| วัฒนธรรมและประเพณีของชาวภาคกลาง ภาคกลางเป็นแหลงอารยธรรมเก่าแก่มานาน เป็นศูนย์กลางทางการค้า การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ นับแต่สมัยทวารวดี ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ วัฒนธรรมภาคกลางจึงหลากหลาย มีทั้งวัฒนธรรมหลวงและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ชาวภาคกลางส่วนใหญ่เป็นชาวไทยแท้ ตั้งบ้านเรือนอยู่บนพื้นที่นี้แต่ดั้งเดิม อีกส่วนหนึ่งมีบรรพบุรุษเป็นชาวรามัญหรือมอญ เช่น ที่ปากเกร็ด พระประแดง บางพลี ฯลฯ นอกจากนี้เป็นชาวจีนที่อพยพมาตั้งบ้านเรือนกันแต่ครั้งสมัยอยุธยาเป็นราชธานี และยังมีชนกลุ่มอื่น ๆ อาศัยอยู่ในบางพื้นที่อีกด้วย เช่น ไทพวนหรือลาวพวน กะเหรี่ยง เป็นต้น ประชาชนพื้นเมืองในบางจังหวัดมีสำเนียงที่แปร่งไปจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนั้น เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดเพชรบุรี สังคมไทยภาคกลางเป็นระบบเครือญาติ ในชนบทยังนิยมการอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ หรืออยู่ละแวกเดียวกัน อุปนิสัยของคนในภาคกลาง ค่อนข้างเป็นมิตร เฉลียวฉลาด รู้จักการประสานประโยชน์ และการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและสภาวการณ์ทั่วไปชีวิตของคนภาคกลางผูกพันกับน้ำเพราะ ส่วนมากมักปลูกบ้านเรือนอาศัยตามริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้สร้างเป็นเรือนใต้ถุนสูงเพื่อกันน้ำในหน้าน้ำ การก่อสร้างในสมัยก่อน ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้เนื้อแข็ง ไม้ไผ่ ส่วนหลังคามุงด้วยแฝก จาก หรือกระเบื้องดินเผา ขนาดบ้านขึ้นอยู่กับฐานะของเจ้าของบางที่ก็ปลูกบ้านลอยน้ำ ที่เรียก ว่า " เรือนแพ " เรือนไทยภาคกลางปัจจุบันยังมีให้เห็นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครนายก และพิษณุโลก การไปมาหาสู่กันในสมัยที่ยังไม่มีรถราใช้กันอย่างทุกวันนี้ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินจะเสด็จประพาสต้นโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งมีมา ตั้งแต่สมัยอยุธยา ใช้เรือพระที่นั่งในขบวนเสด็จ ว่ากันว่าในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์หมานราช มีเรือพระที่นั่งทั้งสิ้น 26 ประเภท เป็นจำนวน 324 ลำ ในปัจจุบันการเสด็จโดยขบวนพยุหยาตรา ทางชลมารคจะมีขึ้นในวาระสำคัญเท่านั้น เช่น งานเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีขณะที่ชาวบ้านจะใช้เรือ ชนิดต่าง ๆ เป็นพาหนะและขนส่งสินค้า เช่น เรือบด เรือมาด และเรือเอี่ยมจุ้น การค้าขายก็อาศัยแม่น้ำเป็นตลาด เรียกว่า ตลาดน้ำ พ่อค้าแม่ค้า พากันพายเรือ นำผลผลิตสารพัดชนิด มาซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนกัน เช่น ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี การแต่งกายพื้นบ้านของชาวไทยภาคกลางค่อนข้างเรียบง่าย ผู้ชายนุ่งกางเกงครึ่งน่อง สวมเสื้อแขนสั้น มีผ้าขาวม้าคาดเอว ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นยาว สวมเสื้อแขนสั้นหรือยาว บางครั้งใช้ผ้าคาดอก อาหารของชาวภาคกลาง ส่วนใหญ่จะมีรสชาติกลมกล่อม เน้นหวาน ได้แก่ แกงส้ม แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น ผัดผัก ยำใหญ่ หมี่กรอบ นอกนั้น เป็นพวกเครื่องจิ้ม เช่น น้ำพริก และหลน ส่วนของหวานมีทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง หม้อแกง จ่ามงกุฏ ซาหริ่ม กล้วยบวชชี กระยาสารท รวมมิตร ชาวไทยภาคกลางมีการละเล่นมากมายมาแต่อดีต เช่น ระบำชาวไร่ เพลงพวงมาลัย เพลงฉ่อย เพลงอธิษฐาน เพลงเหย่ย เพลงแม่ศรี เพลงเต้น- กำรำเคียว เพลลำตัด เพลงปรบไก่ เพลงอีแซว กลองยาว ลิเก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการแสดงในราชสำนัก เช่น โขน ละคร หนังใหญ่ หุ่นกระบอก ฯลฯ เครื่องดนตรีก็มี ซอด้วง ซออู้ จะเข้ กระจับปี่ ปี่ประเภทต่าง ๆ ระนาด ฆ้อง กลอง โทน รำมะนา ตะโพน เปิงมาง ฉิ่ง ฉาบ กรับ สำหรับกีฬามี ตะกร้อ ว่าว สะบ้า หมากรุก ทั้งยังมีศิลปะการป้องกันตัว คือ การฟันดาบ การตีกระบี่กระบอง และการชกมวย ซึ่งปัจจุบันมวยไทยเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของชาวภาคกลางมีความหลากหลายทางอาชีพและชาติพันธุ์ ดังนั้นประเพณีบางอย่างจึงถูกรวบรัดเพื่อให้เหมาะสมกับการดำรง ชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในครอบครัวและความเชื่อทางศาสนาในแต่ละท้องถิ่น ประเพณีเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้กลายไป จากประเพณีดั้งเดิมมาก สำหรับประเพณีที่นักประกอบพิธีตามธรรมเนียมดั้งเดิมแบบไทยแท้ ๆ นั้นมักจะเป็นงานพระราชพิธีและพิธีการต่าง ๆ ของทาง ราชการ อาทิ งานเทศกาลปีใหม่ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีฉัตรมงคล งานวันนักขันตฤกษ์ งานวันที่ระลึกต่าง ๆ เป็นต้น |