| ประเด็นปัญหาบางประการที่เกี่ยวกับข้อมูลเชิงพื้นที่ |
การนำสารสนเทศเชิงพื้นที่มาใช้
จะต้องระลึกไว้เสมอว่าข้อมูลนี้เป็นเพียงการจำลองสิ่งต่างๆ
มาจากความเป็นจริงเท่านั้น
เป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บข้อมูลเหล่านี้ให้ละเอียดทุก
ๆ จุด
เราเพียงต้องการข้อมูลที่มีความละเอียดเท่าที่คิดว่าเป็นประโยชน์
สิ่งที่สำคัญที่สุดของข้อมูลเชิงพื้นที่คือ
ความถูกต้อง ความแม่นยำ
ช่วงเวลาของข้อมูล ความทันสมัย
และความสมบูรณ์
ความถูกต้องจะเป็นตัวกำหนดถึงคุณภาพของข้อมูลหรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้ความแม่นยำจะเป็นตัวกำหนดถึงความละเอียดของมาตราส่วนที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลนั้น
ข้อมูลที่จำลองจากสภาพเป็นจริง/นำเข้าระบบ
GIS ผ่านขั้นตอนดังนี้
1. คัดเลือกเฉพาะที่สนใจ
(Selection)
2. การจัดเป็นหมวดหมู่
(Classification)
3. การทำให้ง่าย (Simplification)
4. การขยายเกินจริง (Exaggeration)
5. การใช้สัญลักษณ์แทน
(Symbolization)
มาตราส่วนเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอเมื่อมีการนำข้อมูลเชิงพื้นที่มาใช้
ซึ่งมักมีความสับสนเสมอสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับแผนที่
มาตราส่วนที่ใช้ในการบันทึกหรือจัดเก็บข้อมูล
เป็นตัวจำกัดการนำข้อมูลนั้นไปใช้
แผนที่ที่จัดเก็บด้วยความละเอียดของมาตราส่วน
1 : 50,000
จะไม่มีความละเอียดเท่าข้อมูลจากแผนที่ที่จัดเก็บมาตราส่วน
1 : 10,000
แม้จะนำแผนที่มาขยายให้มีมาตราส่วนใหญ่ขึ้นก็ตาม
มีอยู่บ่อยครั้งที่มีผู้พยายามนำเอาแผนที่ต่างมาตราส่วนมาใช้ร่วมกัน
แล้ก็เกิดความสับสนขึ้น
ความละเอียดของแผนที่ที่ปรากฏให้เห็น
อาจจะไม่ใช่ความละเอียดถูกต้องของแผนที่ที่แท้จริงก็ได้
เมื่อนำแผนที่สองมาตราส่วนใด ๆ
มาใช้ร่วมกัน
จะต้องถือเอามาตราส่วนของแผนที่ที่มีความละเอียดน้อยกว่าเป็นเกณฑ์ในการใช้งานต่อไป
(เมื่อเรานำแผนที่มาตราส่วน 1:50,000
มาใช้รวมกับแผนที่มาตราส่วนที่ใหญ่กว่า
เช่น 1 : 10,000
ผลลัพธ์ที่ได้จะถือว่ามีความละเอียดถูกต้องเพียงมาตราส่วน
1 : 50,000 เท่านั้น)
เวลา
เป็นตัวระบุตำแหน่งที่แน่นอนหรือช่วงของเวลาที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านั้น
ความทันสมัย
จะเป็นตัวระบุว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกเก็บรวบรวมไว้นานเพียงใดแล้ว
และความสมบูรณ์จะเป็นตัวที่ระบุว่าข้อมูลที่มีอยู่นั้นครอบคลุมพื้นที่ที่เรากำลังสนใจหรือไม่
ความละเอียดถูกต้องเชิงพื้นที่ของข้อมูลประเภทต่าง
ๆ และระยะเวลาการใช้งาน ดังภาพ
![]() |
รูปที่ 23 แสดงความถูกต้องเชิงพื้นที่ของข้อมูล |