Krungthep Turakij Newspaper
วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2543
100 ปี ปรีดี พนมยงค์ บนความเงียบและเบี่ยงเบน
แจ้ง ใบเตย ([email protected])
อันที่จริงแล้วในวันพรุ่งนี้ คือ วันที่ 5
พฤษภาคม ถึงวันที่ 14 พฤษภาคม ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาลนายปรีดี
พนมยงค์ สามัญชนผู้วางรากฐานทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมสำคัญๆ ให้กับประเทศไทย
แต่ในขณะที่คณะทำงานเรื่องนี้กำลังผลักดันให้วาระนี้เป็นเรื่องที่สังคมพึงให้ความสำคัญ
มันก็ดูเหมือนว่ามีความพยายามบางอย่างที่จะลดทอนความสำคัญ และเบี่ยงเบนเนื้อหาบางอย่าง
เช่น นับตั้งแต่ขั้นแรกซึ่งมีการดึงเกมยึกๆ ยักๆ ทำท่าจะไม่ยอมเสนอชื่อนายปรีดี พนมยงค์
เป็นบุคคลสำคัญของโลกในปี 2000 - 2001 ขององค์กรยูเนสโก แต่พอเสนอชื่อผ่าน ก็โยกโย้ไม่ยอมจัดสร้างแสตมป์เชิดชูเกียรติเสียดื้อๆ
กระทั่งความพยายามที่จะกำหนดเนื้อหาข่าวสารให้ระดับความสำคัญของนายปรีดี
เหลืออยู่แค่เป็นเรื่องในความสนใจของคนกลุ่มเล็กๆ...หรือเป็นสำนึกร่วมเพียงระดับประชาคมธรรมศาสตร์
แทนที่จะเป็นระดับประเทศ...คือ พยายามทำให้ภาพนายปรีดี พนมยงค์ หยุดนิ่งอยู่แค่เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
นี่คือ ยังไม่ต้องพูดถึงอาการเงียบเชียบอื่นๆ
ที่ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรไปกดทับเอาไว้
ถ้าเรายังเชื่อในเบื้องต้น ว่า ข่าวสารนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อของคน
มันก็น่าสนใจแล้วล่ะครับว่า ข่าวสารที่ออกมาจากกลไกรัฐนั้น ต้องการให้คนในสังคมเชื่อในประวัติศาสตร์ของนายปรีดี
และการเมืองไทยแบบไหน...ข่าวสารเหล่านั้นปรารถนาอยากเห็นคนในสังคม "ให้คุณค่า" กับนายปรีดี
พนมยงค์...ระดับใด
ผมนั้นพยายามมองโลกในแง่ดี และแอบเชื่ออยู่ลึกๆ
ว่า ในสังคมสื่อมวลชนทุกวันนี้ เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ซึ่งเดินข้ามยุคสมัยแห่งความสับสนในช่วงนั้นมาแล้ว...เดินข้ามกระแสข่าวการให้ร้ายป้ายสีมาสู่ข้อเท็จจริงที่ตกผลึกแล้ว
การนิยามคนดี...การให้คุณค่าคนดีอย่างนายปรีดี พนมยงค์...จึงไม่น่ามีปัญหา
เอาเข้าจริงสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง (เข้าใจว่าน่าจะเป็นจำนวนมาก)
ก็น่าผ่านการหล่อหลอม และได้รับอิทธิพลจากกระบวนการคิดทางสังคม ซึ่งนายปรีดีวางรากฐานสำคัญเอาไว้ตลอดเกือบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำไป
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าผู้กุมอำนาจรัฐ ผู้ครอบครองเครือข่ายสื่อของรัฐในเวลานี้
จะมองความสำคัญของสามัญชนชื่อปรีดี พนมยงค์อย่างไร ข่าวสารและความคึกคักที่จะออกมาในช่วงนี้
น่าจะเป็นมาตรชี้วัดท่าทีของผู้กุมอำนาจรัฐได้พอสมควร
ถ้าถึงขั้นซื้อเวลาโทรทัศน์ถ่ายทอดสดงานฉลองและหาเสียงพรรคที่มีอายุยาวนานที่สุดได้...พล่ามอยู่หน้าจอทีวีโฆษณาชวนเชื่อผลงานพรรคอยู่ได้หลายชั่วโมง (เมื่อ 2 - 3 สัปดาห์ก่อน)
...จนชาวบ้านแทบจะรับประทานอาหารไม่ลงกันอยู่แล้ว
แต่กับเรื่องใหญ่ๆ เรื่องที่เป็นประวัติศาสตร์...คุณูปการผู้วางรากฐานที่มาของระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทย...คนที่เปลี่ยนโฉมหน้าระบบการเมือง
จนทำให้เกิดพรรคการเมืองพรรคแล้วพรรคเล่าขึ้นมา...ยังทำท่าเพิกเฉย แถมเล่นเกมต่ำๆ กันอยู่ไม่รู้ไม่ชี้...มันก็หมดแล้วแล้วล่ะครับ...ไม่เหลืออะไรให้หวังได้อีกแล้ว
สังคมใดก็ตามที่มีปัญหาในการ "นิยาม" และ "ให้" ค่าคนดี มันก็ยากที่จะคาดหวังว่าสังคมนั้นจะสามารถเดินฝ่าสิ่งที่เรียกกันว่า
"วิกฤติ" ...สิ่งที่เรียกกันว่าเป็น
"ทางตัน" ของสังคม.... เพราะแม้แต่นิยามและคุณค่าของสิ่งที่เป็นความดี-คนดียังสับสน
สิงห์ สนามหลวง เขียนวาทะเยี่ยมๆ เรื่องนี้ไว้ว่า...
การสดุดีนายปรีดี พนมยงค์ ย่อมเท่ากับเป็นสัญลักษณ์ในการสดุดีสามัญชนคนธรรมดา .. ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการสดุดีความเป็นสามัญชนในตัวท่านเอง
Krungthep Turakij Newspaper