การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในภาคกลาง
                     ประชากรในภาคกลางได้พยายามปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ ประชากรในภาคอื่น ๆ
                     ๑.การตั้งถิ่นฐานของประชากร
                     เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของภาคกลาง เป็นที่ราบลุ่มน้ำกว้างใหญ่ที่มีแม่น้ำสำคัญหลายสายไหลผ่าน ตั้ง แต่แหล่งต้นน้ำทางเหนือจนมาสู่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยทางใต้ แม่น้ำเหล่านี้ได้พาดินตะกอนโคลนตมที่อุดมสมบูรณ์จากที่ สูงโดยรอบ มาทับถมเป็นดินตะกอนซึ่งเหมาะในการเพาะปลูก ที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว พืชผัก ผลไม้ จึงเป็นอาหารหลักของ คนในภาคนี้และการที่มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านมาก ทำให้สะดวกในการคมนาคมขนส่งตลอดลุ่มน้ำ จึงมีประชากรตั้งบ้าน เรือนเป็นปึกแผ่นอยู่สองฟากฝั่งน้ำเหล่านี้มาช้านาน โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาและสาขาที่ไหลผ่านที่ราบตอนล่าง เป็นที่ ตั้งของเมืองสำคัญหลายเมือง ทั้งเมืองหลวงและเมืองท่าริมฝั่งแม่น้ำและริมฝั่งทะเล อาทิ ในบริเวณที่ราบภาคกลาง ตอนบนมีเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร ปากน้ำโพหรือนครสวรรค์ เมืองพิษณุโลก ส่วนในบริเวณลุ่มน้ำของที่ ราบภาคกลางตอนล่างก็เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญ เช่น สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ธนบุรี และกรุงเทพฯ เมืองสำคัญถึงแม้จะมีพื้นที่ขนาดเล็กที่อยู่รอบปริมณฑลของกรุงเทพฯ ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว อาทิ นนทบุรี ปทุมธานี และเมืองที่ตั้งอยู่ริมอ่าวไทย ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ เป็นต้น
                     ๒.อาชีพสำคัญของประชากร
                     - การเพาะปลูก เนื่องจากลักษณะสภาพแวดล้อมทางกายภาพของภาคกลางที่เป็นที่ราบลุ่มน้ำที่กว้างขวาง มีดินตะกอนที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการปลูกข้าว บริเวณที่ราบลุ่มน้ำภาคกลางจึงกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกแหล่งเกษตร กรรมสำคัญของประเทศ มีการทำนา ปลูกพืชสวนโดยวิธีการยกร่องไม่ให้น้ำท่วม เช่น การทำสวนผลไม้ ไม้ดอก ไม้ผล ในเขต จ.ธนบุรี นนทบุรี ปทุมธานี การเพาะปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย ข้าวโพด ก็อาจทำการเพาะปลูกได้ในพื้นที่ที่สูงรอบนอก เช่น ในเขต จ.นครปฐม สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี เป็นต้น
                     - การเลี้ยงสัตว์ สัตว์เลี้ยงที่จำเป็นต่ออาชีพความเป็นอยู่ของประชากรในภาคกลาง คือ สัตว์เลี้ยงที่ใช้งาน ควบคู่ไปกับการทำนา ทำไร่ คือ กระบือ โค โดยเฉพาะกระบือเป็นสัตว์ที่เหมาะกับการมีชีวิตอยู่ในสภาพภูมิประเทศที่เป็น ดินเหนียวหนัก และมีบึงน้ำแช่ขังจะใช้ไถนา ในพื้นที่นาที่มีสภาพดังกล่าวในภาคกลาง ส่วนโคจะใช้ไถนาในเขตภูมิประเทศ ที่เป็นดอน อากาศแห้งกว่า ซึ่งจะอยู่ในเขตจังหวัดรอบนอก เช่น สระบุรี ลพบุรี เป็นต้น
                     สัตว์ประเภทอื่นที่สำคัญที่ใช้เป็นอาหารในท้องถิ่นทั่วไป คือ พวกสุกร เป็ด ไก่ โดยใช้อาหารที่จากพืชพวก ข้าว ข้าวโพด และภูมิประเทศที่ใกล้แม่น้ำลำคลอง หนองบึง ที่มีปลาเล็กปลาน้อย หอย ปู อุดมสมบูรณ์เป็นอาหารของ เป็ดไก่ได้เป็นอย่างดี สัตว์เหล่านี้เลี้ยงอยู่ทั่วไปตามหมู่บ้าน ส่วนสัตว์ประเภทฟาร์มโดยเฉพาะโคนมนั้น มีเลี้ยงกันในสมัย หลังเมื่อมีการส่งเสริมอาหารประเภทนี้มากขึ้น แทนการซื้อสินค้าประเภทนี้มาจากต่างประเทศ
                     - การประมง ภาคกลางมีแม่น้ำลำคลองหนองบึงอยู่ทั่วไปและอยู่ใกล้อ่าวไทยตอนบน มีการทำประมงน้ำจืด มีการเลี้ยงปลาดุก ปลาช่อน ปลาสลิด ปลาตะเพียน ปลานิลและกุ้งก้ามกราม ประปงน้ำกร่อย มีการเลี้ยงปลากะพงขาว และกุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย และการประมงทะเล มีการจับปลา กุ้ง หอย ในอ่าวไทย
                     - การทำเหมืองแร่ ได้แก่ พวกโลหะ พวกกรวด ทราย ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง ส่วนผสมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมทำโอ่ง ไหและกระถาง
                     อุตสาหกรรม ได้แก่
                     - อุตสาหกรรมพื้นเมือง เช่น เครื่องจักสาน มีด โอ่ง ไห ตุ๊กตา และของเด็กเล่น มีศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
                     - อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ภาคกลางเป็นภาคที่มีอุตสาหกรรมมากที่สุดของประเทศไทย อุตสาหกรรมสมัยใหม่ หรืออุตสาหกรรมโรงงานจะมีอยู่มากในกรุงเทพฯและปริมณฑลรวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง ที่สำคัญได้แก่ อุตสาหกรรม ปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
                     - อุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมโรงแรม บริการเรือนำเที่ยว ตามลำน้ำภาคกลาง กรุงเทพฯเป็นเมือง หลวงและเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมโบราณสถาน ชมชีวิตตามลำน้ำ ซื้อสิ่งของหรือท่องเที่ยวยามราตรี เป็นจำนวนมาก
กลับหน้าแรก
Hosted by www.Geocities.ws

1