My New Home



หลังคาคนเหงา... เศร้าสุขสนุกสนาน

    ช่วงเดือน July ที่ผ่านมา ผมได้กลับไปพักผ่อนที่เมืองไทยครับ และก็ได้ตัดสินใจที่จะอัปเปหิตัวเองออกจากที่พักเดิมด้วย ผมอยู่ที่พักเดิมมาได้ประมาณ 1 ปีพอดิบพอดีครับ เลยรู้สึกเบื่อ อยากจะหาที่พักใหม่ที่มันเสี่ยงโจรน้อยหน่อย ที่พักเดิมของผมนั้นค่อนข้างไกลจากมหาวิทยาลัยครับ แม้ว่าจะเป็น Apartment ของมหาวิทยาลัยก็ตาม ยามค่ำคืนเวลากลับที่พักนั้น เส้นทางที่ต้องผ่านมีความตื่นเต้นช่วยเพิ่มสีสันของชีวิตผมเสมอ ๆ ข้างหนึ่งเป็นสนามม้าที่มืดมากๆ อีกข้างเป็นบ้านคนที่เงียบสงบ สงบมากจริง ๆ และไฟส่องสว่างข้างทางก็เหมือนประหนึ่งดั่งเทียนที่สร้างความโรแมนติกให้กับหัวใจน้อย ๆ ที่เงียบเหงา... เมื่อหาข้อดีในการที่จะต้องทนอยู่ที่เดิมไม่ได้ ผมเลยใช้โอกาสที่จะกลับไปพักผ่อนที่เมืองไทยย้ายออกจากที่พักเดิมซะเลย
    เหตุผลหนึ่งที่ผมย้ายออกคือเรื่องของเงินครับ ผมไม่อยากที่จะจ่ายค่าที่พักในขณะที่ผมไม่ได้พักครับ ผมตั้งใจจะกลับไปเมืองไทยประมาณ 3 อาทิตย์ เงินส่วนนี้ผมเอาไว้ซื้อของฝากให้บรรดามิตรรักแฟนเพลงผมดีกว่า... ทาง Housing Office ของมหาวิทยาลัยก็ดีใจหายครับ พอรู้ว่าผมจะย้ายออกเท่านั้นก็รีบส่งจดหมายมาเลยว่าผมทำผิดสัญญานะ แม้ว่าผมจะบอกกับเฮียแกล่วงหน้าเกือบ 3 เดือน รวมทั้งผมเองก็หาคนมาอยู่แทนที่ผมด้วย แต่เฮียแก... Just Say No.... แกให้เหตุผลน่ารักน่ารักว่า แกจะหาคนที่อยู่ใน List รายชื่อของแกให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วง.... ผมออกจากที่พักเดิมวันที่ 8 ครับ เฮียแกก็ดีใจหาย (อีกแล้ว) หาคนมาอยู่แทนผมเอาวันที่ 17... โดนหักค่า Bond ไป 160 กว่าเหรียญ .... เฮียแกลึก ๆ แล้วรู้สึกภูมิใจนะครับ เพราะแกบอกผมว่าเนี่ยแกช่วยผมไว้นะ ไม่งั้นละก็โดนมากกว่านี้อีก... ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากบอกเฮียแกว่า Thanks นะครับเฮีย
    ที่พักใหม่ของผมนั้น อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยครับ แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในเส้นทางโจรก็ตาม... ในความรู้สึกของผม เส้นทางไหน ๆ ก็เส้นทางโจรทั้งนั้นแหละครับ เพราะแสงไฟส่องสว่างข้างทางของประเทศนี้เหมือนกันทุกแห่งแหละครับ แต่เมื่อผมเทียบกับเส้นทางโจรเส้นทางเดิมที่ผมจำต้องเดินเป็นระยะเวลา 1 ปีมานั้น ที่พักใหม่ของผมถือว่าปลอดภัยกว่ามาก และระยะทางที่ต้องเดินก็สั้นกว่ามากเลยครับ
    เมื่อผมกลับมาศึกษายังประเทศออสเตรเลียอีกครั้ง ผมไม่มีที่พักเป็นของตัวเองครับ ต้องไปอาศัยกับที่คนไทยซึ่งเปรียบประดุจญาติมิตรของผมคนหนึ่ง (ยาหอม) แล้วผมก็ตระเวนหาที่พักไปเรื่อย ๆ... ผมใช้เวลาหาที่พักอยู่ประมาณ 3 วันครับ ผมก็เจอประกาศหาคนแชร์ที่พักที่น่าสนใจอันหนึ่ง... ห้องพักนี้ต้องปีนเข้าห้องนะ... นี้คือเนื้อความที่แปลเป็นไทยครับ ผมเองตอนแรกนึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไง(ว่ะ) ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างที่ควรจะเป็นในวัยสำหรับผม ผมเลยต้องมาดูให้เห็นกับตา และไม่น่าเชื่อว่า สุดท้าย...ที่พักแห่งนี้ก็กลายเป็นที่พักฟื้นของคนอกหักไปในที่สุด
    เพื่อความปลอดภัยของตัวผมเองและคนอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมกันกับผม ขออนุญาตไม่ลงรูปบ้านนะครับ เพราะกลัวพวกพี่ๆ สมาชิกวงเส้นทางโจรจะมาดูบ้านผมกับตาตัวเอง ชีวิตนักเรียนนอกไม่ได้สบายอย่างในหนังหรอกครับ ปัญหาต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน ก็ได้แต่หวังว่าจะมีแม้เพียงซักคนที่เข้าใจ สงสารตลอดจนเวทนาให้กับผมบ้างนะครับ ไม่มากก็น้อย

แรกมาถึงเห็นห้องครัวก่อน
ชอบตรงที่ห้องน้ำมีอ่างด้วย (เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าใช้ไม่ได้)
ต้องปีนเข้าห้อง... ใครจะมาหาผมอย่าใส่กระโปรงนะครับ
ทางลงมหาสนุก
At First Sight... It's my room
ขนของเข้าห้อง... ต้องผ่านทางรูมหาสนุก...
แต่ละอย่างกว่าจะเอาขี้นมาได้นั้น
มันไม่หมูเอาซะเลย
เหนื่อยเว้ย... แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะจัดเสร็จละเนี่ย
ไม่ได้...เราจะท้อไม่ได้ ความพยายามอยู่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั้น
มุม Fashion ส่วนตัว
ที่ตากผ้าเช็ดตัวรูปตัว A (มาจาก Art) สั่งทำพิเศษจากเขมร...
ตอนซื้อผ้าห่ม... ยังรู้สึกตัวเองมีอนาคตอยู่
Study Zone
เมื่อทุกอย่างนั้น
มันเริ่มที่จะเข้าที่เข้าทาง
ฟ้าสีฟ้าก็จะกลับมาอีกครั้ง
เมื่อขวากหนามความลำบากในชีวิตผ่านพ้นไป ความสดใสก็จะกลับมา

GO TO TOP


Mr. Niphan YAIAROON, [email protected], Postgraduate Student, Structural Engineering, UNSW

Hosted by www.Geocities.ws

1