|
การดำเนินชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน อาจทำให้คุณ ละเลย
หรือให้ความสนใจเพียงเล็กน้อย กับการดูแลสุขภาพ
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ อาหารการกิน
สภาพจิตใจ การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ
จึงกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนมีสุขภาพไม่แข็งแรง
หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ
การได้รับรู้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการป้องกัน บำบัด บรรเทา
และรักษาสุขภาพ จะช่วยคุณสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ดีขึ้น
โรคบางโรค บางอาการ ก็สามารถป้องกันได้ง่ายๆ
ด้วยการใช้ชีวิตอย่างมีสมดุลในทุกๆด้าน
ขอนำข้อมูลสุขภาพและสาระน่ารู้เพิ่มเติม จากผู้รู้
จากแหล่งอ้างอิง เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้ท่านมีสุขภาพที่ดี
การได้สารอาหารครบถ้วน ตามหลักวิชาการคือ อาหารครบ 5
หมู่ในการบริโภคอาหารในแต่ละวัน คุณก็จะมีสุขภาพแข็งแรง
ระดับหนึ่งแต่ไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ สุขภาพแข็งแรงประกอบด้วย
เซลล์ คือ โครงสร้างและหน่วยทำงานที่เล็กที่สุด
เป็นสิ่งมหัศจรรย์เล็กๆ ที่สิ่งมีชีวิต ทุกชนิดต้องมี
เซลล์มีหน้าที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ รวมทั้งผิวหนัง
กล้ามเนื้อ กระดูก เซลล์จึงถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกายของเรา
สารอาหารจำเป็นที่ร่างกายควรได้รับที่ทานควรทราบ ดังรายละเอียด
กระเทียมสกัดเข้มข้น - ประโยชน์ของกระเทียม
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ระบุว่า
กระเทียม (garlic) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Allium sativum Linn.
กระเทียมเป็นสมุนไพรแก้ไขบรรเทาปัญหาสุขภาพของชาวบ้านมาโดยตลอด
หมอพื้นบ้านไทยใช้กระเทียมสดรักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน โรคบิด ป่วง
แก้ไอ และกระจายโลหิต กระทั่งเป็นที่สรุปได้ว่า
กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเด่น 2 ประการ คือ
ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง และรับประทานแก้โรคความดันโลหิตสูง
การศึกษาทดลองคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา พบว่า
กระเทียมมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายอย่าง
แต่การนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้ผลอย่างจริงจัง
การบริโภคกระเทียมให้ได้คุณค่าครบนั้น จะต้องทานแบบสด ๆ
เนื่องจากโอสถสารในกระเทียมจะสูญเสียในเวลาที่มีความร้อนการเสียดสีกระทกมาเกี่ยวข้อง
หากเลือกได้ควรรับประทานกระเทียมสด ๆ วันหนึ่งควรทานกระเทียม วันละ 1
หัวจึงจะมีผลในการบำบัด การเลือกกระเทียวอีกทางหนึ่งก็คือ สกัดเย็น
เป็นการคงคุณค่าและรักษาคุณประโยชน์ของกระเทียมไว้
โดยสรรพคุณต่างๆ ของกระเทียม มีดังนี้
1. ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก เกลื้อน และเชื้อราที่เกิดตามเล็บ
หนังศีรษะและผม
2. ฆ่าเชื้อยีสต์ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาวเป็นฝ้าในเด็กทารก
และทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรภ์
หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ
3. ลดความดันโลหิตสูง
4. ลดไขมันและคอเลสเตอรอล
5. ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว
6. ลดน้ำตาลในเลือด
7. ฆ่าหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือ มีสารอัลลิซิน
ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มักทำให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด
โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื้อยาเพนนิซิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื้อยาอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดี
โดยมีสารที่สำคัญคือกาลิซิน รวมทั้งสามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียม
ซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อลำไส้
8. ยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง และใช้รักษาแผลสด
แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
เชื้อวัณโรค และเชื้อปอดบวม
9. รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
10. เป็นยาขับเสมหะและมีฤทธิ์ขับเหงื่อและขับปัสสาวะ
11. รักษาโรคไอกรน
12. แก้หืดและโรคหลอดลม
13. แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย
14. ควบคุมโรคกระเพาะ คือมีสารเอเอส 1
ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ
และยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย
15. ขับพยาธิต่างๆ ได้หลายชนิด ได้แก่ พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า
พยาธิเส้นด้าย และมีรายงานทดสอบจากอินเดียว่า กระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟด์
มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี
16. แก้เคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารอัลลิซินเป็นตัวช่วยทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น
17. แก้ปวดข้อและปวดเมื่อย
18. ต่อต้านเนื้องอก
19. กำจัดพิษตะกั่ว
20. บำรุงร่างกาย ประเทศญี่ปุ่นได้ค้นพบสารในกระเทียมชื่อสคอร์ดินิน
ไม่มีกลิ่น แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง
รวมทั้งช่วยให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตและช่วยลดไขมันในร่างกาย
ยังมีผู้พบว่าในกระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนียมค่อนข้างสูง
ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต
โรคตับอ่อนและอาการท้องผูก รวมถึงมีสารชักนำวิตามินบี 1
เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารอัลลิลไทอะมิน
ทำให้วิตามินบี 1 ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถึง 20 เท่า
|