| โรงหนังเพื่อคนพิการ
"ภาพยนตร์ไม่ใช่เป็นแค่ความบันเทิง
แต่ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัย และทุกคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ควรมีสิทธิที่จะเสพ
ความสุขจากภาพยนตร์ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนฝูง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลวันหยุดต่างๆ"
นายเอลเลียต สปิตเซอร์
อัยการในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นดังกล่าว
หลังจากตระหนักถึงความสำคัญของภาพยนตร์ว่าเป็น
"ความบันเทิงใกล้ตัว" และบ่อยครั้งที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน
แต่ทว่าในความเป็นจริงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ยังมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ถูกปิดโอกาสดังกล่าว
ไม่ได้รับแม้แต่สิทธิมนุษยชนพื้นฐานเนื่องจาก "ความพิการ"
ทางสายตาและประสาทหู ทำให้ไม่สามารถเข้าไปดูหนังตามโรงภาพยนตร์ต่างๆ
เพราะไม่มีโรงภาพยนตร์แห่งใดนึกถึง ดังนั้น เขาจึงคิดจะจัดหา
"อุปกรณ์เสริม" เพื่อให้ผู้พิการตาบอด หูหนวก
สามารถรับชมภาพยนตร์ได้รู้เรื่องเหมือนคนทั่วไป
ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้นายสปิตเซอร์ซึ่งมีโครงการจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กในปีหน้าได้ออกหน้ามาเจรจาผลักดัน
โดยอาศัยความรู้
ทางกฎหมายว่านี่เป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรจะได้รับเหมือนๆ
กัน กระทั่งตอนนี้มีโรงภาพยนตร์กว่า 150 แห่งในรัฐนิวยอร์กที่ยินดีจัด
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้
สปิตเซอร์เล่าว่า เขาเริ่มตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้หลังจากได้รับคำร้องทุกข์จากผู้พิการเข้ามามากมาย
จึงเกิดไอเดียว่าน่าจะนำเรื่องนี้ไปหารือ
ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ในรัฐนิวยอร์ก
ซึ่งปรากฏว่ามีเจ้าของโรงหนังในเครือต่างๆ ถึง 8 เครือต่างยินดี
ทำให้ขณะนี้มี
โรงภาพยนตร์ในรัฐนิวยอร์กกว่า 150 แห่งที่มีอุปกรณ์พร้อม
สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ว่าก็เช่นสำหรับคนตาบอดทางโรงหนังก็จะมี
"หูฟัง" ที่มีคุณภาพเสียงดี พร้อมกับเสียงบรรยายที่จะทำให้
ผู้พิการทางสายตา สามารถรับรู้อรรถรสในภาพยนตร์ได้อย่างดีกว่าที่จะฟังเองจากเสียงในภาพยนตร์
ขณะที่ผู้หูหนวกก็สามารถพึ่งอุปกรณ์ที่จะเป็นแป้นขึ้นคำบรรยายในเรื่องให้อ่านกัน
หรือในโรงภาพยนตร์บางแห่งก็จะจัดขึ้นซับไตเติลบนจอให้
แล้วยังมีเครื่องช่วยฟังให้ด้วย
*นายมณเฑียร บุญตัน*
นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
"โรงภาพยนตร์สำหรับคนพิการในบ้านเราถามว่าอยากได้ไหมก็ต้องอยากได้"
"ส่วนถ้าจะถามว่าความบันเทิงไม่ว่าจะเป็นดนตรี
ภาพยนตร์ จำเป็นสำหรับคนพิการไหม ก็ต้องย้อนถามคนปกติว่าความบันเทิงจำเป็น
สำหรับ
พวกเขาไหม เพราะเราก็เหมือนคนทั่วไปอยากได้รับความบันเทิง
และเหนือสิ่งอื่นใดคืออยากได้รับสิทธิที่เท่าเทียม"
|