(สำเนา)

ที่ อส(สฝปผ.)0018/ว 46                                                                                        สำนักงานอัยการสูงสุด
                                                                                                                                 ถนนหน้าหับเผย กรุงเทพฯ 10200

                   31 มกราคม 2546

เรื่อง    แนวทางการปฏิบัติในการดำเนินคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

เรียน    รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝ่าย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝ่าย เลขานุการอัยการสูงสุด อัยการจังหวัด
            ผู้อำนวยการสถาบันกฎหมายอาญา และผู้อำนวยการสำนักงานอำนวยการ

          ตามที่พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 มีผลบังคับใช้แล้วนั้น เนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าว มีบทบัญญัติที่แตกต่างจากวิธีปฏิบัติในการดำเนินคดีอาญาทั่วไปหลายประการ เพื่อให้การปฏิบัติงานในด้านการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัตินี้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน สำนักงานอัยการสูงสุดจึงเห็นสมควรวางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินคดีฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติดไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1 การรับสำนวน

          ให้พนักงานอัยการรับสำนวนการสอบสวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไว้ดำเนินการ โดยพนักงานสอบสวนไม่ต้องส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวน เว้นแต่ผู้ต้องหาไม่ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือการควบคุมตัวแห่งใด

          ข้อ 2 การลงสารบบและวิธีปฏิบัติต่อสำนวนในเบื้องต้น

          ให้สำนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องจัดให้มีสารบบ (ส.1ฟ.) และบัญชีจ่ายสำนวน (บ.7) ตลอดจนสมุดรับ-ส่งหนังสือคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน

          สำนวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้ลงสารบบ (ส.1ฟ.) แล้วทำให้ปรากฏข้อความหรือประทับตรายางไว้ด้านบนตรงกลางของปกสำนวนว่า “คดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด”

          เมื่อหัวหน้าพนักงานอัยการสั่งจ่ายสำนวนแล้ว หากยังไม่ได้รับแจ้งผลการตรวจพิสูจน์จากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดก็ให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนรอผลการตรวจพิสูจน์ก่อน

          ข้อ 3 สำนวนคดีที่ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่น

          เมื่อพนักงานอัยการรับสำนวนการสอบสวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหากปรากฏภายหลังว่าผู้ต้องหานั้นต้องหาหรือถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่น ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก หรือต้องคำพิพากษาให้จำคุก และศาลพิจารณามีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีก็ให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่ แล้วแจ้งผลการดำเนินคดีให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทราบด้วย

          ข้อ 4 กรณีผลการตรวจพิสูจน์ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด

          กรณีคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด แจ้งว่าผลการตรวจพิสูจน์ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด ให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดีต่อไปตามอำนาจหน้าที่ โดยให้พนักงานอัยการประสานงานทำความตกลงกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอให้พนักงานสอบสวนไปรับตัวผู้ต้องหาจากสถานที่ควบคุมมาเพื่อดำเนินคดีต่อไป

          ข้อ 5 กรณีผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด

          ในการดำเนินคดีหากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแจ้งผลการตรวจพิสูจน์ให้พนักงานอัยการทราบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด และพนักงานอัยการเห็นว่าผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด กรณีเช่นนี้ให้พนักงานอัยการมีคำสั่ง “ชะลอการฟ้องไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับแจ้งผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด” โดยไม่ต้องมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาก่อน

          กรณีที่พนักงานอัยการพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาซึ่งได้รับแจ้งผลการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ไม่มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้พนักงานอัยการดำเนินคดีต่อไปตามอำนาจหน้าที่ และให้แจ้งผลการดำเนินคดีให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทราบด้วย ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ 4 มาใช้โดยอนุโลม

          ข้อ 6 คำสั่งให้ยุติการดำเนินคด

          ในสำนวนคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งชะลอการฟ้องไว้ก่อนตามข้อ 5 วรรคหนึ่ง ต่อมาได้รับแจ้งจากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ว่าผู้ต้องหาได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดครบถ้วนตามที่กำหนดและผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นที่พอใจแล้วให้พนักงานอัยการมีคำสั่ง “ยุติการดำเนินคดีเพราะกฎหมายถือว่าผู้ต้องหาพ้นจากความผิด” และให้นำระเบียบกรมอัยการว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ข้อ 29 วรรคสาม และวรรคสี่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2538 ข้อ 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

          กรณีที่คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด แจ้งว่า ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดยังไม่เป็นที่พอใจ ให้พนักงานอัยการดำเนินคดีต่อไปตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ 4 มาใช้โดยอนุโลม

          ข้อ 7 การรายงาน

          สำนวนคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่ง “ชะลอการฟ้อง” ให้ถือเป็นสำนวนที่สั่งคดีเสร็จแล้ว ให้รายงานตามแบบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด

          สำนวนคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่ง “ชะลอการฟ้อง” ต่อมาได้รับแจ้งจากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดว่า ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดยังไม่เป็นที่พอใจ ให้โอนสำนวนไปลงสารบบ (ส.1) ปกติ กรณีเช่นนี้หากพนักงานอัยการสั่งคดียังไม่เสร็จให้รายงานเป็นสำนวนค้างตามระเบียบกรมอัยการว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ข้อ 14

          ข้อ 8 การเก็บรักษาสำนวน

          ให้สำนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องทุกแห่งแยกเก็บรักษาสำนวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต่างหากจากสำนวนคดีทั่วไป เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและจัดเก็บข้อมูล

          ข้อ 9 กรณีอื่นๆ

          ในกรณีที่หนังสือนี้มิได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ ให้พนักงานอัยการพิจารณาปฏิบัติไปตามที่เห็นสมควร โดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ ทั้งนี้ให้นำระเบียบกรมอัยการว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาชั้นอุทธรณ์และฎีกา พ.ศ. 2545 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

          จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ

             ขอแสดงความนับถือ

             (นายคัมภีร์ แก้วเจริญ)

             รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน

             อัยการสูงสุด

Hosted by www.Geocities.ws

1