เทคนิคการเพิ่มความเร็วให้คอมพิวเตอร์ Windows 98
 

1. ตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ด้วยสแกนดิสก์

            เป็นการตรวจสอบและซ่อมแซมไฟล์ระบบบนฮาร์ดดิสก์ที่อาจมีปัญหาโดยที่เราไม่ทราบ  เราอาจคุ้นเคยกับการสแกนดิสก์ในกรณีที่เราปิดเครื่องคอมโดยไม่ได้ทำการชัตดาวน์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดอาการแฮงก์เมื่อบูตเครื่องจะเกิดจอสีฟ้าพร้อมแถบแสดงสถานการณ์ทำงานวิ่งอยู่ข้างล่างซึ่งเป็นอาการปกติของวินโดว์98ที่เกิดขึ้นเพื่อซ่อมแซมไฟล์ระบบที่เสียหายจากการแฮงก์ของคอมพิวเตอร์  แต่ในสภาวะปกติการเสียหายของไฟล์ระบบอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่นใช้งานไมโครซอฟต์เวิร์ดอยู่แล้วเกิดแฮงก์ขึ้นมาแล้วปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ  เมื่อเรียกไมโครซอฟต์เวิร์ดขึ้นมาใช้ใหม่ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ  แต่จริงๆแล้วอาจเกิดปัญหาขึ้นกับไฟล์ระบบแล้วก็ได้  การสแกนดิสก์จึงควรทำบ่อยๆเพื่อคอยซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น

2. จัดเรียงชิ้นส่วนไฟล์ด้วยดีแฟร็ก ( Disk  Defragmenter )

            เมื่อสแกนดิสก์เสร็จสิ่งที่ควรทำตามมาคือการทำดีแฟร็กให้กับฮาร์ดดิสก์เหตุผลก็คือเมื่อเราใช้งานคอมพิวเตอร์ไประยะหนึ่ง การติดตั้งโปรแกรม   การลบโปรแกรม  การเขียนไฟล์  การลบไฟล์บ่อยๆจะทำให้เกิดพื้นที่ว่างกระจัดกระจายทั่วไปบนฮาร์ดดิสก์  และเมื่อใดที่เราทำการบันทึกไฟล์ลงบนฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์จะค้นหาพื้นที่ว่างและบันทึกไฟล์นั้นลงบนที่ว่างแต่ถ้าไฟล์นั้นมีขนาดใหญ่เกินพื้นที่วาง ไฟล์จะถูกแบ่งซอยออกเป็นส่วนๆแล้วเก็บแยกกันไว้เมื่อไฟล์นั้นถูกเรียกใช้งานการอ่านไฟล์ข้อมูลก็จะต้องอ่านเป็นส่วนๆทำให้ใช้เวลาในการอ่านนานกว่าปกติ

            การทำดีแฟร็กเป็นการนำชิ้นส่วนไฟล์มาจัดเรียงตำแหน่งใหม่ให้อยู่ติดกันเพื่อความรวดเร็วในการอ่านไฟล์  เมื่อทำการดีแฟร็กเสร็จจะพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิมมากและจะเห็นชัดเจนถ้าไฟล์นั้นมีการกระจายมากๆ

3.  ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกด้วยดิสก์คลีนอัพ  ( Disk  Cleanup )

            ในการลบไฟล์ที่ไม่ต้องการออกจากฮาร์ดดิสก์  สามารถใช้ดิสก์คลีนอัพจัดการให้ได้  เมื่อเราได้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์คืนมาการทำงานโดยรวมของคอมพิวเตอร์ก็จะเร็วขึ้น  การเรียกใช้งานดิสก์คลีนอัพทำได้โดยเปิด  My  Computer   คลิ้กขวาไดร์ฟที่ต้องการทำดิสก์คลีนอัพ  เลือก Properties  เลือกแท็ป General  แล้วกดปุ่ม Disk  Cleanup 

ทั้ง 3 ข้อนี้เป็นพื้นฐานที่ควรทำอยู่เสมอเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ก่อปัญหาใดๆขึ้นขณะใช้งาน ( ด้วยสแกนดิสก์ )   ทั้งยังได้พื้นที่ทำงานเพิ่มขึ้น ( ดิสก์คลีนอัพ )   และทำงานเร็วขึ้น ( ดีแฟร็กเมนต์ )

 

4.  การปรับแต่งไบออส

            ในหัวข้อนี้ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถ้าทำผิดพลาดไปแทนที่จะได้ผลดีก็อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เดี้ยงไปเลยก็ได้  การปรับแต่งไบออสต้องเข้าไปยังเมนูไบออส   โดยในขณะที่เปิดเครื่องคอมขึ้นมา  ให้กดปุ่ม    ( Delete )  ค้างไว้  เครื่องจะเข้าสู่เมนูไบออส  ปรับ Bios Features  และ Chipset  Features ให้เลือก Enable  ในส่วนของ  C P U  Interal Cache และ External  Cache  นอกจากนี้ให้เลือก  Enable  ในส่วนของ Video    Bios     Cacheable    และ System Cacheable  ด้วย และอย่าลืมตรวจว่า  A G P เป็นEnables   หรือไม่   Bios  ปรับแต่งแค่นี้ก็พอ

5.  ทำความสะอาดให้ทาก์สบาร์และเมนูสตาร์ทอัพ

            เคยสังเกตเห็นไอคอนเล็กๆที่อยู่ใน ซิสเต็ม เทรย์ ( System  Tray  )  ตรงด้านล่างขวามือของจอวินโดว์กันบ้างหรือเปล่า  พิ้นที่ตรงนี้ใช้แสดงไอคอนขนาดเล็กของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ( ส่วนใหญ่เริ่มทำงานอัตโนมัติในขณะเข้าสู่วินโดวส์  ) ยิ่งมีหลายโปรแกรมยิ่งใช้ทรัพยากรมาก  การปิดโปรแกรมที่ไม่ใช้งานลงจะทำให้เราได้ทรัพยากรระบบคืนมาและคอมพิวเตอร์ของเราจะทำงานได้เร็วขึ้น  วิธีการโดยคลิ้กขวาที่ตัวโปรแกรมนั้น  แล้วคลิ้ก  Exit   หรือ Close   โปรแกรมนั้นก็จะถูกปิด

6.  ปรับความละเอียดและจำนวนสีของจอ

            การใช้งานจอภาพที่มีความละเอียดสูงและจำนวนสีมากๆทำให้ภาพที่ปรากฏมีความสวยงาม  แต่ก็เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรระบบมากเช่นกัน  ลองมาคำนวณดูถ้าใช้ความละเอียดของจอ 1024  ´  768 แล้วใช้ความละเอียดของสีที่  32  บิตจะต้องใช้หน่วยความจำขั้นต่ำสำหรับการ์ดจอ  เมกะไบต์  แต่ถ้าปรับลดความละเอียดมาที่  800 ´ 600  แล้วใช้ความละเอียดของสีที่ 16 บิต  จะต้องใช้หน่วยความจำขั้นต่ำสำหรับการ์ดจอ  เมกะไบต์   ซึ่งลดลงมาถึง  เท่าโดยที่ลายละเอียดไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก  ( บิตสูงจะใช้หน่วยความจำและเวลาในการประมวลผลสีต่างๆมากกว่าบิตต่ำ ๆ  )

ยังมีอีกหลายวิธี   แต่คิดว่าแค่นี้สำหรับมือใหม่ก็คงพอเพียงแล้ว  วินโดวส์ของเราคงทำงานดีขึ้นเร็วขึ้นผิดหูผิดตา

 

บทความนี้คัดมาจาก  Computer  Today  ฉบับปักษ์หลัง  เดือนมีนาคม  2544 )

 

 
Hosted by www.Geocities.ws

1