|
(สำเนา)
ที่ อส(สฝปผ.)0018/ว 40 สำนักงานอัยการสูงสุด 28 มกราคม 2546 เรื่อง ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2545 เรียน รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝ่าย อธิบดีอัยการเขต อัยการพิเศษฝ่าย เลขานุการอัยการสูงสุด อัยการจังหวัด สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2545 จำนวน 1 ฉบับ ด้วยสำนักงานอัยการสูงสุดได้ แก้ไขปรับปรุงระเบียบกรมอัยการ ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ข้อ 65 ทวิ ในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีความผิดกรรมเดียวที่ผู้ต้องหาอาจถูกดำเนินคดีหลายครั้ง โดยออกเป็นระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2545 เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังคับ วันที่ 26 ธันวาคม 2545 เป็นต้นไป รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ ขอแสดงความนับถือ (นายคัมภีร์ แก้วเจริญ) รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน อัยการสูงสุด ------------------------- ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่8) พ.ศ. 2545 โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรมอัยการ ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 ในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีความผิดกรรมเดียวที่ผู้ต้องหาอาจถูกดำเนินคดีหลายครั้งเสียใหม่ เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2545” ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2545 เป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 65 ทวิ วรรคสามแห่งระเบียบกรมอัยการ ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2528 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน “ในกรณีที่การดำเนินคดีใดอาจทำให้บุคคลต้องเดือดร้อนหลายครั้งในเรื่องเดียวกัน เช่น การดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ที่ผู้เสียหายอาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้หลายท้องที่ ให้ถือปฏิบัติดังนี้” (1) ให้สำนักงานอัยการที่ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวมีคำสั่งสอบสวนเพิ่มเติมให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่ใดบ้าง หากมีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหลายท้องที่ แต่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคดีหรือสำนักงานอัยการเขตเดียวกันแล้วแต่กรณี ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนโดยไม่ต้องมีความเห็นและคำสั่งไปยังสำนักงานคดีหรือสำนักงานอัยการเขตนั้นๆ เป็นผู้พิจารณาส่ง แล้วให้สำนักงานคดีหรือสำนักงานอัยการเขตรายงานสำนักงานอัยการสูงสุดทราบ เพื่อให้สำนักงานคดีอัยการสูงสุดจัดเก็บเป็นข้อมูลไว้ (2) หากมีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหลายท้องที่ แต่อยู่ในความรับผิดชอบต่างสำนักงานคดีหรือสำนักงานอัยการเขตแล้วแต่กรณี หรือกรณีที่ไม่ได้ความว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ในท้องที่ใดบ้าง ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดโดยไม่ต้องมีความเห็นและคำสั่ง ให้สำนักงานคดีอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา แล้วทำความเห็นเสนอรองอัยการสูงสุดที่ได้รับมอบหมาย และให้รองอัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งคดีทั้งเรื่อง รวมทั้งมีอำนาจสั่งการให้ดำเนินการเพื่อความป็นเอกภาพในการอำนวยความยุติธรรมด้วย (3) ให้สำนักงานคดีอัยการสูงสุดจัดเก็บและพัฒนาข้อมูลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวให้ทันสมัยและครบถ้วนเพื่อความเป็นเอกภาพในการอำนวยความยุติธรรม และเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2545 (นายวิเชียร วิริยะประสิทธิ์) อัยการสูงสุด |