แล้วคุณหละ เข้าใจไหม
มีแม่ลูกคู่หนึ่งเดินบนชายหาด แล้วลูกก็ถามแม่ว่า "แม่ครับทำอย่างไรจึงจะรักษาเพื่อนให้รักและอยู่กับเรานานๆ"
แม่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ก้มลง เอามือทั้งสองกำทรายแล้วชูให้ลูกดู
จากนั้นแม่ก็บีบมือข้างหนึ่งให้แน่น
ทันใดนั้นเองทรายก็ไหลออกจากมือข้างนั้นเรื่อยๆ
แม่บีบมืออยู่พักหนึ่ง แล้วก็แบมือให้ลูกดู
มือข้างที่บีบแน่นเหลือทรายอยู่เพียงเล็กน้อย
แต่มือข้างที่กำอย่างหลวมๆยังคงมีทรายอยู่เต็ม
เมื่อลูกเห็นดังนั้นก็นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วจึงพูดกับแม่ขึ้นว่าผมเข้าใจแล้วครับ
แล้วคุณเข้าใจไหมว่าอะไร
+ + + + + + + + + + + + + + + +
มีคนตัดไม้คนหนึ่งนำฟืนไปขายให้แก่ร้านขายฟืน
ซึ่งร้านขายฟืนก็ปฏิบัติต่อคนตัดไม้ดีมาก
ดังนั้นคนตัดไม้จึงคิดอยากตอบแทน โดยการจะตัดไม้ให้ได้เป็นจำนวนมากๆ
ในวันแรกคนตัดไม้ตัดไม้ได้ 20 ต้นแล้วนำมาให้ร้านขายฟืน
ซึ่งร้านขายฟืนก็ชมเชยและปฏิบัติต่อ คนตัดไม้อย่างด
ีแต่พอในวันที่ 2 คนตัดไม้ก็ตั้งใจจะตัดให้ได้มากขึ้นแต่ปรากฏว่ากลับตัดได้เพียง
18 ต้น
ในวันรุ่งขึ้นก็กะว่าจะตัดให้ได้มากยิ่งขึ้นแต่ก็กลับเหลือ 16
ต้นยิ่งนับวันผ่านไปเรื่อยๆก็ตัดได้น้อยลงเรื่อยๆ
จนในที่สุดคนตัดไม้ก็รู้สึกละอายใจ
จึงไปกล่าวคำขอโทษกับทางร้านขายฟืน
แต่เจ้าของร้านขายฟืนก็กลับถามคนตัดไม้ว่า
" คุณลับขวานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"
คนตัดไม้ตอบว่า ผมไม่มีเวลาหยุดลับขวานเลย
เพราะขนาดไม่หยุดยังตัดไม้ได้น้อยขนาดนี้" ซึ่งเจ้าของร้านก็บอกแก่คนตัดไม้ว่า
"คุณลองคิดดูสิว่าหากคุณหยุดลับขวานให้คมโดยเสียเวลาเพียงเล็กน้อย
คุณอาจตัดไม้ได้มากกว่านี้ก็ได้ เปรียบได้กับการทำงาน
ถ้าคุณก้มหน้าก้มตาทำโดยไม่หยุดพักหยุดคิด ก็เปรียบได้กับคนตัดไม้ คุณก็จะล้าลงไปเรื่อย
"
|