เมื่อเฟรินต้องแต่งหญิง
โดย..ทราย
ตอนที่1 ชุดราตรีที่ไม่ได้คาดหมาย ไอ้ประสาท แกจะให้ฉันแต่งตัวแบบผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ ..ไม่มีทาง เฟรินพูดเสียงดังฟังชัดพร้อมกับแววกายตาที่บ่งบอกว่าหงุดหงิดเป็นที่สุด คาโลยืนนิ่งไม่แสดงท่าทีอะไรก่อนที่จะเอ่ยตอบด้วยเสียงเรียบนิ่งตามปกติ แกต้องใส่..งานนี้เขาจัดขึ้นเพื่อเปิดตัวฐานะเจ้าหญิงของแก พ่อแก และไฮคิงจะเสด็จมาร่วมงานด้วย และพวกเขาต้องการเห็นแกในคราบผู้หญิง ไม่ใช่ครึ่งหมาครึ่งคน คำยอกย้อนของคาโลทำเอาเฟรินแทบสะอึก เฟรินทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ ก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าทันทีราวกับคิดอะไรบางอย่างออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวยุ่งทำให้คาโลรู้ตัวว่ากำลังจะโดนลองดี หรือว่านายติดใจฉันในร่างสาวน้อย ถึงได้มาพยายามยัดเยียดให้ฉันแต่งเป็นผู้หญิงแบบนี้ เจ้าตัวดีพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับทำสีหน้าล้อเลียนกวนประสาท ทำให้คนโดนลองดีต้องข่มอารมณ์ลึก เมื่อเห็นอาการชะงักของฝ่ายตรงข้ามทำให้เจ้าตัวยิ่งนึกสนุกอยากแกล้งยิ่งเข้าไปอีก เฟรินดึงแหวนที่นิ้วออก ฉับพลันร่างของเด็กหนุ่มก็กลายเป็นสาวน้อยอรชร อ้อนแอ่น นัยย์ตาสีน้ำตาลกลมโตนั้นสบตากับเจ้าชายน้ำแข็งอย่างมีความหมาย จากนั้นจึงยิ้มพรายโปรยสเน่ห์ราวกับจะยั่วให้น้ำแข็งตรงหน้านั้นปริแตก เจ้าหล่อนเอื้อมมือน้อยๆไปแตะที่ใบหน้าขาวๆของคนตัวโตกว่า ทำเอาหน้าขาวๆนั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ เมื่อเห็นดังนั้นเจ้าตัวดีจึงรู้สึกหน้าร้อนผ่าวตามไปด้วย เจ้าตัวดีจึงรีบหันหลังแล้วพูดกลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงกวนประสาท หรือว่าแกชอบฉันในร่างเจ้าหมาน้อย พลั่ก คนโดนลองดีส่งกำปั้นเข้าให้ โอ้ย! คาโล แก เฟรินตะโกนลั่น เมื่อเจ้าชายคนสำคัญของคาโนวาลฟาดกำปั้นเข้าให้เต็มแรง ทำเอาคนโดนแทบทรุดทั้งยืน ถ้าแกไม่รุ้จักหุบปากเสียบ้าง แกอาจจะโดนมากกว่านี้ น้ำเสียงจริงจังและสายตาที่เย็นเยียบ ทำให้เจ้าคนจุดไฟถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก นี่ชุดของแกที่พ่อแกส่งมาให้ เมื่อพูดเสร็จคาโลก็โยนชุดที่ถืออยู่ลงบนที่นอนข้างเจ้าตัวดี แต่ว่า . คนดื้อพยายามจะพูด แต่เสียงของคาโลก็แทรกขึ้นมาแทบจะในทันทีเพราะไม่คิดจะเสียเวลาฟังเจ้าตัวดีพล่ามชักแม่น้ำทั้งห้า พรุ่งนี้แกต้องถอดแหวนออก แล้วใส่ชุดนี้ไปงาน เมื่อพูดเสร็จก็รีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เจ้าตัวดีอยู่ตามลำพังกับของขวัญที่พ่อสุดที่รักของมันส่งมาให้ด้วยความปลาบปลื้มใจจนน้ำตาแทบไหล เฟรินหลุบตาลงมองชุดราตรีสีมันดำข้างๆตัว เนื้อผ้าเนียนเรียบ ให้ความรู้สึกลื่นมือเมื่อสัมผัส มันสวยมากก็จริงแต่คงจะดีกว่าถ้าให้เขาแต่งชุดผู้ชายเท่ๆ เฟรินคิด ให้ฉันตายดีกว่าใส่ชุดบ้าๆนี่ไปเดินโชว์คนอื่น เฟรินพึมพัมเบาๆก่อนที่จะล้มตัวลงนอนและหลับไปอย่างรวดเร็ว
ตอนที่2 การเดินทางไปบารามอส เฟริน เฟริน ตื่น เฟริน ..ตื่น เสียงเรียกของคิลทำให้แพขนตาหนาสีน้ำตาลหนาเริ่มขยับ ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของคิลมัส ฟิลมัส นักฆ่าหนุ่มผู้เป็นเพื่อนสนิท ที่กำลังพยายามปลุกตัวเองอยุ่ แกจะรีบปลุกฉันทำไมวะ วันนี้มันวันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ เสียงงัวเงียของเฟรินโพลงออกไปก่อนที่จะทันได้คิดอะไร วันนี้พวกเราต้องไปหาตาแกที่บารามอสไงละ จำไม่ได้เหรอ ป่านนี้ทางนั้นคงเตรียมงานกันยกใหญ่คิลเสริม เมื่อฟังดังนั้นเฟรินถึงกับลุกพรวดจากที่นอนแทบไม่ทัน ไม่ไปโว้ย.. ฉันไม่อยากแต่งชุดบ้าๆนั่น คนเพิ่งตื่นพูดพลางก็ชี้ไม้ชี้มือไปยังชุดที่กองอยู่ตรงปลายเตียง คิลเหลือบตาไปมอง จากนั้นจึงหยิบ ชุดบ้าๆนั่น ขึ้นมาดูอย่างสนใจ รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของคิลก่อนที่เจ้าตัวจะปล่อยก๊ากออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ เฟรินทำหน้าหงุดหงิดอย่างกับกำลังจะโดนพาตัวไปให้มังกรกระทืบ ทำให้คิลที่เพิ่งสงบสติอารมณ์ได้ต้องปล่อยก๊ากออกมาอีกครั้งเมื่อหันมาเห็น จนเฟรินอดรนทนไม่ได้จึงเอาหมอนที่ใช้นอนหนุนหัวเป็นประจำฟาดเข้าให้ แต่ก่อนที่สงครามย่อยๆจะเกิดขึ้น เสียงของคาโลก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน อย่ามัวแต่ทำตัวไร้สาระ รีบแต่งตัวเร็วๆ คนอื่นๆเขากำลังรอนายอยู่ที่หน้าป้อม เมื่อพูดเสร็จเจ้าของเสียงผู้มีมาดเจ้าชายน้ำแข็งเสมอก็ปิดหนังสือที่อ่านอยู่ จากนั้นจึงนำไปวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหันไปหยิบชุดที่ตัวเองเตรียมไว้ใส่ในงานแล้วเดินออกไป แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตูคาโลกลับหยุดเดินเสียเฉยๆ ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก คาโลหันหลังกลับมา จากนั้นจึงเดินมาหยิบชุดราตรีสีมันดำของเฟรินขึ้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับชุดของเฟรินในมือ เฟรินสบตากับคิลก่อนจะแยกย้ายกันไปแต่งตัวเตรียมเดินทาง แย่จริงๆ ไอ้คาโลมันดันรู้ทันชิงเอาชุดบ้าบ้านั่นไปเสียก่อน กะจะทิ้งชุดนั่นไว้ที่นี่ซะหน่อย จะได้ไม่ต้องใส่เสียงบ่นพึมพัมของเฟรินทำให้คิลถึงกับขยับรอยยิ้ม ที่หน้าทางออกของป้อมอัศวินมีคนกลุ่มหนึ่งมายืนรออยู่ก่อนแล้ว เสร็จแล้วเหรอเฟริน โรเวนเอ่ยทักพร้อมกับรอยยิ้ม ในขณะที่อาเธอร์มีสีหน้าหงุดหงิดเป็นที่สุด เนื่องจากยืนรอมาแล้วเกือบ 2 ชั่วโมงเสริมต่อว่า ถ้ามันยังไม่เสร็จก็ทิ้งมันไว้ที่นี่แหละ จากนั้นก็ส่งสายตาวิบวับมาให้ทำเอาคนปากดีหน้าเจื่อนลงไปทันที การเดินทางโดยเกวียนเป็นไปอย่างราบลื่นจนกระทั่งเข้าเขตบารามอสในช่วงใกล้ค่ำ เฮ้ย ๆ ถึงแล้วพวกแกดูสิ คิล คาโล ตลาดที่นี่ใหญ่มากเลย เฟรินพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทำเอาคิลกับโรเวนขยับรอยยิ้มน้อยๆ คาโลที่นั่งอ่านหนังสือมานานก็เพียงแค่เหลือบตามอง ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือที่ถืออยู่ต่อ ส่วนอาเธอร์นั้นพึมพัมอะไรบางอย่างเบาๆที่ดูเหมือนคำว่า ประสาท เกวียนที่นั่งมาค่อยๆเคลื่อนที่ช้าลงเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดที่หน้าทางเข้าปราสาทสีขาวสูงตะหง่าน ส่วนบนสุดของปราสาทมีหอคอยที่ประดับไปด้วยธงประจำราชวงศ์ต่างๆ โดยส่วนยอดของป้อมมีธงของบารามอสตั้งเด่นเป็นสง่า
ตอนที่3 ถึงวัง [b] ถวายพระพรฝ่าบาทเฟลิโอน่า เกรเดเวล เดอะปรินเซสออฟเดมอสพระเจ้าคะ ขอจงทรงพระเจริญหมื่นหมื่นปี เหล่าทหารหน้าประตูวังต่างพากันคุกเข่าทำความเคารพอย่างถ้วนหน้าเมื่อทั้งหมดกำลังจะก้าวเข้าสู่ประตูวัง ทำให้อดีตหัวขโมยเก่ารู้สึกกระดากใจชอบกลกับการที่มีคนมาทำความเคารพอย่างนี้ จึงได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆกลับไป แต่ไอ้ความอวดเก่งที่เป็นนิสัยดั้งเดิมอยู่แล้วก็ทำให้เจ้าตัวดีฝืนทำเป็นยืด เดินตัวตรงแด่วก้าวฉับๆเดินนำหน้าคนอื่นๆเข้าไป โรเวนกับคิลที่เห็นท่าทางอย่างนั้นแล้วก็พากันอมยิ้ม ก่อนที่จะรีบเดินตามเข้าไป เมื่อโรเวนและคิลเดินเข้าไปแล้ว คาโลที่ทำหน้าไร้อารมณ์จึงเดินตามพร้อมพร้อมกับอาเธอร์ที่ส่ายศรีษะอย่างเอือมระอาเต็มที สภาพภายในวังช่างหรูหราโอ่อ่าเสียจนทำให้เฟรินถึงกับตะลึง จริงอยู่ที่เขาก็เคยไปอยู่พระราชวังเดมอสมาแล้วตอนช่วงไปแก้คำสาป แต่ที่เดมอสนั้นเทียบไม่ได้เลยกับที่นี่ พื้นหินอ่อนเงาวับทอดยาวเป็นบริเวณกว้าง ยากต่อการคาดคะเน เพราะความกว้างของท้องพระโรงนี้คงมากพอที่จะยกเอาป้อมอัศวิน ปราการปราชญ์ แผ่นดินประชาชน และปราสาทขุนนาง มายัดไว้ได้เลยก็ว่าได้ จะมีปัญหาก็เพียงแต่กลัวว่าอาเธอร์คงจะโวยลั่นถ้าคิดจะไปยกปราสาทขุนนางว่าตั้งไว้เท่านั้นเอง ไอ้ตัวดี คิดพลางก็หัวเราะหึ หึ ออกมาเบาๆ ทำเอาอาเธอร์เสียวสันหลังวาบโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่สามารถหาสาเหตุการเสียวครั้งนี้ได้ แสงจากโคมไฟระย้าตกกระทบพื้นหินอ่อน ทำให้เกิดประกายวุบวับระยับตา ตามเสาต่างๆมีการประดับประดาไปด้วยเพชร พลอย และอัญมณีต่างๆล่อตาล่อใจหัวขโมยอย่างเขายิ่งนัก บารามอสมันก็ไม่ได้ถังแตกนี่หว่า ดูมันก็ออกจะหรูหราออกขนาดนี้ เจ้าตัวยุ่งกระซิบกระซาบให้คิลฟัง ซึ่งคิลก็ได้แต่ยิ้มก่อนที่เอ่ยตอบกลับไป อย่างนี้แกก็ไม่จำเป็นต้องหวังพึ่งท้องพระคลังของคาโนวาลแล้วสิ บารามอสของแกก็คงมีเบี้ยหวัดมากพอให้แกกินได้เต็มที่เท่าที่แกต้องการ พูดเสร็จก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะหันไปเจอสายตาเย็นเยียบจากเจ้าชายข้างๆทำเอาคนจุดไฟหน้าเจื่อนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องโดยเร็ว เฟรินเมื่อเห็นมาดน้ำแข็งของคาโลก็นึกอยากแกล้งขึ้นมาเฉยๆ แต่ก่อนที่จะทันได้พูดอะไร ที่จะป็นการหลอมไอ้นำแข็งข้างๆเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน ถวายบังคมเพคะเจ้าหญิงเฟลิโอน่า เสียงที่เอ่ยพาดพิงถึงชื่อของตน ทำให้เจ้าของชื่อต้องหยุดเรื่องสนุกที่คิดจะทำไว้ แล้วหันไปมองยังที่มาของเสียง พลางทำสีหน้าปั้นยาก เพราะศัพท์แสงที่น่าขนลุกนั่น หม่อมฉันฟาเลส ได้รับพระบัญชาจากเสด็จตาของเจ้าหญิงให้มาช่วยแต่งตัวให้เจ้าหญิงเพคะ สิ้นเสียงคนฟังก็ถึงกับหน้าซีดราวกับได้ทราบข่าวว่าตัวเองถูกเชิญไปขึ้นเขียง และศรีษะที่เคยอยู่บนบ่าเป็นประจำก็คงเป็นอันต้องขาดสบั้นไปในไม่ช้า จินตนาการที่เกิดขึ้นทำเอาเจ้าตัวดีถึงกับต้องรีบส่ายหัวหวืด เป็นการปฎิเสธ คิลที่เห็นสีหน้าของเพื่อนแล้วก็ต้องพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถจนปวดท้องแทบเป็นแทบตาย แต่ก็ไม่พ้นสายตาของเฟรินที่รับรุ้ได้ถึงอาการของเพื่อนรักก็หันมาแยกเขี้ยวให้เป็นรางวัล โรเวนที่เฝ้ามองอาการของทั้งคู่ก็ได้แต่อมยิ้มอย่างเอ็นดู ในขณะที่อาเธอร์เบือนหน้าไปทางอื่นด้วยความรู้สึกประมาณว่า รับไม่ได้ ถ้าไม่มีอะไรแล้วทูลเชิญองค์หญิงไปกับแต่งตัวกับหม่อมฉันเถอะเพคะ หม่อมฉันคาดว่างานกำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้านี้แล้ว ผู้ถูกเรียกว่าเจ้าหญิงหันหน้ามาส่งสายตาละห้อยให้กับเพื่อนร่วมเดินทาง ราวกับต้องการให้ใครก็ได้ช่วยทำให้มันมีอะไรหน่อย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครที่มีท่าทางจะช่วยอะไร สุดท้ายจึงส่งสายตาอ้อนวอนไปทางคาโลที่ยืนอยู่ข้างๆ ตาสีฟ้าคู่สวยจับจ้องมาที่เฟรินแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยอีกเช่นกัน ซ้ำร้ายยังกลับทำให้มันแย่ลงไปอีก คาโลเดินเข้าไปหาฟาเรสพร้อมกับยื่นชุดราตรีสีดำตัวที่เสด็จพ่อของเจ้าตัวดีส่งมาให้ให้ จากนั้นจึงหันมาสบตากับนัยย์ตาสีน้ำตาลที่บัดนี้เต็มไปด้วยความฮึดฮัดขัดใจด้วยแววตาราวกับท้าทาย ก่อนจะเบือนหน้าไปมองทางอื่น ไอ้คาโล แก เฟรินพูดแต่ก็ต้องจบประโยคอยู่แค่นั้นเพราะตอนนี้ฟาเรสออกแรงดึงที่แขนของเขา ทำให้เขาต้องหันหลังและเดินตามฟาเรสไป พร้อมกับความคิดที่ว่า วาระสุดท้ายได้มาถึงแล้ว
ตอนที่ 4 เจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล เดอะปรินเซส ออฟ บารามอส โอ้ย !อะไรกันเนี่ย จะบ้าตายอยู่แล้ว เจ็บนะโว้ยหวีเบาๆหน่อยสิ หัวคนนะไม่ใช่หัวหมา อย่ามายุ่งกับปากฉัน โอ้ย!ไอ้สีชมพูที่เอามาทาแก้มเนี่ยมันอะไรกันรำคาญชะมัด โอ้ย!รำคาญจริงๆเลย โอ้ย!!เจ็บๆเอาอะไรมาดึงขนตาฉันเนี่ย เจ็บนะว้อย เจ็บ เจ็บจริงๆ จะฆ่ากันหรือไง โอ้ย!!!!!! เมื่อไรจะเสร็จสักที เสียงตะโกนบ่นในใจของเฟรินที่มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รับรุ้ ส่วนภายนอกนั้นผู้ถูกเรียกว่าเจ้าหญิงก็ได้แต่ยิ้มแหย แหย ส่งให้ผู้ช่วยแต่งตัวที่เสด็จตาส่งมาให้พลางนึกขอบพระคุณไอ้นำพระทัยล้นอ่างของเสด็จตาอย่างหงุดหงิดอยู่ในใจ ชุดราตรีสีดำถูกสวมใส่ให้อย่างประณีตโดยฝีมือฟาเรส เครือ่งเพชรต่างๆถูกงัดออกมาเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นต่างหู สร้อยคอ สร้อยคอมือ แบบต่างๆถูกนำมาวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเพื่อให้เฟลิโอน่าได้เลือก ใช้ แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่สามารถเลือกได้ซักที เพราะแค่เห็นของมีค่าเบื้องหน้า ก็เล่นเอาหัวขโมยเก่าอย่างเขาถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อนึกถึงราคาแพงหูฉี่ของมัน ผลสุดท้ายฟาเรสจึงต้องเป็นผู้เลือกและสวมใส่ให้กับเจ้าหญิงเอง ไฮคิงเสด็จมาประทับบนบัลลังค์แล้ว ขณะที่ท่านจ้าวเอวิเดสกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับโกโดมโคมุสและเหล่าเสนาต่างๆอีก3-4คน ภายในงานเจ้าชายเจ้าหญิง กษัตริย์ประจำประเทศต่างๆ และ ขุนนางสำคัญมากมาย ต่างทยอยมากันจนเต็มไปหมด ภายในพระราชวังประดับประดาไปด้วยดอกไม้ชนิดต่างๆหลายหลาก ส่งกลิ่นหอมอบอวน มีเสียงดนตรีดังกึกก้องไปทั่วทั้งท้องพระโรงทำให้บรรยากาศโดยรวมดูครื้นเคลง ไฮคิงเสด็จลงจากบัลลังค์มาต้อนรับเอวิเดสที่เพิ่งมาถึง ก่อนจะเอ่ยปากสั่งข้าราชบริพารให้จัดที่นั่งให้สองที่ จากนั้นทั้งคู่จึงเสด็จไปประทับเคียงคู่กันโดยมีลาเวน และโกโดม 2องครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิงยืนอยู่เคียงข้าง ประตูท้องพระโรงเปิดผางออก นางกำนัลคนหนึ่งเข้ามาส่งข่าวให้ไฮคิงทราบว่าเจ้าหญิงเฟลิโอน่าทรงแต่งตัวเสร็จแล้ว ไฮคิงพยักหน้าเป็นเชิงรับรุ้ ก่อนที่นางกำนัลจะเดินออกไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของคาโลและคิลซึ่งบัดนี้ยืนอยุ่ด้วยกันใกล้ๆกับบริเวณที่ประทับของ 2กษัตริย์ ความสนใจของทั้งคู่จึงมุ่งไปยังประตูที่นางกำนัลเข้ามาและเพิ่งจากไป แกว่าเฟรินมันจะสวยซักแค่ไหน คิลถามคาโลซึ่งบัดนี้สายตายังจ้องมองไปยังประตูที่นางกำนัลเข้ามา . ไม่มีเสียงตอบจากเจ้าชายคนสำคัญ คิลจึงได้แต่ยิ้มน้อยๆก่อนที่จะเอ่ยต่อ ฉันว่ามันคงสวยน่าดู ประตูเปิดออกทันทีเมื่อคิลพูดประโยคนั้นจบ ร่างของฟาเรสเดินมาเคียงข้างกับหญิงสาวคนหนึ่งที่งดงามราวกับนางฟ้า ใบหน้าของเจ้าหล่อนนุ่มนวลอ่อนหวาน นัยย์ตากลมโตสีน้ำตาลที่บัดนี้มีขนตางามงอนช่างชวนให้หลงใหล ผิวขาวนวลของเจ้าหล่อนยิ่งขับให้ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อนั้นโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก เส้นผมสีน้ำตาลไหม้ยาวคลอเคลียใบหน้ารูปไข่และไหล่กลมมนที่เปลือยเปล่าเนื่องจากเจ้าหล่อนอยู่ในชุดราตรีสีดำเปิดไหล่ และยาวกรอมเท้า ร่างอ้อนแอ้น อรชร แต่ดูสง่างาม ดึงดูดสายตาของบรรดาชายหนุ่มทั้งหลายในงานให้ตกอยู่ในภวังค์จนไม่สามารถถอนสายตาได้ สวยใช้ได้เลยนะเนี่ย คิลพูดขณะที่หันไปมองคาโลที่อยู่ข้างๆ และก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนรักที่บัดนี้ยังไม่สามารถถอนสายตาจากคนตรงหน้าได้ เฟลิโอน่าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากษัตริย์ทั้งสอง ผู้เป็นพ่อมองลูกสาวยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า เจ้าสวยมากคืนนี้ เฟลิโอน่า คำชมนั้นทำให้เฟลิโอน่าได้แต่ยิ้มแหยๆตอบกลับไป ไฮคิงลุกขึ้นจากที่ประทับ จากนั้นจึงประกาศด้วยเสียงอันกึกก้องแนะนำเจ้าหญิงคนสำคัญ นี่คือเจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล เดอะปรินเซสออฟเดมอส แอน บารามอส สิ้นเสียงของไฮคิง บรรดาขุนนางและกษัตริย์ประเทศต่างๆ รวมถึงบรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายน้อยใหญ่ต่างพากันเอ่ยคำถวายพระพรให้กับเจ้าหญิงกันถ้วนหน้า เฟลิโอน่าก็ได้แต่ยืนส่งยิ้มหวานไปทั่ว เพราะความไม่เคยชินจนทำให้เจ้าตัวทำอะไรไม่ถูก วิชาหน้ากากฟาโรซ์ถูกนำมาใช้ปกปิดอาการตื่นเต้นอย่างเต็มที่ ทำให้สีหน้าของเจ้าหล่อนไม่เปลี่ยนแปลงมากมายนักแม้ในใจจะกำลังกังวลแทบดิ้นตายก็ตาม โชคยังดีที่เมื่อการแนะนำของไฮคิงจบลงทุกอย่างก็เริ่มกลับสู่สภาพปกติ เนื่องจากทุกสายตาไม่ได้จ้องมาที่เธอเพียงคนเดียวอีกแล้ว เสียงดนตรีและเสียงพูดคุยเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ทำให้เจ้าหล่อนรู้สึกหายใจทั่วท้องมากขึ้น แต่ก็ยังไม่วายต้องรู้สึกอึดอัดใจกับสายตาของบรรดาเจ้าชายต่างๆที่พากันจับจ้องเจ้าหญิงคนสำคัญด้วยสายตาแปลกๆที่เฟลิโอน่าให้นิยามมันว่า หื่นกาม ถึงแม้สายตาที่ว่านั่นจะไม่ได้แสดงอาการหื่นกามอะไรเลยก็ตาม ฉันนะผู้ชายทั้งแท่งนะโว้ย ไอ้พวกบ้า มองทำไมวะ เสียงตะโกนในใจของผู้ไม่ยอมรับตัวเอง ในขณะที่ใบหน้ายังคงส่งยิ้มแหยๆไปทั่ว เมื่อปลงตกว่าพวกบ้านั่นคงจะไม่หยุดมองกันเป็นแน่ เจ้าหล่อนจึงตัดสินใจแก้เครียดด้วยการหันไปหาเพื่อนทั้ง2คนที่อยู่ข้างๆ พาลสายตาก็ไปสบเข้ากับเจ้าของนัยย์ตาสีฟ้าสวย ที่บัดนี้แววตาที่จ้องมองมาแปลกไปจากทุกที ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเจ้าหล่อนถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ ชายตรงหน้าอยู่ในชุดสีขาวทั้งชุด แสดงความเป็นราชนิกูล ร่างที่สูงใหญ่ได้รูปทำให้แลดูสง่างามยิ่งเมื่ออยู่ในชุดเช่นนี้ ใบหน้าขาว จมูกโด่งคิ้วคมเข้มนั้นทำให้แลดูราวกับเทพบุตร สายตาที่จ้องตรงมาที่เธอทำให้สาวน้อยเริ่มรู้สึกหวั่นไหว คิลที่อยู่ในเหตุการณ์อมยิ้มน้อยๆก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้ทั้งคู่อยุ่ด้วยกันตามลำพัง ภาพคิลที่เดินจากไปยิ่งทำให้เฟลิโอน่ารู้สึกเขินอายเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเธอสังเกตเห็นว่านัยย์ตาสีฟ้านั้นยังคงมองตรงมาที่เธออยู่ เธอตัดสินใจหลุบตาลงและมองไปทางอื่นแทน เพื่อที่จะหลบเลี่ยงไม่ให้คาโลเห็นหน้าที่เริ่มขึ้นสีของตน งานใหญ่มากเลยนายว่าไหม เฟลิโอน่าหาเรื่องชวนคุยขณะที่สายตาพยายามมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่คนข้างๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังรับรู้ถึงนัยย์ตาสีฟ้าที่ยังคงจ้องมาที่เธออยู่ และทำให้ดวงหน้าของเธอรุ้สึกร้อนผ่าวไปหมด ใช่ คาโลตอบสั้นๆตามปกติ แต่เสียงที่ฟังนั้นฟังดูทุ้มต่ำและอ่อนโยน ไอ้ชุดบ้าๆนี่ใส่ยากเป็นบ้าเลย เฟลิโอน่าที่เริ่มเรียกสติได้หันกลับมาพูดจาไม่สมหญิงอีกเหมือนเคย แกรู้มั้ย ฉันนะรู้สึกราวกับตกอยู่ในนรกตอนที่ยัยฟาเรสอะไรนั่นพยายามจะถอนผมฉันถึงแม้คุณเธอจะบอกว่ากำลังทำผมให้อยู่ก็เถอะเฟลิโอน่าว่าพลางแล้วก็หันหน้ามาทางตัวปัญหาที่เป็นผู้ส่งเธอเข้าไปให้เผชิญกับชะตากรรมเลวร้ายแสนสาหัส ใบหน้าที่ฉายแววไม่พอใจตงิดๆของสาวน้อย กลับทำให้แลดูน่ารักในสายตาของคาโล
ตอนที่5 เต้นรำ เสียงดนตรีเริ่มขึ้นด้วยจังหวะช้าๆแต่ดังไปทั่วทั้งท้องพระโรง แต่ท่วงทำนองนั้นแตกต่างจากเพลงที่บรรเลงผ่านๆมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงเร็ว หรือไม่ก็มีท่วงทำนองสนุกสนาน คาโล เจ้าช่วยพาลูกหญิงของเราไปเปิดฟลอร์เต้นรำหน่อยสิ เสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยอำนาจของท่านจ้าวเอวิเดสเอ่ยขึ้น แต่ก่อนที่คาโลจะเอ่ยตอบอะไร เจ้าหญิงที่ไม่ค่อยจะสมหญิงก็ชิงพูดตัดก่อน ลูกไม่เต้นเฟลิโอน่าปฎิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้ เจ้าเป็นเจ้าของงาน เจ้ามีหน้าที่เปิดฟลอร์ตามพิธีการ ถ้าเจ้าไม่เต้นคนในงานทั้งหมดก็ไม่สามารถเต้นได้ คนเป็นพ่อเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแกมบังคับ แต่ลูกเต้นแบบผู้หญิงไม่เป็น ลูกเคยเต้นแต่แบบผู้ชายเฟลิโอน่าพูดพลางทำหน้าราวกับมีหิน10ก้อนทับอยู่บนศรีษะ คนเป็นพ่อนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบไปว่า ยังไงก็คงต้องลองดู เพราะเจ้าเป็นเจ้าของงาน ดังนั้นเจ้าจึงจำเป็นต้องเป็นคนเปิดฟลอร์ เอวิเดสว่าพลางก็หันไปสบตากับเจ้าชายแห่งคาโนวาลอย่างมีความหมาย คาโลพยักหน้าเป็นการตอบรับก่อนจะดึงข้อมือบางของเจ้าหญิงข้างๆ และพานำไปยังกลางฟลอร์ที่บัดนี้ปราศจากผู้คน สายตาของคนในงานที่จับจ้องมายังคนทั้งคู่ด้วยความสนใจทำให้เฟลิโอน่ารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ร่องรอยของความกังวลฉายชัดในดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่แค่มองเพียงปราดเดียวคาโลก็เข้าใจความหมายของมันเป็นอย่างดี ทำตัวตามสบาย ฉันจะเป็นคนนำเอง ส่วนแกก็แค่ปล่อยตัวไปตามแรงที่ฉันพาไปก็พอเสียงนุ่มนวลของคนตรงหน้ากระซิบบอกช่วยให้เฟลิโอน่ามีความมั่นใจมากขึ้น คาโลก้าวเข้ามาโอบเอวบางไว้ ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปจัดท่าทางของอีกฝ่ายให้ถูกต้อง จากนั้นจึงออกแรงบังคับให้เฟลิโอน่าเคลื่อนไหวไปตามจังหวะที่ถูกต้อง ทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนที่ตามจังหวะดนตรีที่บรรเลงไปอย่างช้าๆ ภาพที่เกิดขึ้นทำให้คนที่เฝ้ามองอยู่รู้สึกราวกับกำลังดูภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ แม้แต่เอวิเดส และไฮคิง ก็ยังขยับยิ้มน้อยๆ น่าแปลกที่เฟลิโอน่าสามารถเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดีภายใต้การควบคุมของคนตรงหน้า เธอละสายตาจากปลายเท้าของตนก่อนจะหันมาสบตากับนัยย์ตาสีฟ้าที่กำลังจับจ้องดูการกระทำของเธอ ตามจริงฉันไม่จำเป็นต้องให้แกช่วยก็ได้ เห็นไหมว่าฉันออกจะมีพรสวรรค์ทางการเต้นขนาดนี้ น้ำเสียงยอกล้อกล่าวขึ้นจากคนที่เมื่อกี้ยังทำหน้าซีดแต่ตอนนี้เริ่มกลับมาทำปากดีอีกครั้ง คาโลที่ไม่อยากต่อกรด้วยจึงได้แต่เงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไป ในฟลอร์เริ่มเนืองแน่นไปด้วยคู่ต่างๆที่พากันทยอยเข้ามาเต้นรำ ทำให้ ความกดดันที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาผู้อื่นของเฟลิโอน่าเมื่อกี้นี้เริ่มจางหายไป ตัวดีจึงกลีบมายิ้มได้อีกครั้ง คาโลออกแรงบังคับให้เฟลิโอน่าเคลื่อนที่ไปรอบๆฟลอร์ พลางจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน แกจะจ้องอะไรหนักหนา เฟลิโอน่ากล่าวเมื่อเห็นสายตาของคาโลที่มองมา และทำให้เธอเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณดวงหน้า ฉันก็แค่อยากดูว่าครึ่งหมาครึ่งคนเวลาแต่งเป็นผู้หญิงมันจะเป็นยังไงคาโลตอกกลับเล่นเอาสาวน้อยถึงกับหน้าตางอง้ำไปในทันที ฉับพลันสีหน้าของคาโลก็เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดเนื่องจากเจ้าตัวดีใช้เท้าของตนกระทืบลงไปบนเท้าของเจ้าชายคนสำคัญเต็มรัก ประกายตาดุดุส่งออกมาจากดวงตาสีฟ้าสวยเบื้องหน้า ก่อนที่มือใหญ่จะโอบร่างของคนตัวเล็กกว่าเข้าไปใกล้มากขึ้นอย่างถือสิทธิ์ เจ้าหล่อนมองปราดเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างทำอะไรไม่ถูก เสียงหัวใจที่เพิ่งสงบไปกลับมาเต้นโครมครามอย่างควบคุมไม่ได้อีกครั้ง นี่เป็นการสั่งสอน คาโลยิ้มน้อยๆก่อนจะคลายมือที่โอบเข้ามา แต่สร้อยคอที่สวมใส่อยู่กลับไปเกี่ยวเข้ากับเสื้อของคาโลทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ใบหน้าของเฟลิโอน่าขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เจ้าหล่อนพยายามดึงสร้อยคอหวังให้มันหลุดออกมาโดยเร็ว แต่กลับกลายเป็นว่าดึงเท่าไร่มันก็ไม่ยอมหลุดซักที ทันใดนั้นมือใหญ่ก็เอื้อมมาช้อนร่างของคนตัวเล็กกว่าขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสายตามากมายที่เริ่มจับจ้องมาด้วยความสนใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันสร้างความตกใจให้กับผู้ถูกอุ้มเป็นอย่างมาก นัยย์ตาสีน้ำตาลบ่งบอกถึงความสงสัยถูกส่งไปยังผู้ถือสิทธิ์ราวกับต้องการคำอธิบาย เพียงแต่คาโลไม่คิดสนใจที่จะตอบคำถามของเจ้าของสายตา คนตัวโตเริ่มก้าวเดินออกไปจากท้องพระโรงพร้อมกับร่างบางที่อยู่ในวงแขนโดยหารู้ไม่ว่าในบรรดาสายตาที่เฝ้ามองพวกเขาอยู่ เอวิเดสก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เอวิเดสยิ้มน้อยๆ แววตาเอ็นดูปรากฏออกมาให้เห็นในดวงตาสีดำที่คล้ายกับดวงตาของเฟริน ก่อนที่จะหันกลับไปเริ่มบทสนทนากับไฮคิงอีกครั้ง
ตอน ระเบียง และแสงจันทร์ที่สาดส่อง คาโลเดินผ่านประตูท้องพระโรงออกไปโดยไม่สนใจเสียงตะโกนอย่างหงุดหงิดของเฟลิโอน่า ไอ้บ้า ทำอะไรของแก ปล่อยฉันสิวะเฟลิโอน่าพูดพร้อมกับขยับตัวไปมาเพื่อให้หลุดจากวงแขนของคาโล แต่ดูเหมือนว่ายิ่งดิ้นก็ยิ่งเหมือนแขนแข็งแรงนั่นจะยิ่งขยับรัดเธอแน่นมากขึ้น สุดท้ายเธอจึงยอมอยู่นิ่งๆแต่โดยดี เมื่อมาถึงระเบียงด้านหนึ่งของพระราชวังที่ไร้ซึ่งผู้คนแล้ว คาโลจึงยอมปล่อยเฟลิโอน่าลง ไอ้บ้าเฟลิโอน่าด่า พาฉันมาที่นี่ทำไม คำถามถูกส่งไปยังคนตัวโต ที่บัดนี้คนถามยังไม่สามารถแยกตัวออกมาได้ สาเหตุก็เพราะสร้อยคอที่ยังคงเกี่ยวกับเสื้อของคนตรงหน้าอยู่ หรือว่าแกอยากตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งงานเพราะไอ้สิ่งที่กำลังห้อยคอแกอยู่นี่ละ เสียงเอ่ยตอบจากคาโลทำเอาเฟลิโอน่าถึงกับจนคำพูด แกะสิ คาโลเอ่ย เฟลิโอน่าที่เหมือนเพิ่งจะรู้ว่าต้องทำอะไรเริ่มลงมือแกะทันที แต่หลังจากที่พยายามอยู่เป็นนานความรู้สึกหงุดหงิดก็เริ่มเข้ามาแทนที่เพราะสร้อยคอที่พยายามแกะอยู่มันไม่ยอมหลุดสักที สีหน้าหงุดหงิดของเฟลิโอน่าทำให้คาโลที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับยิ้มน้อยๆ มาฉันทำเอง คาโลเอ่ยขึ้นในที่สุด แต่ดูเหมือนคำพูดนั้นจะสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเฟลิโอน่าตัดสินใจออกแรงเต็มที่ดึงสร้อยคอที่เกี่ยวอยู่หวังว่ามันจะหลุดเสียทีหลังจากที่พยายามแกะมาตั้งนาน สร้อยคอวาววับหลุดออกพร้อมกับชิ้นส่วนที่แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆหลายส่วน เฮ้ย คำอุทานของผู้เป็นสุภาพสตรีอย่างหาที่สุดไม่ได้ดังขึ้น คาโลแทบจะเอามือกุมขยับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเฟลิโอน่านั้นหน้าซีดไปแล้ว แกนี่มันดีแต่ก่อเรื่องจริงๆเลย คาโลพูดก่อนจะก้มลงเก็บชิ้นส่วนของสร้อยคอที่ก่อนหน้านี้ยังใช้การได้เป็นอย่างดีขึ้นมา คาโลกำมือที่ถือสร้อยคอนั้นไว้และเมื่อเขาแบมือออกอีกทีชิ้นส่วนของสร้อยคอที่เคยอยู่ในมือของเขาก็หายไป ก่อนที่เขาจะเริ่มกำมืออีกครั้ง แต่เมื่อแบมือออกอีกครั้งสร้อยคออีกอันหนึ่งก็ปรากฎขึ้น เฟลิโอน่าจำได้ทันทีว่าสร้อยคอที่คาโลถืออยู่ก็คือไข่มุกแสงจันทร์ที่เฟลิโอน่าเคยใส่เป็นประจำตอนเดินทางไปเดมอสเฟลิโอน่ามองไปยังไข่มุกแสงจันทร์ที่คาโลถืออยู่ด้วยความสงสัย คาโลก้าวเข้ามายืนอยู่ในระยะประชิด จากนั้นจึงยกมือน้อยๆของเฟลิโอน่าขึ้นคลี่ออก ยัดสร้อยไข่มุกแสงจันทร์ลงไป ใส่นี่ซะ แทนสร้อยที่ขาดไปก่อน คอโล่งๆอย่างเนี้ยเดี๊ยวใครเขาจะว่าเอาได้ว่าบารามอสกับเดมอสมันถังแตก เสียงอธิบายเรียบๆดังขึ้น แต่คำอธิบายนั่นเล่นเอาเจ้าตัวดีแทบควันออกหู อาการไม่พอใจในคำพูดที่ว่าบารามอสกับเดมอสถังแตกแสดงออกมาทางสีหน้า ไม่รู้ว่าเพราะว่ากลัวจะเป็นจริงๆแล้วตัวเองจะอดกินดีอยู่ดี หรือว่าไม่พอใจในเหตุผลที่เจ้าชายคนสำคัญให้ยืมก็ไม่ทราบ แต่ก็ยอมรับไปใส่แต่โดยดี มือบางเอื้อมไปจับผมสีน้ำตาลของตนตลบมาเคลียไว้ที่ไหล่ด้านหน้า จากนั้นจึงพยายามใส่สร้อยไข่มุกแสงจันทร์ด้วยอาการที่แสดงความไม่ถนัดอย่างเห็นได้ชัด คาโลที่ยืนดูอยู่ตัดสินใจสาวเท้าเดินอ้อมไปด้านหลังของเฟลิโอน่า มือใหญ่เอื้อมไปจับปลายสร้อยจากสองมือของสาวน้อย ปล่อย คาโลเอ่ยเบาๆ น้ำเสียงที่ออกมาฟังเผินๆเหมือนรำคาญ แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่มักมีให้กับคนตรงหน้าเท่านั้น คาโลใช้เวลาไม่นานก็สามารถใส่สร้อยได้สำเร็จ จากนั้นจึงหันตัวเฟลิโอน่ามาดูอีกทีเพื่อจัดจี้ไข่มุกแสงจันทร์ให้เรียบร้อย สายลมเอื่อยพัดเข้ามาปะทะร่างของคนทั้งสองที่อยู่บนระเบียงด้านหนึ่งของปราสาท ทำให้ผมสีน้ำตาลสลวยที่ถูกตลบมาไว้ข้างหน้าพริ้วไหวไปตามแรงลม ก่อนจะหยุดนิ่งตกลงมาเคลียไหล่บกลมมน และมีบางส่วนตกลู่ลงไปตามแผ่นหลังบอบบางของคนตรงหน้า คาโลละสายตาจากเส้นผมที่ตอนนี้ทิ้งตัวลงนิ่ง ก่อนที่สายตาจะเคลื่อนมาอยู่ในระดับที่มองเห็นใบหน้าของเฟลิโอน่าได้เด่นชัด แสงจันทร์ที่สาดส่องกระทบใบหน้ารูปไข่ของของเฟลิโอน่า ทำให้ธิดาแห่งความมืดดูงดงามมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อไข่มุกแสงจันทร์ที่เจ้าหล่อนสวมใส่อยู่ต้องแสงจันทร์ทีสาดส่อง เสริมให้เกิดความงามอย่างลึกลับยากที่จะบรรยาย แม้เจ้าหล่อนจะไม่ได้สวยทัดเทียมสาวงามบางคน แต่กลับมีอะไรที่พิเศษมากกว่า อะไรที่ดึงดูดมากกว่า .อะไรสักอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ แกว่าไหมคาโล ฉันนี่เกิดมาโชคดีจริง เฟลิโอน่าเริ่มบทสนทนาขึ้นก่อนจะเดินไปเกาะราวระเบียง สายตาเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่บัดนี้มีเพียงแสงดาวและแสงจันทร์เท่านั้นที่ให้แสงสว่าง ฉันเกิดมาชาติหนึ่ง แต่ได้มีพ่อดีๆถึงสองคน พ่อคนหนึ่งสอนให้ฉันได้ใช้ชิวิตสนุกๆกับการเป็นขโมย สอนให้ฉันได้รู้ถึงคุณค่าของการมีชิวิต คุณค่าของเงินที่กว่าจะหามาได้นั้นยากลำบากแค่ไหน และสอนให้เรียนรู้เกี่ยวกับการต่อสู้ดิ้นรนของคนธรรมดาทั่วไป ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะพ่อคนนี้ฉันก็คงจะเป็นเจ้าหญิงงี่เง่า วันๆดีแต่ทำเจี๋ยมเจียมอยู่แต่ในวัง ไม่ได้รับรู้ความเป็นไปของโลกภายนอก พ่ออีกคน ถึงแม้จะได้รับการขนานนามว่าเป็นเจ้าปีศาจ คนทั่วไปต่างเกรงกลัว แต่เมื่อฉันได้มาพบท่านก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น พ่อรักฉัน และก็คอยเป็นห่วงฉัน พ่อให้คนตามหาฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฎขึ้นบนใบหน้าของคนพูด รอยยิ้มที่คาโลไม่เคยไม่เคยได้เห็นมาก่อน ฉันเกิดมาไม่ได้เป็นคนดีอะไร ทำประโยชน์อะไรให้ใครก็ไม่ได้ ดีแต่เป็นตัวยุ่งให้คนอื่นไปวันๆ แต่สวรรค์ก็ยังให้ฉันได้เจอแต่สิ่งดีๆ ได้มีเพื่อนดีๆอย่างพวกแกสองคน มีพ่อดีๆอีก2คน และมีตาที่คอยเป็นห่วงเป็นใยอย่างไฮคิง ได้เจอกับคนรอบข้างอย่างโกโดม ลาเวน และเพื่อนๆที่ป้อมอัศวิน รวมทั้งพวกรุ่นพี่อย่างโรเวน ลูคัส ลอเรนซ์ ที่ต่างก็ดีกับฉันมาก คาโลเดินเข้าไปยืนที่ริมระเบียงข้างๆเฟลิโอน่าก่อนจะเอ่ยตอบ ถึงแกจะเป็นเจ้าตัวยุ่งที่วันๆดีแต่สร้าง้รื่อง แต่แกก็มักจะสร้างความสนุกให้กับคนที่อยุ่รอบๆตัวแกเสมอ ที่สำคัญแกจริงใจ และพร้อมที่จะยอมตายแทนเพื่อนได้ ดูอย่างตอนที่ฉันกำลังจะถูกทำร้ายในงานแข่งหมากกระดานเกียรติยศ แกก็เอาตัวเข้ามาบังไว้ ตอนที่วิเวียนกำลังจะตกลงไปในน้ำวนนั่น แกก็กระโดดลงไปช่วยโดยไม่คิด" "ถึงแม้จะเป็นการกระทำที่โง่มากก็เถอะ"
**ยังไม่จบ**