ปะการัง

                          

                   ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรชายฝั่งมากที่สุดประเทศหนึ่ง   เพราะเรามีจังหวัดซึ่งมีชายฝั่งพื้นที่ทะเลถึง 22 จังหวัด  มีความยาวของชายฝั่ง   ทะเลทั่วประเทศรวมกันได้ประมาณ 2,600 กิโลเมตร   และตลอดชายฝั่งทะเลนั้นก็เป็นที่รวมของทรัพยากรป่าชายเลน   หาดทราย  ชายทะเล   และแนวปะการัง

                   ปะการัง   เป็นสัตว์ขนาดเล็กประเภทหนึ่งที่มีโครงสร้างหินปูนห่อหุ้มตัวอ่อนนุ่มของมันไว้   เป็นชั้นนอก   ปะการังซึ่งเราเห็นเป็นรูปทรงต่าง ๆ เป็นแผ่น  เป็นก้อน  หรือ   กี่งก้านนั้นเกิดจากปะการังนับล้านตัวที่มาเกาะกันอยู่โดยมีการสร้างโครงสร้างหินปูนแผ่ขยายไปเรื่อย ๆ กลายเป็นแนวปะการัง   ปะการังจะเติบโตได้ดีเฉพาะบริวเณที่น้ำทะเลมี   อุณหภูมิตั้งแต่ 18-27 องศาเซลเซียส   มีแสงแดดพอประมาณ   ไม่ใช่แดดจัด  น้ำไม่ขุ่น   และมีความลึกของน้ำไม่เกิน 50 เมตร  ดังนั้น   แนงปะการังจะเติบโตและมีอยู่เฉพาะน่านน้ำ   เขตอบอุ่นของโลกเท่านั้น

          paka2[1].gif (29795 bytes)

                     ปะการัง   มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก   มีขนาดเพียง 1 มิลลิเมตร  หรือ 1 เซนติเมตร  มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน  คือ  ส่วนฐาน   ซึ่งอยู่กับโครงสร้างแข็ง   และส่วนลำตัว  รูปทรงกระบอก   และส่วนปากที่มีหนวดล้อมรอบ   ในตอนกลางวันปะการังจะเก็บตัวอยู่ในโครงแข็ง   พอกลางคืนก็จะแผ่ขยายหนวดออกจับดักเหยื่อตัวเล็ก ๆ ที่ล่องลอยมากับกระแส  น้ำ 

                  ปะการังตัวหนึ่ง   ๆ   เมื่อโตเต็มที่ก็จะขยายพันธุ์โดยให้กำเนิดลูกปะการังเล็ก ๆ ซึ่งจะล่องลอยไปตามกระแสน้ำ   และไปเกาะจับบริเวณที่เป็นส่วนแข็งของท้องทะเล   เช่น  ก้อนหิน   จากนั้นก็จะเริ่มสร้างโครงสร้างที่เป็นหินปูนห่อหุ้มตัวไว้   และขยายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ จนเจริญเติบโตเป็นกลุ่มก้อนรูปทรงต่าง ๆ ตามประเภทของปะการังนั้น ๆ ในปีหนึ่ง  ๆ   กลุ่มปะการังสามารถสร้างโครงสร้างหินปูนได้เพียง 6-7 มิลลิเมตรเท่านั้น   กิ่งก้านสาขาที่เราเห็นยาวประมาณ 10  เซนติเมตรนั้น   ต้องใช้ระยะเวลาสร้างยาวนาน 10-15 ปี            สิ่งมีชีวิต    สำคัญ ๆ ที่อาศัยอยู่ในแนวปะการัง   ได้แก่  สาหร่ายเซลล์เดียว   หญ้าทะเล ฟองน้ำ  เป็นต้น

สิ่งมีชีวิตในแนวปะการั ง

                    แนวปะการังนั้นถือได้ว่า   เป็นชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในท้องทะเล   เพราะตามรูและซอกโพรงที่มีจำนวนมากมายน้น   จะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด   เช่น  ปลา   และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังต่าง ๆ

                ระบบการสร้างและการถ่ายทอดในแนวปะการังน้นเริ่มจากมวลชีวิตเล็ก ๆ  ได้แก่   สาหร่ายและแพลงตอนเป็นผู้สร้างอาหารในน้ำทะเล   จากนั้นสาหร่ายและแพลงตอนก็จะเป็นอาหารของสัตว์

                ปะการังอ่อน   ปะการังประเภทนี้   จะไม่มีโครงสร้างหินปูนแข็งห่อหุ้มตัวภายนอก   แต่จะสร้างอยู่ในตัวและสามารถสะบัดไหวไปมาตามกระแสน้ำได้   ปะการังอ่อนนี้จะมีสีสันสวยงามมีทั้งเป็นต้นเป็นกอและเป็นแผ่น

                กัลปังหา   เป็นปะการังชนิดหนึ่งที่มีหลากสี   รูปทรงแผ่เป็นกิ่งก้านสาขาคล้ายต้นไม้ก้านหนึ่ง ๆ  อาจยาวตั้งแต่  2-3  นิ้ว   ไปจนถึงเปป็นเมตร

                ดอกไม้ทะเล   เป็นสัตว์เล็ก ๆ มีรูปร่างทรงกรระบอก   ด้านล่างเป็นฐานยึดติดกับก้อนหินมีหนวดอยู่ด้านบน   หนวดนี้จะมีเข็มพิษสำหรับจับปลาเลีก ๆ กินเป็นอาหาร   ดอกไม้ทะลมีสีสสวยงามมาก 

                หนอนทะเล   จะอาศัยอยู่ในแนวปะการัง   ตามซอกหลืบหรือตามรอยแตกของหินมีรูปร่างสีสันสวยงามมาก   หนอนทะเลเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปะการังผุกร่อนกลายเป็นทราย   เพราะการขุดโพรงปะการังเป็นที่อยู่อาศัย

                สัตว์อื่น ๆ ที่อาศัยในแนวปะการัง  ได้แก่   พวกหอยชนิดต่าง ๆ เช่น   หอยเบี้ย  หอยมือเสือ   และหอยสังข์แตร  หมึกทะเล   กุ้งแแลปู  ปลาต่าง ๆ   เช่นปลาสิงโต  ปลานกแก้ว ปลาการ์ตูน  ปลาเก๋า   นอกจากนั้นก้มีปลิงทะเล   หอยเม่น  ดาวทะเล

 

paka3[1].gif (38936 bytes)

                ประโยชน์ของแนวปะการัง

                1.    แนวปะการังบริเวณชายฝั่งทะเลและแนวปะการังแบบกำแพง จะทำหน้าที่ป้องกันชายฝั่งจากการกัดเซาะของคลื่นกระแสน้ำโดยตรง   ถ้าไม่มีแนวปะการังนี้ชายฝั่งทะเลก็จะถูกคลื่นลทะเลทำลายอย่างรุนแรงทุกครั้ง

                2.   แนวปะการังเป็นตัวสร้างทรายให้กับชายหาด   โดยเกิดจากการสึกกร่อนของโครงสร้างหินปูน   จากคลื่นลมและสัตว์บางชนิด

                3.   แนวปะการังเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์   เพราะมีสัตว์ที่อยู่ในแนวปะการังมากมาย

                4.   สารพิษบางอย่างซึ่งสัตว์ทะเลในแนวปะการังสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองนั้น   สามารถนำมาสกัดใช้ทำยาได้

                5.   แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตที่สวยงามใต้ท้องทะเล   เ็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญยิ่ง

          ปัญหาการเสื่อมโทรมของแนวปะการัง

                การเสื่อมโทรมตามธรรมชาติ   เกิดขึ้นเนื่อองมาจาก

                1.   คลื่นรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยลม

                2.   สัตว์ทะเลบางชนิดกัดกินปะการังเป็นอาหาร

                3.   สัตว์ทะเลบางชนิดกัดเนื้อเยื่อของปะการัง

                แต่การเสื่อมโทรมของแนวปะการังที่เกิดขึ้นด้วยสาเหตุตามธรรมชาติเหล่านี้   ไม่สร้างความเสียหายร้ายแรง   เพราะปะการังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ทันกับการทำลาย

                การเสื่อมโทรมที่เกิดการกระทำของมนุษย์   ทำให้แนวปะการังเสื่อมโทรมไดด้อย่างมากมายโดย

                1.   การเก็บปะการังเป็นของที่ระลึก   ปะการัง  1   กิ่งที่ถูกหักเก็บไปเป็นของที่ระลึกนั้อาจต้องใช้เวลาสร้างขึ้นมานานนับ   100  ปี                                                           

                2.   การทิ้งสมอเรือและการถอนสมอเรือในแนวปะการงเป็นการังเป็นการทำลายแนวปะการังที่รุนแรงสูงสุด   เพราะสมอเรือจะกระแทกและครูดกับแนวปะการัง   ให้แตกเสียหาย

                3.   การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานนอุตสาหกรรม   และชุมชนริมทะเล   ทำให้น้ำทะเลขุ่น   ไม่ใสสะอาด   เป็นสาเหตุให้ปะการังตาย

                4.   กิจกรรมต่าง ๆ ริมทะเล  เช่น   การก่อสร้างอาคาร   สร้างถนนหรือการทำเหมืองแร่ในทะเล   ทำให้ตะกอนของดินที่ถับถมบนแนวปะการังทำให้ปะการังตาย

                5.   การระเบิดปลา   เป็นการทำลายปะการังที่รุนแรง

                6.   การทิ้งขยะในทะเล  เช่น   ขวดแก้ว  กระป๋อง   ถุงพลาสติก   ทำให้แนวปะการังเสียหาย

              การอนุรักษ์ปะการัง

                เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า   ปะการัง   ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีความสำคัญมากอย่างหนึ่งกำลังถูกทำลาย   หากไม่มีการป้องกัน   ดังนั้นจึงควรมีแนงทางในการคุ้มครองปะการังไว้ด้วยการอนุรักษ์ปะการังดังนี้

                1.   ไม่เก็บปะการัง   ปะการังที่ถูกหักหรือเก็บขึ้นมาจากท้องทะเลในแต่ละกิ่งแต่ละก้านนั้นหมายถึง   ชีวิตนับร้อยนับพันชีวิตที่ต้องตายลงจากโครงสร้างของปะการังที่ต้องใช้เวลานับร้อยนับพันเจริยเติบโต   และการเสื่อมสลายของปะการังนั้นนำไปสู่ผลของการเสื่อมสูญอาหารจากทะเลในอนาคต   เพราะปะการังเป็นที่อยู่อาศัยของชีวิตจากท้องทะเล   เราจึงไม่ควรเก็บ   ซื้อปะการัง   มาเป็นของที่ระลึกหรือประดับตู้ปลา

                2.   ไม่ทิ้งสมอเรือ   การทอดสมอเรือในแนวปะการังเพื่อจอดเรือในแต่ละครั้งจะสร้างความเสียหายให้กับปะการัง   ปัจจุบันได้มีการแก้ไข   โดยการวางทุ่นเพื่อผูกเรือแทนการทอดสมอ   เพื่อการคุ้มครองปะการัง   กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยความช่วยเหลือทางวิชาการ   จากมหาวิทยาาลัยโรดส์ไอร์แลนด์   แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดทำทุ่นเพื่อผูกเรือได้ประมาณ   2-3  ลำต่อทุ่น

                3.   ไม่ทิ้งขยะ   นักท่องเที่ยวประชาชนทั่วไป   ต้องไม่ทิ้งขยะและเศษสิ่งของลงท้องทะเล   เพราะธรรมชาติจะสวยงามได้ตลอดไปตราบที่เราไม่เข้าไปทำลาย

                4.   การค้าขายปะการัง   ในฐานะประชาชนในท้องถิ่นจะต้องไม่เก็บปะการังขึ้นมาขายเพราะเป็นการทำลายทรัพยากรที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้ในท้องถิ่นของเราได้หมดไป

กลับหน้าแรก
Hosted by www.Geocities.ws

1