ตามรอยพระพุทธองค์
- เมื่อทิ้งเกียรติ เกลียดศักดิ์ รักสงบ
ก็จะพบ นิพพานได้ ดั่งไขขาน
ตัวท่านแหละ รู้ชัด อุบัติการณ์
ว่าตัวท่าน เองถึง ซึ่งวิมุตติ- จงดำเนิน ตามรอย พระพุทธองค์
บากบั่นมุ่ง รางวัล อันเอกอุตม์
แน่ดั่งอา- ทิตย์อุทัย ไม่มีทรุด
ท่านจะยุด วิมุตติได้ ไม่เปล่าเอย ฯเป็นพ่อให้เป็นพ่อ
- ถ้าเป็นพ่อ ก็จงเป็น ให้เป็นพ่อ
เป็นเพียงให้ ผีหัวร่อ หรือพอไหว
เดี๋ยวนี้เป็น กันจนผี ขี้คร้านไย
พ่ออะไร ให้ลูกจูง จมูกพา- พ่อรุ่นนี้ เฝ้าพิรี้ พิไรปลอบ
ให้ชื่นชอบ สุดแต่ลูก จะปรารถนา
จะตอบลูก ก็ตอบไม่ถูก ว่าเกิดมา
เพื่ออะไร กันหนา ยังมืดมนท์- พ่อไม่รู้ ลูกจะรู้ ได้อย่างไร
จะเดินไป ทางไหน ยังสับสน
ทำอะไร ได้ไม่- ถึงเสี้ยวคน
ลูกของตน พ่อฆ่า สาแก่ใจ ฯบุญเป็นอะไร?
- สิ่งนั้นๆ เป็นเหมือน ของเกลื่อนกลาด
ที่เป็นบาป เก็บกวาด ทิ้งใต้ถุน
ที่เป็นบุญ มีไว้ เพียงเจือจุน
ใช้เป็นคุณ สะดวกคาย คล้ายรถเรือ,- หรือบ่าวไพร่ มีไว้ใช้ ใช่ไว้แบก
กลัวตกแตก ใจสั่น ประหวั่นเหลือ
เรากินเกลือ ใช่จะต้อง บูชาเกลือ
บุญเหมือนเรือ มีไว้ขี่ ไปนิพพาน- มิใช่เพื่อ ไว้ประดับ ให้สวยหรู
เที่ยวอวดชู แบกไป ทุกสถาน
หรือลอยล่อง ไปในโลก โอฆกันดาร
ไม่อยากข้าม ขึ้นนิพพาน เสียดายเรือ ฯอะไรเผือก?
ลิงจะเผือก เพราะขน มันสีขาว
ส่วนคนเรา เผือกได้ ใครก้มเศียร
เนื่องจากมี ธรรมา ไม่อาเกียรณ์
ใครพากเพียร เผือกได้ ไม่เว้นตนฝรั่งเผือก ผิวขาว เปล่าแก่นสาร
เที่ยวเพ่นพ่าน มีได้ ทุกแห่งหน
คนเราเผือก ไม่ได้ เพียงกายยล
เป็นสีขาว;เผือกคน ใช่เผือกลิงถ้าฝรั่ง เป็นครูเรา, ใช่เขาเผือก
ที่ตรงเปลือก, อย่าคิด ให้ผิดยิ่ง
มัวเลียนแบบ ที่ตรงเปลือก จะเผือกลิง
แล้วจะยิ่ง กว่าไม่เผือก เลือกให้ดี ฯความเป็นพระ
- ความเป็นพระ คือจิตพราก จากกิเลส
รู้สังเกต ไม่ประมาท ฉลาดเฉลียว
สำรวมระวัง รักษาใจ ไปท่าเดียว
เพื่อหลีกเลี้ยว ภัยทั้งสาม ไม่ตามตอม- จากเรื่องกิน เรื่องกาม และเรื่องเกียรติ
เห็นเสนียด ในร้อนเย็น ทั้งเหม็นหอม
ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย ไม่ออมชอม
กิเลสล้อม ลวงเท่าไร ไม่หลงลม- จิตสะอาด ใจสว่าง มโนสงบ
ทั้งครันครบ กายวจี ที่เหมาะสม
ความเป็นพระ จึงชนะ เหนืออารมณ์
โลกนิยม กระหยิ่มใจ จึงไหว้แล ฯภัยร้ายของนักเรียน
เป็นนักเรียน เพียรศึกษา อย่าริรัก
ถูกศรปัก เรียนไม่ได้ ดั่งใจหมาย
สมาธิจะ หักเหี้ยน เตียนมลาย
ถึงเรียนได้ ก็ไม่ดี เพราะผีกวนแต่เตือนกัน สักเท่าไร ก็ไม่เชื่อ
มันแรงเหลือ รักร้าย หลายกระสวน
หลอกพ่อแม่ มากมาย หลายกระบวน
หน้าขาวนวล ใจหยาบดำ ซ้ำละลายการเล่าเรียน เบื่อหน่าย คล้ายจะบ้า
ใช้เงินอย่าง เทน้ำเทท่า น่าใจหาย
ไม่เท่าไร ใจกระด้าง สิ้นยางอาย
หญิงหรือชาย เรียนไม่ดี สิ่งนี้เองมีสัจจะ ทมะ และขันตี
กตัญญู กตเวที อย่าโฉงเฉง
รักพ่อแม่ พวกพ้อง ต้องยำเกรง
เรียนให้เก่ง ให้ยิ้มแปล้ แก่ทุกคน ฯชาวบ้าน-ชาววัด
- อันชาวบ้าน ทำงาน เพื่อกามเกียรติ
จึงเกิดความ ตึงเครียด จนสั่นเสียว
ส่วนชาววัด มุ่งขจัด ไปท่าเดียว
มิให้เกี่ยว เกียรติกาม มุ่งงามธรรม- จึงเกิดมี เครื่องวัด วัดชาวบ้าน
ด้วย "เงิน" "งาน" "อดอยาก" หรือ "อิ่มหนำ" ?
ส่วนเครื่องวัด ชาววัด, วัดกิจกรรม
ว่าเขาทำ ให้ว่างได้ เท่าไรแล;- ถ้าชาววัด ฮึดฮัด มุ่งกามเกียรติ
มันน่าเกลียด แสนกล คนตอแหล
ถ้าชาวบ้าน เกียจคร้าน งานเชือนแช
ก็มีแต่ ทุกข์ทน หม่นหมองไป;- จึงขอให้ ชาวบ้าน เป็นชาวบ้าน
ผสมผสาน เกียรติกาม ตามวิสัย
ให้ชาววัด เป็นชาววัด ขจัดไกล
เพื่อพ้นภัย เกียรติ กาม งามนักเอย ฯกัลยาณชน
- กัลยาณชน นั้นละได้ ในส่วนผิด
มายึดติด มากมาย ฝ่ายกุศล
หมายมั่นเห็น ว่าเป็น ตนของตน
เท่ากันกับ ปุถุชน "ยึดตัวกู"- แม้ความยึด จะเท่ากัน แต่มันแปลก
มันเกิดแยก ทางกัน ดูขันอยู่
ข้างหนึ่งยึด ความทราม กามเชิดชู
ข้างหนึ่งยึด ความหรู กุศลงาม- ปุถุชน เคยหนาทึบ ด้วยฝ้าตา
ครั้นนานมา เริ่มเห็น รัตนะสาม
คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ตาม
ความเป็นจริง ใจเกิดงาม นามกัลยาณ์ ฯอริยชน
- อริยะ แปลว่าละ จากข้าศึก
ไม่จมลึก อยู่ในโลก โศกสลาย
จนไม่มี ข้าศึกใหญ่ ทางใจกาย
เพราะจางคลาย คือวิโยค เป็นโลกเย็น- เป็นปุถุชน กันทำไม ให้นานเล่า
จะตายเปล่า ไปทั้งชาติ ฉลาดเห็น
มันมีทาง ชนะทุกข์ ทุกประเด็น
อย่ามัวเป็น ปู่โสม เรื่องโคมลอย- ทิฏฐิว่า "ตัวกู" และ "ของกู"
มุ่งมล้าง มันอยู่ อย่าท้อถอย
กิเลสหลาย เริ่มมลาย ไม่รัดร้อย
นี้คือรอย อริยา รีบหาเทอญ ฯ
เป็นหลวงตา
- เป็นหลวงตา สนุกกว่า เป็นเจ้าคุณ
เหมือนความว่าง ดีกว่าบุญ เป็นไหนๆ
ไม่ปรุงแต่ง สังขาร ประการใด
ล้วนเป็นไป สงบเย็น เป็นนิพพาน- บุญเป็นเรื่อง สวยงาม กิน-กาม-เกียรติ
แต่ไม่มี ใครเกลียด ทุกสถาน
ส่วนความว่าง ว่างเสียจน คนกลัวลาน
เขาเกลียดกัน ขันจ้าน เป็นหลวงตา ฯเป็นพระบ้าน
- เป็นพระบ้าน นั้นเห็นว่า ภาระมาก
ต้องเป็นครก เป็นสาก กันเต็มที่
หนอนสังคม มีมา ทั้งตาปี
ช่างเหลือที่ จะเป่าปัด ขจัดมัน ฯ- ฉันทนเป็น พระบ้าน มานานแล้ว
ถ้าคิดไป ใจแป้ว ไม่สุขสันติ์
มีแต่งาน เตี้ยต่ำ, ทำตะบัน
ก็ไม่เห็น มีวัน จะหมดไป ฯเป็นพระเถื่อน
- เป็นพระเถื่อน เหมือนนก วิหคหงษ์
ย่อมบินตรง ไปได้ ทิศไหนไหน
เป็นอิสระ อยากจะผละ สังคมใด
ก็ผละได้ ทันใจ ไม่อัดแอ ฯ- เอ็นดูฉัน ขอให้ฉัน เป็นพระเถื่อน
มีหมู่ไม้ เป็นเพื่อน ทุกกระแส
มดแมลง แสดงธรรม อยู่จำเจ
ไพเราะแท้ ไม่มีเบื่อ เหลือกล่าวเอย ฯเป็นพระป่า
- เป็นพระป่า สงบกว่า เป็นพระเมือง
ไม่มีเรื่อง แบกพรรค แบกศักดิ์ศรี
ไม่ต้องสวม หน้ากาก ผู้มากดี
มันเกิดฟรี ขึ้นมาเอง เก่งในตัวฯ- จะนั่งนอน ยืนเดิน ไม่เขินขัด
ไม่มีใคร คอยวัด ว่าดีชั่ว
ไม่มีเรื่อง ยั่วเย้า ให้เมามัว
จึงเย็นตัว เย็นใจ ไม่ขึ้นลง ฯเป็นพระเมือง
- เป็นพระเมือง เรื่องมาก ด้วยอยากเด่น
ต้องเขม่น กันไป จนใหลหลง
ต้องแบกทรัพย์ แบกศักดิ์ แบกพรรคพงศ์
เพื่อการเมือง เรื่องณรงค์ ด้วยจงใจ- งานใต้ดิน ใต้น้ำ ก็ทำเป็น
ถึงฆ่าเข่น กันพินาศ ไม่หวาดไหว
คอยแข่งกัน มิให้ใคร ดีกว่าใคร
ไม่เย็นใจ เย็นตัว มัวขึ้นลง ฯเป็นเจ้าคุณ
- เป็นเจ้าคุณ เขาว่าบุญ ใหญ่หลวงนัก
พากันปัก ใจใคร่ ใฝ่ฝันหา
ฉันฉุกใจ ในยุค พระศาสดา
เป็นเจ้าคุณ กันหรือหนา ท่าไหนกัน- พัดใบตาล ยังไม่มี นี่พัดยศ
นิตยภัตต์ มีหมด กระโถนขัน
สัญญาบัตร ไตรประทาน งานสำคัญ
ฉลองกัน หรูหรา จนบ้าใจ ฯปุถุชน
- หนาด้วยความ เห็นแก่ตัว มัวยึดมั่น
ว่าตัวฉัน ของฉัน มัวมั่นหมาย
เป็นตัวตน นอกใน ใจหรือกาย
ตั้งแต่เกิด จนตาย ไว้เป็นตัว- ด้วยอำนาจ อวิชชา ดังตาบอด
เกิดขึ้นสอด ไปทุกกาล สถานทั่ว
ต้องหลงรัก หลงโศก เกิดโรคกลัว
เป็นไฟคั่ว ใจกาย ให้ร้อนรน- อย่างนี้แล เวียนว่าย ในวัฏฏทุกข์
ไม่เยือกเย็น เป็นสุข สักเส้นขน
เห็นตัวทุกข์ ว่าเป็น ตนของตน
นี่แหละหนา ปุถุชน คนหนาจริง ฯอรหันต์
- อรหันต์ นั้นคือถูก ถึงที่สุด
ทางวิมุตติ จากทุกข์ ทุกสาขา
ถึงความเต็ม แห่งมนุษย์ สุดพรรณนา
ควรแก่การ วันทา ยิ่งกว่าใคร,- ท่านหักแล้ว ซึ่งวง แห่งวัฏฏ์วน
ไม่มีตน เวียนว่าย ในภพไหน
เหนือบุญ-บาป ชั่ว-ดี มีแต่ใจ
ที่ว่างไป จากตัวกู และของกู- จิตหลุดจาก ทุกอย่าง ที่เคยติด
ไม่มีพิษ มีภัย อะไรอยู่
เหนือความเกิด ความตาย ใคร่ครวญดู
จะได้รู้ พระนิพพาน เหมือนท่านแล ฯโพธิสัตว์
- โพธิสัตว์ คือสัตว์มุ่ง พัฒนา
ให้โพธิ แผ่แก่กล้า เต็มความหมาย
ดูให้ดี มีอยู่จริง ทั้งหญิงชาย
ดูงมงาย จะไม่มี ที่ไหนเลย- ถ้าทุกคน ดิ้นรน เพื่อโพธิ
มันค่อยผลิ ออกไป ไม่หยุดเฉย
ถ้ามัวแต่ ร้องว่าแย่ ยอมแพ้เว้ย
ในโลกเลย ไม่มี โพธิชน- อย่ายอมแพ้ มุ่งแต่ ปลูกโพธิ
ให้เต็มสติ กำลัง หวังเอาผล
ไม่เสียที ที่ได้เกิด มาเป็นคน
ได้ผ่านพ้น อวิชชา เพราะกล้าทำ ฯพระรัตนตรัย
- พระพุทธะ พระธรรมะ และพระสงฆ์
ล้วนต่างองค์ เป็นสามพระ หรือไฉน
หรือเป็นองค์ เดียวกัน ที่ชั้นใน
ดูเท่าไร ก็ไม่เห็น เป็นสามองค์- นั่นถูกแล้ว ถ้าดูกัน แต่ชั้นนอก
คือดูออก มีพุทธะ จอมพระสงฆ์
ได้ตรัสรู้ ซึ่งพระธรรม ทรงจำนง
สอนพระสงฆ์ ทั้งหลาย ให้รู้ตาม- แต่เมื่อดู ชั้นใน กลับได้พบ
ว่าธรรมหนึ่ง ซึ่งอยู่ครบ ในพระสาม
ทั้งพุทธ สงฆ์ หรือว่าองค์ พระธรรมงาม
ล้วนมีความ สะอาด สว่าง สงบ บรรจบกัน ฯความรักของอวิชชา
- มีชายหนึ่ง ลิงหนึ่ง อยู่ด้วยกัน
คนก็รัก ลิงนั้น เป็นหนักหนา
ลิงก็รัก คนจัด เต็มอัตรา
ทั้งสองรา รักกัน นั้นเกินดู- มาวันหนึ่ง คนนั้น นอนหลับไป
แมลงวัน มาไต่ ที่กกหู
ลิงคิดว่า ไอ้นี่ยวน กวนเพื่อนกู
จะต้องบู๊ ให้มันตาย อ้ายอัปรีย์- ฉวยดุ้นไม้ มาเงื้อ ขึ้นสองมือ
ฟาดลงไป เต็มตื้อ แมลงวันหนี
ฝ่ายเพื่อนรัก ดิ้นชัก ไปหลายที
ดูเถิดนี่ ความรัก ของอวิชชา ฯไม่รู้จักหน้าที่
- เกิดเป็นแมว
เกิดเป็นหมา
เกิดเป็นหมู
เกิดเป็นหนอน- เกิดเป็นงู
เกิดเป็นเลื่อย
เกิดเป็นขุน
เกิดเป็นห่าน- เกิดเป็นพระ
เกิดเป็นหมอ
เกิดเป็นครู
เกิดเป็นอ๋องทำไมนี่ ขี้เกียจหา
ทำไมนี่ ขี้เกียจหอน
ทำไมนี่ ขี้เกียจนอน
ทำไมนี่ ขี้เกียจคลาน
ทำไมนี่ ขี้เกียจเลื้อย
ทำไมนี่ ไม่หนีขวาน
ทำไมนี่ ไม่ขี่คาน
ทำไมนี่ ขี้เกียจฮ้อง
ทำไมนี่ ดีแต่ขอ
ทำไมนี่ ดีแต่ถอง
ทำไมนี่ ดีแต่ท่อง
ทำไมนี่ ดีแต่เออ ฯเป็นมนุษย์ หรือ เป็นคน
- เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา- ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวัน ศุขสันติ์จริง- ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง
แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย- คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือน เอยฯปรมัตถธรรมกลับมา
- ปรมัตถธรรมกลับมา โลกาสว่างไสว
ปรมัตถธรรมหมดไป จิตใจมืดมนท์
มัวเป็นกันแต่คน มนุษย์ก็ไม่มี
ศีลธรรมดีคนก็กลาย เป็นมนุษย์กันหมด
ศีลธรรมถอยถด ต้องเพิ่มปรมัตถธรรม
คนทำบาปกรรม เพราะโลกขาดสัมมาทิฏฐิ
คนมีสติ ย่อมดำริโดยแนวแห่งปรมัตถ์ศึกษากันเท่าไร?
- โลกยุคนี้ มีศึกษา กันท่าไหน
ยุวชน รุ่นใหม่ ได้คลุ้มคลั่ง
บ้างติดยา เสพติด เป็นติดตัง
บ้างก็ฝัง หัวสุม ลุ่มหลงกาม- บ้างดูหมิ่น พ่อแม่ ไม่มีคุณ
บ้างก็เห็น เรื่องบุญ เป็นเรื่องพล่าม
บ้างลุ่มหลง love free เป็นดีงาม
บ้างประณาม ศาสนา ว่าบ้าบอ- บ้างไปเป็น ฮิปปี้ มีหลายชนิด
บ้างทวงอิส- ระพ้น จนเหลือขอ
บ้างที่มี ดีกรีมาก โฮกฮากพอ
โลกเราหนอ ให้ศึกษา กันเท่าไร ฯความหมายของศีลธรรม
- ศีลธรรม ความปกติ ตามธรรมชาติ
ศีลธรรม ตามอำนาจ คนจัดสรร
ศีลธรรม คือสุข-สะดวก บวกเข้ากัน
ศีลธรรม คนทุกวัน หันหัวลง- ศีลธรรม นำปุถุชน ดลอริยะ
ศีลธรรม รวมฐานะ ที่พึงประสงค์
ศีลธรรม ทุกทุกส่วน ล้วนเส้นตรง
ศีลธรรม นำสูงส่ง ตรงต่อญาณ- ศีลธรรม ปริยัติ จัดฐานราก
ศีลธรรม มีวิบาก ล้วนสุขศานติ์
ศีลธรรม สะอาด สว่าง สงบ บรรจบงาน
ศีลธรรม ส่วนอวสาน นิพพานแล ฯศีลธรรมกับคน
- ศีลธรรมเลว คนก็ได้ กลายเป็นผี
หาความดี ไม่ประจักษ์ สักเส้นขน
ศีลธรรมดี ผีก็ได้ กลายเป็นคน
ที่เลิศล้น ภูมิใจ ไหว้ตัวเอง- ศีลธรรมต่ำ เปลี่ยนคน จนคล้ายสัตว์
จะกินกัด โกงกัน ขมันเขม็ง
ศีลธรรมสูง คนสดใส ไม่อลเวง
ล้วนยำเกรง กันและกัน ฉันเพื่อนตาย- ศีลธรรมนี้ ทุกวัน มันตายซาก
คนมีปาก ก็ไม่พล่าม ศีลธรรมหาย
ศีลธรรมกลับ มาเมื่อไร ทั้งใจกาย
คนจะหาย จากทุกข์ เป็นสุขเอง ฯศีลธรรมโลกย่น-ถ่อย-ยับ
- ศีลธรรม! ศีลธรรม! ศีลธรรม!
ต้องตกต่ำ ลงทุกวัน ถ้าสรรหา
คงไม่พอ ขอมาทำ น้ำหยอดตา
เพราะบูชา กันแต่เงิน เกินพอแรง- ศีลธรรม! ศีลธรรม! ศีลธรรม!
ต้องตกต่ำ ไปเสียทั่ว ทุกหัวระแหง
เขารังเกียจ เกลียดชัง ดังผีกระแชง
อยากให้มัน แห้งแล้ง จากโลกนี้- ศีลธรรม! ศีลธรรม! ศีลธรรม!
ถูกเหยียบย่ำ โดยฝูงคน จนป่นปี้
โลกของคน ย่น ถ่อย ยับ เกินอัปรีย์
ที่คงที่ คือโลกสัตว์ ดูอัศจรรย์ ฯหลงความบ้าว่าศีลธรรม
- โลกทุกวัน อยู่ในขั้น กลียุค
ที่เบิกบุก เร็วรุด สู่จุดสลาย
จนสิ้นสุด มนุษยธรรม ด่ำอบาย
เพราะเห็นกง -จักรร้าย เป็นดอกบัว- กิเลสไส -หัวส่ง ลงปลักกิเลส
มีความแกว่น แสนพิเศษ มาสุมหัว
สามารถดูด ดึงกันไป ใจมืดมัว
เห็นตนตัว ที่จมกาม ว่าความเจริญ- มองไม่เห็น ศีลธรรม ว่าจำเป็น
สำหรับอยู่ สุขเย็น ควรสรรเสริญ
เกียรติ กาม กิน บิ่นบ้า ยิ่งกว่าเกิน
แล้วหลงเพลิน ความบ้า ว่าศีลธรรม ฯศีลธรรมกลับมาเถิด!
- กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด!
กำลังเกิด ภัยร้าย อันใหญ่หลวง
แก่สัตว์โลก ทั่วถิ่น จักรวาลปวง
น่าเป็นห่วง ความพินาศ ฉกาจเกิน- กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด!
ในโลกเกิด กลียุค อย่างฉุกเฉิน
หลงวัตถุ บ้าคลั่ง เกินบังเอิญ
มัวเพลิดเพลิน สิ่งกาลี มีกำลัง- กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด!
ความเลวร้าย ลามเตลิด จวนหมดหวัง
รีบกลับมา ทันเวลา พาพลัง
มายับยั้ง โลกไว้ ให้ทันกาล ฯอยู่กับธรรม
- เมื่อรบสู้ กับศัตรู สู้ด้วยธรรม
จะปลุกปล้ำ กันเท่าใด ไม่เสียหาย
ถ้าสู้กัน อย่างนี้ ไม่มีตาย
ในสุดท้าย จะปรองดอง ต้องใจกัน- เมื่อป้องกัน ศัตรู รู้ใช้ธรรม
เป็นกำแพง เพชรล้ำ เลิศมหันต์
ป้องกันได้ สารพัด น่าอัศจรรย์
ป้อมค่ายมั่น กว่าสิ่งใด ในโลกคน- เมื่อหลบซ่อน จากศัตรู อยู่กับธรรม
ไม่ระกำ ทุกข์เห็น สักเส้นขน
ช่วยปลุกปลอบ ชื่นชอบ ฉ่ำกมล
ขอทุกคน จงมีธรรม ประจำกาย ฯปัญหาเฉพาะหน้า
ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา
ทำดี ดีแล้วเป็นพร
กรรมดี ดีกว่ามงคล
เราสร้างดวง อย่าให้ดวงสร้างเรา
สู้กับหมอน
สนทนากับพระเจ้า
การปิดทอง
รสสวรรค์นั้นเสพติด
อัตตา หิ อัตตโน นาโถ
การพึ่งผู้อื่น
มอง-มอง-มอง
มองถูก ทุกข์คลาย
โลกเปรียบศาลาให้อาศัย
โลกนี้คืออะไรแน่?
โลกนี้น่าขำ
โลกนี้คือทางผ่านและบทเรียน
โลกคือเครื่องลองและโรงละคร
โลกเปรียบมหาสมุทรและกรงไก่
จะดูโลกแง่ไหนดี?
ตาบอด-ตาดี
เมื่อมองดินเห็นฟ้า
มองฟ้าปะดิน
โลกนี้คืออะไรแน่?
โลกกลียุค
โลกนี้พัฒนา
เมื่อกิเลสยึดครองโลก
โลกพัฒนา
โลกรอดเพราะกตัญญู
ทรงเปิดโลก
โลกอนิจจัง
ยิ่งเจริญยิ่งบ้า?
ความสุข
เผาตัวเอง
ดีในชั่ว
ชั่วในดี
ให้เขาเถิด
ได้ดีเพราะถูกด่า
ยิ่งตรงยิ่งคดลึก
สูบบุหรี่?
ถ้าสตรีดื่มเหล้า
เอกสารอ้างอิง
คัดลอกจาก http://www.watkoh.info/wat/dhama/dhama110.htm