| แนวทางในการจัดเก็บสารสนเทศเชิงพื้นที่ |
หลักที่จะใช้เป็นแนวทางในการจัดเก็บและใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่นั้น
พอจะสรุปได้ว่า
-
ข้อมูลที่ไม่มีอยู่เราไม่สามารถใช้ได้
ข้อมูลแต่ละประเภทที่เก็บรวบรวมไว้
เป็นตัวกำหนดชนิดและระดับของการวิเคราะห์ที่สามารถนำข้อมูลนั้นไปใช้
ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในข้อมูลและนโยบายในการจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้นับว่ามีบทบาทอย่างมาก
-
วิธีที่ประหยัดที่สุดในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ
จัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่ต้องการจะใช้เท่านั้น
เพราะค่าใช้จ่ายในการรวบรวม
จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลใด ๆ
ก็ตามนับว่าสูงมาก
และการที่มีข้อมูลมากเกินกว่าความต้องการยังทำให้การวิเคราะห์กินเวลามากขึ้น
เนื่องจากต้องเสียเวลาบางส่วนไปในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการจากข้อมูลที่มีปริมาณมาก
-
คุณภาพของข้อมูลควรจะเหมาะสมกับงานที่จะนำไปใช้
ข้อมูลที่มีความละเอียดน้อยที่สุดที่ยังสามารถทำให้งานลุล่วงตามวัตถุประสงค์ก็เพียงพอแล้ว
-
เป็นการเสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์
ถ้าจะพยายามเก็บข้อมูลที่ไม่สามารถให้ความละเอียดของข้อมูลได้มากขึ้น
ตามกฎการลดน้อยถอยลง (The Law of Diminishing Returns)
สามารถประยุกต์ใช้ได้กับการจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ได้เช่นกัน
เพราะในการที่จะพยายามเพิ่มคุณภาพให้กับข้อมูลใด
ๆ
จะต้องใช้ทั้งความพยายามและทรัพยากรบุคคล
แต่ใช่ว่าข้อมูลที่ได้นั้นจะมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเสมอไป
-
ข้อมูลที่ได้มาจะมีคุณค่าต่อเมื่อข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่เราต้องการ
อยู่ในสถานที่ที่ถูกต้องและเวลาอันสมควร
ลักษณะการจัดระบบข้อมูลเชิงพื้นที่นั้นมีบทบาทอย่างมาก
ในการนำข้อมูลมาใช้ให้ประสบความสำเร็จ
-
แบบจำลองที่ดีที่สุด ต้องเป็น
แบบที่ง่ายที่สุด
ใช้ข้อมูลน้อยที่สุด
และทำงานได้ตามวัตถุประสงค์
ในการสร้างแบบจำลองใด ๆ ก็ตาม
จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย
ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ
หรือเวลา
ซึ่งแบบจำลองยิ่งมีความซับซ้อนมากเพียงใด
ก็ยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามกันไป
-
ดีมากเกินไปหรือแย่เกินไปล้วนแล้วแต่จะทำให้สิ้นเปลือง
ระดับของข้อมูลที่จัดเก็บหรือนำมาใช้ในแบบจำลองที่เกิดแก่ความต้องการนั้นทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
และใช่ว่าจะมีผลต่างสำเร็จมากนัก
ส่วนข้อมูลที่มีคุณภาพต่ำเกินไปก็ทำให้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการแก้ไขข้อมูล
ทำให้งานเสร็จช้าลง
และยังทำให้พลาดโอกาสที่จะได้คำตอบที่ดีกว่า
กลับหน้าแรก