การปรับตัวขอวประชากรให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
๑.การตั้งถิ่นฐานของประชากร
ประชากรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะตั้งถิ่นฐานอยู่ตามที่ดอน บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำสายสำคัญ คือ
แม่น้ำชีและแม่น้ำมูล รูปแบบการตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาคนี้ที่แตกต่างไปจากภาคกลางและภาคเหนือ คือ มีการตั้ง
ถิ่นฐานอยู่อย่างหนาแน่นเป็นกระจุกอยู่รอบๆ อ่างเก็บน้ำ เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญของการตั้งถิ่นฐานในเขตที่มีความ
แห้งแล้ง ซึ่งเป็นดินปนทรายไม่เก็บน้ำ นอกจากนั้นประชากรจะตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแนวเส้นของถนนสายสำคัญที่ตัดผ่าน
จังหวัดต่าง ๆ ในภาคนี้ ทำให้เกิดเป็นเมืองศูนย์กลางที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น เช่น บ้านไผ่ เมืองพล นครราชสีมา
๒.อาชีพสำคัญของประชากร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่มากกว่าอื่น ๆ แต่สภาพแวดล้อมไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ ซึ่งไม่เอื้ออำนวย
ประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพของประชากรในท้องถิ่นมากนัก คือ มีสภาพส่วนใหญ่เป็นดินทราย มีธาตุอาหารพืชน้อย
มีการชะล้างพังทลายสูงและไม่อุ้มน้ำ แม้ว่าภาคนี้จะมีปริมาณฝนตกมากก็ตามแต่มักจะประสบกับความแห้งแล้ง โดย
เฉพาะในฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคอยู่เสมอ และยังประสบปัญหาดินเค็มเป็นบริเวณกว้างอีกด้วย
แต่ประชากรในท้องถิ่นส่วนใหญ่ก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม โดยการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
นิยมปลูกข้าวสำหรับใช้บริโภคในครอบครัว นอกจากนั้นยังมีอาชีพอื่น ๆ อีกด้วย ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
- การเพาะปลูก ได้แก่ ข้าวเจ้าและข้าวเหนียว มีพื้นที่ปลูกข้าวมากกว่าภาคอื่น แต่ผลิตผลต่อพื้นที่ต่ำ ข้าว
หอมมะลิเป็นข้าวที่มีชื่อเสียงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พืชไร่ ที่สำคัญและปลูกกันมาก ได้แก่ ปอแก้ว ข้าวโพด มัน
สำปะหลัง ยาสูบ มะเขือเทศ ฝ้าย นอกจากนี้มีผักต่าง ๆ เช่น หอม กระเทียม อ้อย ละหุ่ง แตงโมและแตงแคนตาลูป
เป็นต้น ผลไม้ เช่น มะละกอ น้อยหน่า ส้ม กล้วย มะม่วง และยังมีพืชที่ทดลอง คือ ยางพาราและมะม่วงหิมพานต์
- การเลี้ยงสัตว์ มีการเลี้ยงโคร้อยละ ๔๕ ของประเทศ และมีการเลี้ยงสัตว์แบบพื้นเมืองในทุ่งหญ้าธรรม
ชาติ โดยเลี้ยงเป็นฝูง ฝูงละ ๕-๑๐ ตัว ส่วนการเลี้ยงสัตว์แบบการค้ามีที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นต้น การเลี้ยง
สัตว์เป็นอาชีพที่สามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นได้ โดยการปลูกทุ่งหญ้า คือ การนำพืชอาหารสัตว์ หรือหญ้าต่าง ๆ ไปปลูกทุ่ง
หญ้าเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าการเพาะปลูกทั่วไป เช่น หญ้ากินีและพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วฮามาตา
ถั่วทาวน์สวิลสติโล เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงช้าง สุกร ไก่ กระบือและมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอีกด้วย
- การประมง มีการส่งเสริมให้ทำการประมงเพื่อเพิ่มอาหารโปรตีนและเพื่อเป็นสินค้า มีการเลี้ยงปลาตามบ่อ
และอ่างเก็บน้ำ ในภาคอีสานมีสถานีประมงและแหล่งเพาะพันธุ์ปลาอยู่ทั่วไป ซึ่งจะนำปลาไปปล่อยตามแหล่งน้ำต่าง ๆ
นอกจากนี้มีการจับปลาบึกซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสงครามด้วย
- การทำเกลือสินเธาว์หรือเกลือบก เป็นภาคที่มีเกลือสินเธาว์มากที่สุดในประเทศ เพราะภาคตะวันออกเฉียง
เหนือมีชั้นเกลือหินกระจายอยู่อย่างกว้างขวาง เกลือสินเธาว์เป็นเกลือที่มีโซเดียมคลอไรด์สูงและมีความเค็มกว่าเกลือ
สมุทรถึง ๔ เท่า แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ที่สำคัญ ได้แก่ อ. พิมาย จ.นครราชสีมา อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น อ.บ้านดุง
จ.อุดรธานี อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร อ.บรบือ จ.มหาสารคามและลุ่มน้ำเสียว
- อุตสาหกรรม ได้แก่
- อุตสาหกรรมพื้นเมือง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการทำอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นลักษณะของอุตสาห
กรรมพื้นเมือง เช่น ทอผ้าไหม ผ้าไหมมัดหมี่ ทอผ้าฝ้ายและทำเสื้อผ้า ของใช้จากผ้า ทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านด่านเกวียน
ทำเครื่องเงิรนและเครื่องประดับจากเงิน เป็นต้น
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวอยู่มากมาย ซึ่งจะ
ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ไปเที่ยวในภาคนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะมรดกทางวัฒนธรรม
ไม่ว่าจะเป็นซากสิ่งของโบราณ โครงกระดูกมนุษย์ ปราสาทหินหรือแม้แต่ภาพเขียนสีที่มีอายุนับพันปี นอกจากนี้ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือยังมีทรัพยาการที่เป็นธรรมชาติที่สำคัญอีกหมายแก่ง เช่น ภูกระดึง ภูหอ ผาแต้ม แก่งต่าง ๆ และ
อุทยานต่าง ๆ อีกมากมาย
กลับหน้าแรก