Skip Navigation

 

โลกของคนหูหนวก


English Version หน้าแรก Thai Version

เตือนโจ๋ะฟังเพลงเสียงดังระวังปอดแตก

โฆษก สธ. เตือนวัยรุ่นที่ฟังเพลงดังๆทั้งฟังในบ้าน ในรถ และเร่งเสียงเบสหนักสุด ระวังปอดแตก นักวิจัยต่างประเทศมีรายงานผู้ป่วยแล้ว แพทย์ต้องช่วยชีวิตโดยเจาะปอดใส่ท่อระบายลมออกจากเยื่อหุ้มปอดออกเป็นการด่วน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน นางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้วัยรุ่นกำลังเสี่ยงกับการใช้เครื่องมือไฮเทค ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการฟังเพลง ซึ่งความชอบทั่วไปของวัยรุ่นมักจะต้องฟังดังๆ เสียงเบสหนักๆ เพราะฟังแล้วสะใจ มันอารมณ์ บางคนบอกว่ามันตึ๊บดี บางรายลงทุนแต่งรถเพื่อประกวดความดังเครื่องเสียง กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นบางกลุ่มที่พอจะมีฐานะ

นางนิตยากล่าวต่อไปว่า ปัญหาของการฟังเสียงที่ดังเกินมาตรฐาน ส่วนใหญ่จะกระทบต่อหู อาจทำให้หูหนวก หูตึง ไม่ได้ยินเสียงพูดในระดับปกติ ขณะนี้มีคนทั่วโลกกำลังมีปัญหานี้ถึง 120 ล้านคน นอกจากนั้นยังเปลี่ยนอัตราการเต้นของชีพจร ความดันโลหิตสูง มีรายงานการศึกษาว่าเสียงที่ดังกระแทกกระทั้น ทำให้ชีพจรของทารกในครรภ์แม่ที่อายุครรภ์ 7 เดือน เต้นผิดปกติ และเมื่อเร็วๆ วงการแพทย์ต่างประเทศได้ค้นพบปัญหาใหม่ที่เป็นผลกระทบจากเสียงดังเกินไป ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยพบว่าการฟังเพลงที่เปิดดังมากมีส่วนทำให้ปอดแฟบ เนื้อปอดไม่สามารถขยายได้ จะทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก

จากงานวิจัยดังกล่าวได้พบวัยรุ่นชายในสหรัฐอเมริกา 4 คน มีปัญหาหายใจไม่ออกแน่นหน้าอก หลังจากที่ฟังเพลงที่เปิดเสียงดังมาก โดย 3 คนเกิดอาการระหว่างดูคอนเสิร์ต ส่วนวัยรุ่นอีก 1 คนเกิดอาการระหว่างฟังเพลงในรถยนต์ที่ขับเอง ซึ่งเด็กรายนี้ติดตั้งตั้งเบสขนาด 1,000 วัตต์ เนื่องจากเป็นคนที่ชอบฟังเพลงที่เสียงดังๆ ทั้งหมดนี้หลังจากที่ได้นำส่งโรงพยาบาล แพทย์ได้ระบุอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกเกิดมาจากการเกิดลมในช่องเยื่อหุ้มปอด ทำให้ปอดไม่สามารถขยายตัวได้ตามปกติ จึงได้ทำการเจาะปอด ใส่ท่อระบายลมออก เพื่อให้ปอดทำงานต่อไปได้ และผู้ป่วยประเภทนี้ก็พบที่ประเทศเบลเยี่ยมเช่นกัน

นางนิตยากล่าวต่อไปว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดลมในเยื่อหุ้มปอดหลังฟังเพลงดังๆ เกิดเนื่องจากผลกระทบจากเสียงความถี่ของเบส ซึ่งเป็นคลื่นเสียงที่มีความทุ้มและหนัก เมื่อฟังแล้วทำให้รู้สึกสั่นสะเทือนไปทั้งตัว และน้ำในเซลล์ปอดก็จะสั่นสะเทือนไปด้วย จึงเป็นเหตุให้ปอดฉีกได้ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป คลื่นเสียงก็จัดเป็นพลังงาน และสามารถรบกวนระบบการทำงานในร่างกายได้ เช่นเดียวกันวงการแพทย์ระบุว่าหากอยู่ในที่ที่มีระดับเสียงดังมากกว่า 80 เดซิเบล นานๆ จะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดตามมาได้

 

 

นสพ.คมชัดลึก วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2547

กลับไปหน้าแรก

Hosted by www.Geocities.ws

1