|
ของเล่น"ปู่ไพ"
สื่อรักชุบชีวิตใหม่"หลานพิการ"
รายงานโดย ทัศนา ศรีสุวรรณ
ในสมัยโบราณการประดิษฐ์ของเล่น
จะเป็นเพียงการนำวัสดุธรรมชาติที่สามารถหาได้ง่ายๆ มาทำเป็นของเล่นให้ลูกหลาน
แต่ปัจจุบันนี้มีผู้ผลิตของเล่นแบบต่างๆ ออกมาเอาใจ-ล่อใจเด็กมากมาย
เช่นของเล่นที่นำเข้าจากเมืองนอกจำพวกตุ๊กตาบาร์บี้ รถบังคับวิทยุ
และอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ผลิตต่างแข่งกันผลิตทั้งรูปแบบ
และสีสันเพื่อดึงดูดใจให้ได้มากที่สุด จนบางครั้งไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย
และประโยชน์จากของเล่นเลยแม้แต่น้อย
" ปู่ไพ สมสีลา"
วัย 74 ปี ชาว ต.บ้านทรายมูล จ.หนองคาย เป็นคนที่มีความรู้ไม่มากนัก
มีเพียงความคิดและความรู้สึกที่อยากจะทำของเล่นขึ้นมาสักหนึ่งชิ้นเพื่อให้หลานชายได้เล่น
ด้วยความที่ฐานะทางบ้านยากจนไม่มีปัญญาซื้อของเล่นแพงๆ
ให้หลานจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะสร้างของเล่นขึ้นมาเองจากวัสดุที่หาได้จากแถวบ้าน
ของเล่นที่ปู่ไพทำนั้นไม่ใช่แค่เล่นสนุกๆ เท่านั้น แต่ต้องการให้เป็นอุปกรณ์ช่วยฟื้นฟูร่างกายของหลานด้วย
เพราะหลานของของปู่ไพเป็นเด็กพิการทางสมอง
ปอ หรือนายสุริยา สมสีลา
หลานชายของปู่ไพเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกที่เกิดมานั้นทุกคนในบ้านคิดว่าเสียชีวิตแล้ว
เพราะตนนิ่งและไม่มีเสียงร้องออกมาเลย จึงนำใส่ถุงพลาสติกไว้เตรียมจะนำไปทิ้ง
แต่ไม่นานตนก็ร้องอ้อแอ้ขึ้นมา และเริ่มขยับร่างกาย ย่าจึงนำออกมาจากถุงและทำความสะอาดให้
ด้วยความที่มีร่างกายที่ไม่สมประกอบตัวเกร็งงอ
และขาลีบเล็กผิดจากเด็กทั่วไป ประกอบกับผู้เป็นพ่อ-แม่ไม่มีเวลาพอจะมาเลี้ยงดู
เมื่อปออายุได้ 4 ขวบ ต้องปล่อยให้เป็นภาระของปู่-ย่าเป็นผู้ดูแลปอแทน
ซึ่งทั้งสองคนก็ดูแลหลานผู้พิการคนนี้อย่างดีที่สุด ให้ทั้งความรักความอบอุ่น
และการเลี้ยงดูที่ดีที่สุด เท่าที่คนเป็นปู่เป็นย่าจะให้กับหลานได้
วันหนึ่งขณะที่ปู่ไพและปอกำลังนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้กลางนาหลังจากที่นำควายออกมาปล่อยให้กินหญ้าที่ทุ่งนาตามปกติ
ปู่ไพก็นั่งคิดหาหนทางว่าจะมีทางใดจะช่วยหลานให้หายจากความพิการได้
นอกเหนือจากการทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล ซึ่งปอดูจะไม่ค่อยชอบการทำกายภาพมากนัก
ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ปู่ไพหันไปเห็นน้องปอกำลังพยายามตะเกียกตะกายขอนไม้ท่อนหนึ่งด้วยความพยายามอย่างเต็มความสามารถ
ซึ่งดูเหมือนว่าปอจะรู้สึกสนุกกับสิ่งที่กำลังทำอยู่มากทีเดียว
ปู่ไพจึงเดินเข้าไปเพื่อดูลักษณะของขอนไม้นั้นว่ามีลักษณะอย่างไร
เพราะตอนนั้นปู่มีความรู้สึกว่ามันน่าจะช่วยหลานชายได้
ปู่ไพจึงนำขอนไม้ท่อนนั้นมาทำเป็นม้าไม้ให้ปอได้ขี่เล่น
โดยที่ปู่ไพนำมาสร้างใหม่ให้มีมือจับบนหัว และมีที่วางเท้าเหยียบข้างลำตัว
"ม้าไม้" จึงเป็นของเล่นชิ้นแรกที่ปู่ไพทำให้ปอ
และดูเหมือนว่าหลานชายจะพอใจกับของเล่นชิ้นนี้มาก และยังชวนเพื่อนๆ
ให้มาเล่นด้วยแม้ในบางครั้ง ตัวเองจะเล่นไม่ทันเพื่อนเพราะกว่าจะเดินกะโผลกกะเผลกไปถึงม้าไม้เพื่อนก็ไปถึงก่อนเสียแล้ว
หลังจากทำม้าไม้เป็นของเล่นชิ้นแรกให้ปอแล้ว
ปู่ไพก็พยายามคิดของเล่นชิ้นใหม่อีก เพราะรู้สึกว่า ปอเริ่มจะเบื่อของเล่นชิ้นนี้แล้ว
ปู่ไพครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรจะช่วยบำบัดอาการมือเกร็งและแขนขาอ่อนกำลัง
และช่วยให้ปอได้มีเพื่อนเล่นเยอะขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาทั้งร่างกาย
และจิตใจของปอไปพร้อมๆ กัน
" หมากปิ่น"
หรือใบพัดจึงเป็นของเล่นชิ้นเรียบง่ายชิ้นใหม่ที่ปู่ไพใช้วัสดุที่หาได้ง่ายอย่างไม้ไผ่มาทำ
หมากปิ่นต้องใช้พลังฝ่ามือและนิ้ว ซึ่งปู่ไพเห็นว่าการกำมือออกแรงดึงเชือก
เพื่อให้ใบพัดหมุนนั้นจะเป็นการออกกำลังแขนและไหล่ขณะที่เคลื่อนไหว
นอกจากนั้นยังเชื่อมโยงการประสานงานของสมอง เพื่อดึงเชือกให้สัมพันธ์กับแรงจะทำให้ปอได้ฝึกประสาทตาและมือพร้อมกับการเรียนรู้ด้านซ้าย-ขวา
หนัก-เบา และช้า-เร็ว
ปู่ไพยังคิดค้นและสร้างของเล่นต่างๆ
ออกมาอีกหลายชิ้นเช่น "เก้าอี้วิเศษ" ใช้นั่งเล่น"กรรไกร"
พัฒนากล้ามเนื้อมือ รวมเวลาถึง 13 ปี ปู่ไพสร้างของเล่นได้ถึง
21 ชนิด
เมื่อมีของเล่นหลายชิ้นให้ปอได้สลับไปเล่นชิ้นนี้บ้าง
ชิ้นโน้นบ้างต้องพยายามพยุงตัวใช้แขนขาให้คล่องตัวขึ้น
เพื่อจะเล่นให้ทันเพื่อน ทำให้ร่างกายของปอแข็งแรงขึ้น
แขนขาเริ่มมีพลังมากขึ้นไม่ลีบเล็กเหมือนเมื่อก่อน
ความรักและความพยายามของปู่ไพ
จากที่ปอเคยเป็นเด็กร่างกายพิการ สมองอ่อนล้าช่วยตัวเองไม่ได้
ปัจจุบันปอมีร่างกายแข็งแรงขึ้น และตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้น
ปวส.หลักสูตรคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่พัทยา
ถึงแม้ปอจะเดินได้ แต่อาจจะไม่ดีเท่าคนปกติ ร่างกายที่เคยงอเกร็งก็กลับแข็งแรงขึ้น
สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง เคยพูดติดอ่างก็ค่อยๆ
หาย กลายเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ไม่เหลือความเป็นปมด้อยในสายตาของใครต่อใครเลย
" ปู่ไพ"
แม้เป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่ง ทว่าวันนี้ความพยายามบวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้สร้างของเล่นที่ไม่ใช่การเล่นเพื่อสนุกอย่างเดียว
แต่ยังช่วยบริหารร่างกายของหลานให้ดีขึ้น จนตอนนี้ความพยายามของชายชราประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจคือ
หลานชายช่วยเหลือตัวเองได้จนได้เรียนระดับสูง และเป็นคนดีของครอบครัวและสังคม
เพียงเท่านี้ก็ทำให้ปู่ไพมีความสุขมากที่สุดแล้ว
|