ประเภทของดินที่พบในประเทศไทย มีดังนี้
๑.ดินแอนติซอล (Entisol) เป็นดินใหม่และไม่สามารถมองเห็นลักษณะของชั้นดินได้ชัดเจน ดินลักษณะนี้
จะพบในบริเวณที่ราบริมแม่น้ำ เป็นดินตะกอนน้ำพาและดินทรายละเอียด จึงเหมาะในการทำการเกษตร เช่น ทำนา ส่วน
ใหญ่จะพบในบริเวณที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล ที่ราบลุ่มแม่น้ำทางตะวันออกของภาคใต้ ริมฝั่งแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ในภาค
กลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
๒.ดินเวอร์ติซอล (Vertisol) เป็นดินที่มีความชื้นปะปนอยู่ในดินสูง จึงทำให้อนุภาคของดินมีกรารยึดติด
กันแน่นและมีการขยายและหดตัวสูง เนื้อดินเป็นสีดำ ดินชนิดนี้เป็นดินที่เหมาะแก่การทำนา จะพบในบริเวณภาคกลาง
ที่ราบสูงตอนกลางของประเทศ
๓.ดินอินเซบติซอล (Inceptisol) เป็นดินที่มีธาตุบางอย่างปะปนอยู่และมีส่วนทำให้ดินมีลักษณะแปรสภาพ
เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งดินชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นดินเหนียวถึงเหนียวจัด เนื้อดินเป็นดินทราย จึงทำให้เหมาะแก่การปลูก
พืชไร่เท่านั้น โดยสามารถปลูกตามบริเวณที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล ที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงและที่ดอน โดยจะพบในทุกภาคของ
ประเทศ
๔.ดินอะริดิซอล (Aridisol) เป็นดินที่เกิดในแถบแห้งแล้งหรือค่อนข้างแห้งแล้ง ดินพวกนี้จะมีสีจาง ดิน
ชั้นบนจะมีอินทรียวัตถุสะสมอยู่น้อยและเป็นชั้นบาง ส่วนดินชั้นรองลงไปอาจมีพวกปูน ยิปซัมและเกลือต่าง ๆ สะสม
อยู่หรือไม่ก็ได้ ดินที่อยู่ในอันดับนี้ไม่มีในประเทศไทย
๕.ดินมอลลิซอล (Mollisol) เป็นดินที่มีอินทรียวัตถุปะปนอยู่ในดินชั้นบนจึงมีสีคล้ำ ดินชนิดนี้ส่วนใหญ่จะ
เป็นทุ่งหญ้า ซึ่งจะเป็นบริเวณที่มีความชื้นค่อนแห้งแล้ง สามารถปลูกพืช ผัก ผลไม้ โดยจะพบในบริเวณภาคกลางและ
ที่ราบสูงตอนกลางของไทย
๖.ดินสโปโดซอล (Spodosol) เป็นดินที่มีเนื้อดินเป็นทราย ดินชนิดนี้พบในบริเวณที่มีความชื้นสูงฝนตกชุก
ดินนี้จะมีอิวมัสและเหล็กอลูมิเนียมออกไซด์สะสมอยู่มาก จึงทำให้ดินมีคุณภาพต่ำ ไม่เหมาะต่อการทำเกษตร แต่สามารถ
ปลูกพืชไร่บางชนิดได้ โดยจะพบในบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
๗.ดินอัลฟิซอล (Alfisol) เป็นดินที่มีการสะสมของอลูมิเนียมและเหล็กในเม็ดดิน ดินจึงไม่สมบูรณ์ เหมาะ
แก่การปลูกพืชไร่ ทำสวนมากกว่าทำนา ส่วนใหญ่จะพบในบริเวณที่ดอน ที่ราบสูง โดยเฉพาะลานตะพักลำน้ำในภาคตะวัน
ออกเฉียงเหนือ ภาคกลางติดต่อกับภาคตะวันออก
๘.ดินอุลติซอล (Ultisol) เป็นดินที่มีอายุมาก ดินชั้นล่างมีการสะสมอนุภาคของดินเหนียวและธาตุต่าง ๆ ที่
เป็นด่างต่ำปะปนอยู่ สามารถทำนา ทำไร่และสวนผลไม้ได้ โดยจะพบในบริเวณที่ราบค่อนข้างต่ำทั่วทุกภาคของไทย
๙.ดินออกซิซอล (Oxisol) เป็นดินที่มีออกซิเจนปะปนอยู่ ดินประเภทนี้ไม่มีการยืดหรือหดตัว เป็นดินที่มี
ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ แต่สามารถปลูกพืชไร่ได้บ้าง เช่น ยางพารา เงาะ เป็นต้น โดยจะพบในบริเวณภาคตะวันออกของ
ไทย
๑๐.ดินฮีสโตซอล (Histosol) หรือดินพรุ เป็นดินที่มีอินทรียวัตถุสะสมอยู่มาก โดยจะเกิดในบริเวณที่ราบ
ลุ่ม ที่เป็นบึงหรือแอ่งใหญ่และมักมีน้ำขังตลอดปี ดินชนิดนี้ทำนาได้เฉพาะบริเวณริมแอ่งหรือพรุ โดยจะพบในบริเวณ
ภาคใต้ของไทย
กลับหน้าแรก