HOME

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ กาพย์เห่เรือตอน เห่ชมไม้

การดำเนินเรื่อง  ดำเนินเรื่องได้สัมพันธ์กับเวลาใน 1 วัน  คือ  เช้าชมกระบวนเรือ  สายชมปลา  บ่ายชมไม้ เย็นชมนก กลางคืนเป็นบทครวญสวาท
การพรรณนาความ ตอนชมปลา ชมไม้ ชมนก มีการพรรณนาพาดพิงไปถึงหญิงที่รัก เข้าทำนองเดียวกับนิราศ
ประเพณีการเห่เรือ  มีมาแต่โบราณ แบ่งเป็น 2 ประเภท  คือ  เห่เรือหลวง  และเห่เรือเล่น  เห่เรือหลวงเป็นการเห่เรือในราชพิธี  ส่วนเห่เรือเล่น ใช้เห่ในเวลาเล่นเรือเที่ยวเตร่  กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร เดิมเป็นเห่เรือเล่น  ต่อมาในรัชกาลที่ 4  ใช้เป็นบทเห่เรือหลวง
ตำนานการเห่เรือ  สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าการเห่เรือของไทยน่าจะได้แบบมาจากอินเดีย  แต่ของอินเดียใช้เป็นมนต์ในตำราไสยศาสตร์  บูชาพระราม  ของไทยใช้การเห่เรือบอกจังหวะฝีพายให้พายพร้อมกันเป็นการผ่อนแรงและให้ความเพลิดเพลิน
ลำนำการเห่เรือ  มี 3 ลำนำ คือ
1. ช้าละวะเห่  มาจาก  ช้าแลว่าเห่  เป็นการเห่ทำนองช้า  ใช้เห่เมื่อเรือเริ่มออกจากท่าและเมื่อพายเรือตามกระแสน้ำ
2. มูลเห่  เป็นการเห่ทำนองเร็ว ๆ ใช้เห่หลังจากช้าละวะเห่แล้ว ประมาณ 2-3 บท และใช้เห่เรือตอนเรือทวนน้ำ
3. สวะเห่  ใช้เห่เมื่อเรืจะเทียบท่า

หน้าแรก
สารบัญ
บทนำ
ความเป็นมา
เนื้อเรื่องย่อ
ประวัติผู้แต่ง
ลักษณะคำประพันธ์
ข้อคิดที่ได้
บทเห่ชมไม้
ดอกนางแย้ม
ดอกจำปา
ดอกประยงค์
ดอกพุดจีบ
ดอกพิกุล
ดอกสุกรม
ดอกสายหยุด
ดอกพุทธชาด
ดอกบุนนาค
ดอกเต็ง
ดอกแต้ว
ดอกแก้ว
ดอกกาหลง
ดอกมะลิวัณย์
ดอกลำดวน
ดอกจิก
ดอกจวง
ผู้จัดทำ