มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่12 พฤษจิกายน 2545
เรื่องที่16
 เรื่อง การพัฒนาทะเลสาบสงขลา

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(นายประมวล รุจนเสรี) ได้ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช,พัทลุงและสงขลาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเร่งรัดผลการสั่งราชการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2545 ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา

มีผลการดำเนินงานดังนี้
1. การดำเนินงานของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ทำการศึกษาและวางแผนการพัฒนาทะเลสาบสงขลา เป็นเวลา 1 ? - 2 ปี โดยจะรายงานผลการพัฒนาทุก 6 เดือน
2. จังหวัดสงขลาเสนอโครงการเร่ง
ด่วน เพื่อแก้ไขปัญหา 7 โครงการ เป็นเงินใน 3 ปี ๆ ละ ประมาณ 1,115 – 1,510 ล้านบาท ซึ่งได้พิจารณาแล้วเป็นโครงการระยะยาวที่จะต้องรอผลการศึกษาจาก สศช.ก่อน กระทรวงมหาดไทยได้แนะนำให้จังหวัดสงขลาปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานใหม่ โดยให้เสนอเป็นโครงการเร่งด่วนและมีความจำเป็นอย่างแท้จริงที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2546 ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
3. จังหวัดนครศรีธรรมราชรายงานว่า โครงการส่วนใหญ่จะอยู่ในแผนงานของการพัฒนา
ลุ่มน้ำปากพนังตามพระราชดำริ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทะเลสาบสงขลา ยังไม่มีโครงการที่ชัดเจน
4. จังหวัดพัทลุง ได้เสนอโครงการขุดคลอง 9 รายการ ยาว 74.03 กม. งบประมาณ 75 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย 719 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการนี้จะต้องส่งให้ สศช. พิจารณาก่อน จึงไม่ใช่โครงการเร่งด่วน
             อนึ่ง จังหวัดพัทลุงได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ดูแลโครงการก่อสร้างถนนสายบ้านไสกลิ้ง – บ้านหัวป่า อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง – อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ระยะทางประมาณ 17.54 กิโลเมตร เป็นถนนที่จะทำให้เส้นทางคมนาคมรอบทะเลสาบสงขลามีความสมบูรณ์ครบถ้วนผลการดำเนินงาน
โดยที่ถนนสายนี้ต้องผ่านพรุน้ำจืดระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม
กรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทในอดีต ปัจจุบันคือกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม จึงได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศึกษาสภาพแวดล้อม และจ้างบริษัทเอกชนออกแบบตั้งแต่ปี 2542 ทางมหาวิทยาลัยฯ เสนอให้ออกแบบถนนเป็นถนนยกระดับ บริษัทเอกชนได้ออกแบบและประมาณการค่าก่อสร้าง ในวงเงิน 670,358,104 บาท (ราคาปี 2542) ปัจจุบันจะมีค่าก่อสร้างประมาณ 737,393,915 บาท ซึ่งเป็นภาระหนักของรัฐบาล  โดยที่ถนนสายนี้มีความสำคัญต่อการเดินทางของประชาชน ประชาชนมีความต้องการอย่างยิ่ง จึงได้ช่วยกันระดมทุน ระดมทรัพยากร
ก่อสร้างเป็นถนนลูกรังเชื่อมตลอดทั้งสายจน ยานพาหนะสามารถวิ่งผ่านไปมาได้สะดวกพอสมควรและได้สร้างสะพานลำลองไว้เป็นการชั่วคราว
หากทางราชการจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากก่อสร้างตามผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และตามที่บริษัทที่ปรึกษาเอกชนเสนอย่อมเกินกำลังงบประมาณและไม่คุ้มค่า
ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทบทวนผลการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบค่าก่อสร้าง โดยพยายามใช้ประโยชน์จากถนนที่ประชาชนได้ช่วยกันก่อสร้างให้มากที่สุด

 

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2541
เรื่องที่7

 เรื่อง แผนการแก้ไขความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา
คณะรัฐมนตรีพิจารณาแผนการแก้ไขความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเสนอ แล้วมีมติ ดังนี้
1. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา
2. ให้ความเห็นชอบในหลักการเพื่อดำเนินการตามโครงการในส่วนที่ยังเหลืออยู่อีกจำนวน 39 โครงการ ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2541-2544) ในวงเงินทั้งสิ้น 374.95 ล้านบาท โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนดังกล่าวเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามแผนงานที่กำหนดไว้เพื่อที่สำนักงบประมาณจะได้พิจารณารายละเอียดและจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานต่างๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสมตามกำลังเงินของประเทศต่อไปสำหรับแผนการแก้ไขความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
แผนงานที่กำหนดในการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา ระยะเวลา 5 ปี (2540 - 2544) จะประกอบ ด้วยแผนงานตามลักษณะกิจกรรม จำนวน 5 แผนงาน 52 โครงการ วงเงิน 2,288.33 ล้านบาท คือ
1. แผนงานบำบัดและฟื้นฟู รวม 19 โครงการ เป็นเงิน 2,189.35 ล้านบาท
2. แผนงานเฝ้าระวังและป้องกัน รวม 11 โครงการ เป็นเงิน 59.97 ล้านบาท
3. แผนงานสร้างจิตสำนึกและความตระหนัก รวม 12 โครงการ เป็นเงิน 7.39 ล้านบาท
4. แผนงานวิจัยเชิงปฏิบัติ รวม 9 โครงการ เป็นเงิน 22.62 ล้านบาท
5. แผนงานติดตามและประเมินผล 1 โครงการ เป็นเงิน 9.0 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็น
1) โครงการที่ได้รับงบประมาณแล้ว จำนวน 13 โครงการ วงเงิน 1,913.38 ล้านบาท
2) โครงการที่สามารถดำเนินการได้ตามภารกิจของจังหวัดภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด และยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 19 โครงการ วงเงิน 203.19 ล้านบาท
3) โครงการที่ต้องขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง จำนวน 20 โครงการ วงเงิน 171.76 ล้านบาท
รวมโครงการและงบประมาณที่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ ทั้งสิ้น 39 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น
374.95 ล้านบาท

 

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 พฤษจิกายน 2539
เรื่องที่27

27. เรื่อง โครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดทะเลสาบสงขลา
คณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดทะเลสาบสงขลา ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแล้วมีมติดังนี้
1. อนุมัติให้กระทรวงมหาดไทย (โดยกรมโยธาธิการ) ดำเนินงานตามโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะเป็นเส้นทางคมนาคม เชื่อมต่อระหว่างบริเวณทางใต้ของจังหวัดสงขลากับฝั่งเหนือ คือ อำเภอสิงหนคร ต่อไปยังจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้สะดวกและมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น และร่นระยะทางจากเดิมไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ส่งเสริมต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาของพื้นที่ โดยมีรายละเอียดของโครงการ ดังนี้
1.1 ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 408 ซึ่งเป็นถนนต่อเชื่อมฝั่งอำเภอสิงหนคร เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ความกว้างเขตทาง 30 เมตร ความยาว 1.3 กิโลเมตร
1.2 ก่อสร้างอุโมงค์ลอดทะเลสาบสงขลาโดยวิธีขุดและกลบ (Cut and Cover) ฝั่งละ 100 เมตร และก่อสร้างอุโมงค์ลอดทะเลสาบสงขลาโดยวิธีการวางท่อใต้น้ำ (Immersed Tube Tunnel) ความยาว 450 เมตร รวมความยาวอุโมงค์ทั้งสิ้น 650 เมตร
1.3 ปรับปรุงถนนแหลมสนอ่อน - ถนนชลเจริญ - ถนนราชดำเนินฝั่งอำเภอเมืองสงขลา เป็นถนนขนาด4 ช่องจราจร ความกว้างเขตทาง 30 เมตร ความยาว 2.3 กิโลเมตรความยาวรวมทั้งโครงการ 4.25 กิโลเมตร โดยมีแนวเส้นทางตั้งแต่บริเวณหัวเขาแดง อำเภอสิงหนครถึงบริเวณแหลมสนอ่อน อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
1.4 ค่าใช้จ่ายโครงการสรุปได้ในเบื้องต้น ดังนี้
ค่าสำรวจและออกแบบ 60 ล้านบาท
ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 100 ล้านบาท
ค่าก่อสร้าง 2,350 ล้านบาท
รวมค่าใช้จ่ายโครงการ 2,510 ล้านบาท
2. อนุมัติวงเงินค่าใช้จ่ายตามโครงการ จำนวน 2,510 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดิน

 

Hosted by www.Geocities.ws

1