| ดึงศาสนาฟื้นฟูจิตใจคนพิการ
นางเจนจิรา
เทศทิม หัวหน้าฝ่ายการวิจัย วิทยาลัยราชสุดา ในฐานะผู้ประสานและสังเคราะห์ชุดโครงการวิจัยศาสนากับคนพิการในประเทศไทย
เปิดเผยว่า คนพิการส่วนหนึ่งจะมีปัญหาทางจิตใจ ซึ่งเกิดจากความท้อแท้สิ้นหวัง
ทำให้ไม่พยายามที่จะใช้ศักยภาพของตนเองให้เต็มที่ จึงเป็นภาระของครอบครัวและสังคม
ดังนั้นการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้พิการจึงมีความจำเป็นอย่างมาก
และจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้พิการพบว่า คนพิการที่มีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
จะสามารถทำใจยอมรับกับสภาวะความพิการที่ตัวเองประสบอยู่ได้
ไม่รู้สึกด้อยค่าและมีกำลังใจที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเอง
เพื่อดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าในตนเองต่อไป
ด้วยเหตุผลนี้ทางวิทยาลัยราชสุดา จึงได้ร่วมกับหน่วยแผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย
(สสพ.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ
จัดทำชุดโครงการวิจัยเพื่อศึกษารวบรวมคำสอนของ 4 ศาสนา
คือ พุทธ คริสต์ อิสลาม และซิกข์ รวมทั้งหลักธรรมที่กล่าวถึงคนพิการ
เพื่อนำมาเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้
นางเจนจิรา
กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาเกี่ยวกับการเข้าถึงศาสนาของคนพิการ
และการนำศาสนามาใช้ในการปฏิบัติของคนพิการ เพื่อนำผลการวิจัยมาเป็นเครื่องยืนยันความเป็นไปได้ในการนำศาสนามาใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการให้ดียิ่งขึ้น
รวมทั้งการร่วมมือกับวงการศาสนาเพื่อปรับการทำงานให้เอื้อต่อผู้พิการต่อไป
สำหรับผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา พบว่าคนพิการที่ไม่สามารถเข้าถึงหลักธรรมของศาสนาได้นั้น
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดสื่อที่เหมาะสม เช่น คนหูหนวกจะไม่สามารถฟังการบรรยายธรรมได้
ถ้าไม่มีล่ามภาษามือ ขณะที่พ่อแม่ก็ไม่สามารถสื่อสารความเข้าใจเรื่องธรรมะ
ตอบคำถามหรือให้คำปรึกษาแก่ลูกหูหนวกได้ อีกทั้งยังพบว่าศาสนสถานส่วนใหญ่ยังไม่ได้จัดเตรียมสถานที่เอื้ออำนวยต่อการไปศึกษาและปฏิบัติธรรมของผู้พิการ
แต่อย่างไรก็ตามจากการวิจัยกลับพบว่าคนพิการขั้นรุนแรงที่ไม่สามารถขยับร่างกายก็สามารถบรรลุธรรมขั้นสูงได้
โดยการฝึกภาวนาแบบกำหนดลมหายใจ
ทางวิทยาลัยเคยจัดบรรยายธรรม
และให้พระสงฆ์ตอบคำถามแก่คนหูหนวกโดยมีล่ามภาษามือ พบว่ากลุ่มคนพิการมีจิตใจที่สงบและมีความสุขมากขึ้น
อาจจะเพราะเขารู้สึกเหมือนได้คำตอบที่ติดค้างอยู่ในใจมานาน
จากจุดนี้ทำให้เห็นว่าควรต้องมีการเร่งสร้างสื่อ เพื่อการเรียนรู้ศาสนาให้แก่คนพิการให้มากยิ่งขึ้น
นางเจนจิรากล่าว
|