ วิทยากร เชียงกูล ที่เป็นส่วนหนึ่ง ในหนังสือรวมเล่มที่ชื่อว่า ฉันจึงมาหาความหมาย

ละครเวทีเรื่อง "คือผู้อภิวัฒน์ 2475" จึงเป็นการกลับมา อย่างสง่างาม ของละครเวทีของไทย และนับเป็นหลักบอกเขตที่สำคัญหลักหนึ่ง บนถนนของละครเวที ของไทยด้วย

...........................................................................

รัฐบุรุษอาวุโส

แผ่นดินไทยไม่โตแต่เต็มตื้น

ข้าวงอกออกรวงร่วงพื้น

ครั่นครื้นคุณูปการท่านปรีดี.

(บทสุดท้ายของ "ปรีดี พนมยงค์ ยงยืน" โดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)ล

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1