หน้าแรก

หลักการทำงาน

เทคโนโลยีของบลูทูธ

ขั้นตอนการดำเนินงานและงบประมาณ

ผู้จัดทำ

บรรณานุกรม


*** ยินดีต้อนรับสู่ My Project ***

หูฟังแพทย์ไร้สาย

Stethoscope wireless


อาจารย์ที่ปรึกษา

อาจารย์ จินดา สามัคคี

ความเป็นมาและความสำคัญ

Stethoscop เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและแพทย์ต้องพกติดตัวไว้ตรวจอาการผู้ป่วยซึ่ง หูฟังแพทย์ จะมีลักษณะเป็นสายหูฟัง สามารถพกคล้องคอผู้ตรวจ เมื่อต้องการใช้งานจะนำส่วนที่เป็นหูฟังใส่ในหูผู้ตรวจ และใช้ส่วนของไดอะเฟรมรับเสียงแนบกับส่วนที่ต้องการฟังเสียงเพื่อตรวจฟังเสียงอาการผิดปกติของผู้ป่วย เสียงจะส่งถูกนำส่งผ่านท่อนำเสียงเข้าหูของผู้ตรวจ ทางคณะผู้จัดทำจึงได้มีแนวคิด ในการสร้างชุดหูฟังแพทย์ไร้สาย เพื่อนำมาใช้ในการเพิ่มความสะดวกแก่บุคลากรทางการแพทย์ หรือ ผู้ที่จำเป็นต้องใช้งานหูฟังแพทย์ โดยการเปลี่ยนรูปแบบชุดหูฟังโดยอาศัยหลักการทำงานของ Bluetoothแทนการใช้ท่อนำเสียงในการส่งสัญญาณเสียงจากตัวผู้ป่วยถึงผู้ตรวจ ช่วยให้เกิดความสะดวกในการงานหูฟังแพทย์มากขึ้น

วัตถุประสงค์ของโครงงาน

1. เพื่อสร้างหูฟังแพทย์ไร้สาย
2. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจและวินิจฉัยโรคโดยสามารถฟังผลแบบไร้สายได้
3. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาทางการแพทย์สำหรับนักศึกษาแพทย์

ขอบเขตของโครงงาน

1. สามารถส่งสัญญาณเสียงแบบไร้สายผ่านสถาปัตยกรรม Bluetooth ได้
2. ชุดหูฟังแพทย์แบบไร้สายมีระยะการเชื่อมต่อใช้งานไม่เกิน10 เมตร
3. หูฟังแพทย์ไร้สายสามารถวัดเสียงเต้นของหัวใจออกทางหูฟัง/ลำโพงได้
4. สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth ได้

หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

1.ไมโครโฟน

ไมโครโฟน อุปกรณ์รับเสียงแล้วแปลงเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า เพื่อประมวลผลในเครื่องขยายเสียงหรืออุปกรณ์ผสมเสียงอื่น ๆ ไมโครโฟนประกอบด้วยขดลวดและแม่เหล็กเป็นหลัก เมื่อเสียงกระทบตัวรับในไมโครโฟน จะทำให้ขดลวดสั่นสะเทือนตัดกับสนามแม่เหล็ก จึงทำให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็นหลักการทำงานตรงข้ามกับลำโพง โดยทั่วไปไมโครโฟนใช้รับเสียง


2.วงจรขายเสียงเต้นของหัวใจ

จะใช้ไอซีออปแอมป์ เบอร์ LM324N ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียง ปรับระดับแรงดันไฟกระแสตรง 2.5 โวลต์ และตัดความถี่ 7.2 กิโลเฮิร์ต วงจรขยายจะต่อร่วมกับวงจรแปลงสัญญาณแอนาล็อกเป็นดิจิตอล ขนาด 8 บิต และช่องสัญญาณขาออกจะใช้ไอซีเบอร์ LM 386 ขยายเสียง 20 เท่า


3.Raspberry Pi

Raspberry Pi เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาประหยัด ใช้ในการแก้ปัญหาช่วยให้ผู้คนเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ กับคอมพิวเตอร์ Raspberry Pi สามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบใช้สายหรือไร้สายได้ ทำให้กลายเป็นอุปกรณ์ Internet of Things สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเชื่อมต่อกับตัวตรวจจับ (Sensor) ในการเก็บข้อมูลตามต้องการ


4.Bluetooth

Bluetooth เป็นการส่งข้อมูลแบบ 2 ทางระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี Bluetooth เหมือนกัน สื่อสารด้วยเทคโนโลยีความถี่วิทยุคลื่นสั้นช่วงความถี่ 2.400 และ 2.4835 GHz.และเพื่อป้องกันการชนกันของสัญญาณ ( มีช่วงความถี่ใกล้เคียงกับสัญญาณ Microwave ) วิธีการส่งจะอาศัยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า frequency hopping ซึ่งมีหลักการทำงานคือ จะแบ่งช่องสัญญาณออกเป็น 79 ช่องความถี่(ช่องละ 1 MHz) และจะทำการเปลี่ยนแปลงระดับของความถี่ในกำลังส่งสัญญาณ 1,600 ครั้งต่อ 1 วินาที


www.000webhost.com