|
การดำเนินชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน อาจทำให้คุณ ละเลย
หรือให้ความสนใจเพียงเล็กน้อย กับการดูแลสุขภาพ
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ อาหารการกิน
สภาพจิตใจ การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ
จึงกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนมีสุขภาพไม่แข็งแรง
หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ
การได้รับรู้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการป้องกัน บำบัด บรรเทา
และรักษาสุขภาพ จะช่วยคุณสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ดีขึ้น
โรคบางโรค บางอาการ ก็สามารถป้องกันได้ง่ายๆ
ด้วยการใช้ชีวิตอย่างมีสมดุลในทุกๆด้าน
ขอนำข้อมูลสุขภาพและสาระน่ารู้เพิ่มเติม จากผู้รู้
จากแหล่งอ้างอิง เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้ท่านมีสุขภาพที่ดี
การได้สารอาหารครบถ้วน ตามหลักวิชาการคือ อาหารครบ 5
หมู่ในการบริโภคอาหารในแต่ละวัน คุณก็จะมีสุขภาพแข็งแรง
ระดับหนึ่งแต่ไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ สุขภาพแข็งแรงประกอบด้วย
เซลล์ คือ โครงสร้างและหน่วยทำงานที่เล็กที่สุด
เป็นสิ่งมหัศจรรย์เล็กๆ ที่สิ่งมีชีวิต ทุกชนิดต้องมี
เซลล์มีหน้าที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ รวมทั้งผิวหนัง
กล้ามเนื้อ กระดูก เซลล์จึงถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกายของเรา
สารอาหารจำเป็นที่ร่างกายควรได้รับที่ทานควรทราบ ดังรายละเอียด
น้ำมันปลา ประโยชน์ของน้ำมันปลา (Fish Oil)
ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้
ประโยชน์ของน้ำมันปลา
ลดระดับของไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด และเพิ่มระดับของเอชดีแอลโคเลสเตอรอล
ซึ่งเป็นไขมันที่ดี น้ำมันปลาสามารถลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ลงได้อย่างรวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำมันข้าวโพดและน้ำมันดอกคำฝอยมาก
ผู้ชายที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง เมื่อให้กินปลาประมาณ 18
ออนซ์ต่อวันเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลงและระดับเอชดีแอลโคเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น
ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
โดยลดการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไม่เกาะตัวเป็นลิ่ม
เลือดจึงไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความหนืดของผนังหลอดเลือด
ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่น
ลดความดันโลหิต
จากรายงานผลการศึกษาวิจัยพบว่าอาหารที่ประกอบด้วยปลาหางแข็งหรือปลาทูซึ่งมี
EPA ในปริมาณ 2.2 กรัมต่อวันสามารถลดความดันเลือดซิสโตลิกในคนไข้ที่มีโรคความดันผิดปกติทาง
กรรมพันธุ์ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
และทำให้เกิดโรคหัวใจในขณะที่อายุยังน้อยอยู่
อาหารที่มีปลาหางแข็งหรือปลาทู ยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลงได้เป็นเวลา
3 เดือน หลังจากนั้นระดับกลับสูงขึ้นไปเหมือนเดิมอีก
ในผู้ที่มีความดันเลือดสูงในระดับปานกลาง
พบว่าอาหารที่มีปลาหางแข็งหรือปลาทูลดความดันซิสโตลิกลงได้เกือบร้อยละ
10 ระดับโซเดียมในเลือดลดลง และเรนินซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สร้างในไตซึ่งมีผลมากต่อความดันเลือด
นั้น ก็ทำงานได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 64
การศึกษาวิจัยในผู้ป่วยที่มีความดันเลือดสูงเล็กน้อย
โดยให้กินน้ำมันปลาแคปซูลเป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่าความดันตัวบนหรือซิสโตลิกลดลงอย่างชัดเจน
บรรเทาอาการอักเสบ ปวด บวมของโรคปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์
บำรุงระบบประสาทและสมอง
ทำให้ความจำและความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น
ลดการอักเสบของโรคสะเก็ดเงินหรือโรคเรื้อนกวาง
ความสำคัญของน้ำมันปลา
กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิกมีความจำเป็นต่อการพัฒนาของจอตาและสมองของทารก
แต่ทารกไม่สามารถสังเคราะห์ DHA ได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยจากน้ำนมแม่
โดยทารกแรกเกิดควรได้รับ DHA ไม่ต่ำกว่าวันละ 40
มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม
จากการศึกษายังพบว่าเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เมื่อได้รับนมเสริม DHA
จะสามารถมองเห็นได้ชัดเร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้รับอีกด้วย
มารดาและหญิงที่ให้นมบุตรจึงควรบริโภค DHA อย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิกที่ได้รับ
ส่งต่อไปยังลูกโดยผ่านทางรกและน้ำนม
กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิกเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์สมองและเซลล์ประสาทซึ่งมีผลต่อ
สติปัญญา หากร่างกายขาด DHA
จะทำให้เซลล์สมองและเซลล์ประสาทขาดประสิทธิภาพไปด้วย
เด็กในวัยนี้จึงควรได้รับ DHA ในปริมาณที่เหมาะสม
เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และการเจริญเติบโตของสมอง
คนในวัยทำงานมักประสบความเครียดอยู่เสมอ
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร่างกายขาด DHA ในปริมาณที่เหมาะสม กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิกจะผ่านเข้าไปเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาท
ของเซลล์สมอง
ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน
ทำให้สมองทำงานดีขึ้น หากรับประทานอาหารที่มีกรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิกจำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ
จะทำให้สัดส่วนของ DHA ในสมองสูงขึ้น ซความเครียดจะลดลงและสมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น
สูงอายุจะเกิดภาวะสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้ง่ายกว่าคนในวัยอื่นๆโดยไม่
ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่จากการทดลองโดยการให้กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิกแก่ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ใน
ประเทศญี่ปุ่น พบว่าความสามารถในการคำนวณ ความสามารถในการตัดสินใจ
และประสิทธิภาพระดับสูงของผู้ป่วยดีขึ้น โดยกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับ DHA
เป็นเวลา 6 เดือนจะมีอาการที่ดีขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ DHA
อย่างเห็นได้ชัด
|