|
สิทธิของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่จะพบทนาย
สมัคร เชาวภานันท์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(2) บัญญัติว่า ผู้ต้องหา หมายความถึงบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำผิดแต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล ผู้ถูกจับอาจเป็นผู้ต้องหาหรืออาจไม่เป็นผู้ต้องหาก็ได้ กล่าวคือ ถ้ามีการกล่าวหาผู้ถูกจับก็เป็นผู้ต้องหา ถ้ายังไม่มีการกล่าวหาก็คงเป็นผู้ถูกจับ ดังนั้น บุคคลจะต้องตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหา จึงต้องมีการกล่าวหาต่อเจ้าพนักงาน หรือเจ้าพนักงานกล่าวหาเอง โดยการกล่าวหาอาจจะกระทำด้วยการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษตามวิธีการที่กำหนดไว้ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 ทวิ ได้บัญญัติว่า “ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขัง มีสิทธิดังต่อไปนี้ 1. พบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายความสองต่อสอง 2. ได้รับการเยี่ยมตามสมควร 3. ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งรับมอบตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีหน้าที่แจ้งให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหานั้นทราบถึงสิทธิตามวรรคหนึ่ง” การแจ้งถึงสิทธิดังกล่าว จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ที่รับมอบตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาแจ้งให้ผู้ถูกจับหรือ ตามปกติผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่จะถูกตำรวจจับนั้น จะอยู่ในความควบคุมดูแลของตำรวจตลอดมา จะพูดคุย หรือปรึกษาหารือกับคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตำรวจไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการบั่นทอนเสรีภาพของประชาชนมาก เพราะผู้ถูกจับหรือ ดังนั้น การขอพบและปรึกษาทนายนั้น จึงเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขัง ผู้อื่นหรือทนายความที่ไม่ได้รับการร้องขอจากผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไม่อาจใช้สิทธิดังกล่าวนี้ได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีหน้าที่ช่วยเหลือจัดการอย่างอื่นให้ได้ ต้องปล่อยให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขังกับทนายติดต่อกันเอง สำหรับทนายความที่ |