การปรับตัวของประชากรให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในภาคตะวันออก
๑.การตั้งถิ่นฐานของประชากร
ประชากรในภาคตะวันออกส่วนใหญ่ นิยมตั้งถิ่นฐานอยู่ตราที่รราบชายฝั่งทะเล ที่มีเส้นทางคมนาคมขนส่งที่
สะดวก จังหวัดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจะมีการตั้งหมู่บ้านและเมืองเพิ่มขึ้น เช่น เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่ง
ทะเลที่มีทิวทัศน์สวยงาม ยิ่งมีเส้นทางตัดผ่านยิ่งทำให้มีการบุกเบิกตั้งถิ่นฐานมากขึ้น
เมืองสำคัญที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ คือ ระยอง จันทบุรี ซึ่งล้วนแต่ตั้งอยู่ตามเส้นทางสุขุมวิทหรือที่มี
ทางรถยนต์ติดต่อถึง การสร้างเส้นทางสายบางนา-ตราด สายบางปะกง สายพัทยา ยิ่งทำให้บริเวณนี้มีการตั้งถิ่นฐาน
ตามแนวถนนมากขึ้น เช่นเดียวกับ การสร้างแหล่งอุตสาหกรรมใหม่ช่วงเส้นทางระหว่างบางปะกง-สัตหีบ-ระยอง ซึ่งจะ
ทำให้เกิดหมู่บ้านหนาแน่นขึ้นในอนาคต
๒.อาชีพสำคัญของประชากร
ภาคตะวันออกเป็นบริเวณที่กำลังได้รับการพัฒนา เพราะเป็นภาคที่อุดมไปด้วยทรัพยากรที่มีค่า เช่น ป่าไม้
แร่ธาตุ ผลผลิตจากพืช สัตว์น้ำ ชายฝั่ง ทิวทัศน์ ป่าเขาที่สวยงาม ปัจจุบันนี้ภาคตะวันออกก็กำลังได้รับการพัฒนาเป็น
แหล่งอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ มีการวางท่อก๊าซธรรมชาติส่งขึ้นฝั่งที่เขต จ.ระยอง ประชากรในภาคนี้จะมีงาน
ทำเพิ่มขึ้น แต่ลักษณะเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพของประชากรในภูมิภาคนี้กำลังมีการเปลี่ยนแปลงต่อไป โดย
เปลี่ยนจากเศรษฐกิจแบบเก่าของท้องถิ่น ได้แก่ อาชีพทางด้านการทำไร่ การทำนา การประมงแบบเก่า มาเป็นเศรษฐกิจ
แบบใหม่ทางด้านอุตสาหกรรม การค้า การท่องเที่ยว นอกจากนี้การเพาะปลูกก็มีลักษณะก้าวหน้าแบบใหม่ โดยมีการทำไร่
และทำสวนผลไม้ที่ถูกต้องตามหลักวิชา ทำให้การเพาะปลูกและการประมงแบบเก่าลดน้อยลงไป
- การเพาะปลูก แม้ภาคตะวันออกจะมีการขยายตัวทางด้านอุตสารหกรรมและกรารบริการค่อนข้างสูง แต่
อาชีพการเพาะปลูกก็ยังเป็นอาชีพสำคัญของประชากรส่วนใหญ่ พืชสำคัญที่นริยมปลูกกันมาก ได้แก่ ข้าวเจ้า ผลไม้
เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด ส้มเขียวหวาน ลางสาด ระกำ สละ พื้นที่ที่มีปลูกผลไม้กันมากนั้น ได้แก่ จ.ระยอง จันทบุรี
ปราจีนบุรี สระแก้ว ตราด เครื่องเทศ เช่น พริกไทย กระวาน พืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง อ้อย สับปะรด และมีการปลูกไผ่
ตง นอกจากนั้นก็มีการปลูกยางพารา และสะตอ เป็นต้น
นอกจากนั้นก็มีพืชผลที่ปลูกได้ทั่วไปในทุกภาค เช่น กล้วย มะม่วง มะพร้าว และพืชอื่น ๆ เป็นต้น
- การประมง มีทั้งประมงน้ำลึก ประมงชายฝั่งและประมงชายฝั่ง มีการเลี้ยงปลาในกระชัง ทำฟาร์มหอย
นางรม ทำฟาร์มหอยมุก ฟาร์มปูทะเล และมีผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำที่สำคัญของภาค ได้แก่ น้ำปลา กะปิ กุ้งแห้ง ปลาเค็ม
เป็นต้น
- การทำป่าไม้ ปัจจุบันพื้นที่การรทำป่าไม้ในภาคตะวันออกได้ลดลง เพราะมีการยกเลิกสัมปทานป่าไม้ แต่ยัง
ทำไม้ในป่าชายเลนได้
- การทำเหมืองแร่
- อุตสาหกรรม ได้แก่
- อุตสาหกรรมพื้นเมือง อุตสาหกรรมในครัวเรือน มีการรทำเครื่องจักสานจากไม้ไผ่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
มีการทำครกและโม่หินที่สกัดจากหินแกรนิต เช่รน ที่ ต.อ่รางศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี มีการทำของที่ระลึกต่าง ๆ สำหรับ
ขายนักท่องเที่ยวที่ชายหาดบางแสน และตลาดหนองมน ใน จ.ชลบุรี ตลาดบ้านเพ ใน จ.ระยอง เป็นต้น ผลิตเสื่อ
จันทบูร จากกก และยังมีการนำเสื่อจันทบูรมาเปลี่ยนเป็นสินค้ารูปแบบต่าง ๆ เช่น กระเป๋าถือ มู่ลี่ ถาดใส่ผลไม้ ที่เก็บ
เครื่องเขียน ที่ใส่ซองจดหมาย เป็นต้น
- อุตสาหกรรมสมัยใหม่ รัฐบาลได้สร้างเขตอุตสาหกรรมฝั่งทะเลตะวันออกขึ้น เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม
หนัก เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมแปรรูปวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อได้ผลิตผลที่จะใช้ในประเทศและส่งเป็น
สินค้าออก รัฐบาลได้ให้บริการด้านสาธารูปโภคต่าง ๆ เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น และเพื่อดึงดูด
อุตสาหกรรมให้ออกจากเขตกรุงเทพฯ และมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ภาคตะวันออกเป็นเมืองหลักที่จะช่วยรับแรงงาน
จากภาคเกษตรกรรมไว้โดยไม่ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้ภาคตะวันออกมีความก้าว
หน้าทางเศรษฐกิจแล้ว ยังจะช่วยบรรเทาปัญหามลพิษสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ และลดความแออัดของประชากรในกรุง
เทพฯ อีกด้วย เขตอุตสาหกรรมในเขตฝั่งทะเลตะวันออกได้แก่ เขตอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และมาบตาพุด
จ.ระยอง และอุตสาหกรรมผลิตไม้อัด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคตะวันออกมีทรัพยากรการท่องเที่ยวอยู่มาก เช่น มีชายทะเลที่สวยงาม
เช่น บางแสน พัทยา จ.ชลบุรีร และอีกหลายแห่งใน จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ตลอดจนตามเกาะต่าง ๆ ใน
ภูมิภาค การท่องเที่ยวได้นำรายได้เข้าสู่ภูมิภาคและประเทศไทยได้เป็นจำนวนมาก จึงได้มีการสร้างปัจจัยส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เช่น ที่พักอาศัย ถนน และเปิดสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง ให้เป็นท่าอากาศยานภายในประเทศและนานา
ชาติ
กลับหน้าแรก