Skip Navigation

 

โลกของคนหูหนวก


English Version หน้าแรก Thai Version

วัยเด็กคนดังของโลก : เคลเลอร์ ผู้พิชิตความบอด หนวก ใบ้

ฮเลน อาดัมส์ เคลเลอร์ (Helen Adams Keller ค.ศ. ๑๘๘๐-๑๙๖๘) เป็นนักเขียนและนักปาฐกถาชาวอเมริกัน ท่านสามารถพิชิตอุปสรรคเกี่ยวกับความพิการทางร่างกายที่ทั้งตาบอด หูหนวก และใบ้ได้ และกระตือรือร้นทำงานเพื่อสังคมตลอดชีวิต"ด้วยอุตสาหะวิริยะที่เหนือธรรมดา ท่านนำพาเอาความสว่างและความหวังมาให้โลกมนุษย์ เพราะฉะนั้นท่านจึงได้รับการยกย่องว่า เป็น"ผู้สร้างปาฏิหาริย์
แน่นอน ความสำเร็จของเคลเลอร์มิใช่เหตุบังเอิญ ท่านมีร่างกายที่ผิดแปลกจากคนปรกติทั่วไป แต่ท่านกลับสามารถสร้างผลงานเลอเลิศที่คนมีร่างกายปรกติทำไม่ได้ เบื้องหลังปาฏิหาริย์ มีสตรีที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งชื่อว่า แอนนี ซัลลิแวน (Annie Sullivan) ได้เสียสละตนเอง ทุ่มเทความรักความอาทรให้แก่เคลเลอร์ ท่านสนับสนุนช่วยเหลือเคลเลอร์ตลอดชีวิต ท่านเปิดบานหน้าต่างให้แสงสว่างส่องเข้าไปสู่โลกมืดของเคลเลอร์
เคลเลอร์เกิดที่เมืองทัสคัมเบีย (Tus cumbia) รัฐแอละแบมา มีร่างกายปรกติ แต่เมื่ออายุ ๑๙ เดือน เกิดเลือดคั่งในสมอง ทำให้เคลเลอร์กลายเป็นคนตาบอด หูหนวก และเป็นใบ้ พ่อได้ขอให้สถาบันเพอร์กินส์สอนคนตาบอดแห่งบอสตันช่วย สถาบันเพอร์กินส์จึงได้ส่งนางสาวซัลลิแวนมาช่วย ซัลลิแวนเป็นคนที่ชาญฉลาด มีความอดทน และมีความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือคน ซัลลิแวน"พบกับเคลเลอร์ซึ่งมีอายุ ๖ ขวบครั้งแรก "เคลเลอร์เป็นเด็กที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างถูกต้อง ใช้มือสองข้างหยิบของกินเข้า"ปาก เวลาโมโหก็จะหยิบฉวยสิ่งของขว้างปาเรี่ยราดไปหมด นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซัลลิแวนต้องต่อสู้กับเด็กหญิงพิการคนนี้อย่างทรหดอดทน เริ่มด้วยสระผมหวีสางเผ้าผมให้เคลเลอร์ แล้วสอนเคลเลอร์ใช้มีดใช้ช้อน ส้อมเวลารับประทานอาหาร การเปลี่ยนแปลงแบบแผนการดำเนินชีวิตอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำให้เคลเลอร์ไม่พอใจมาก กรีดเสียงร้องไห้ดังลั่นอย่างน่ารำคาญ ซัลลิแวนมิได้ท้อใจ ยังคงอบรมสั่งสอนเคลเลอร์เกี่ยวกับวิธีดำเนินชีวิตในสังคม และถ่ายทอดความรู้ใหม่ๆ ให้เคลเลอร์ ซัลลิแวนมีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถ นำพาเคลเลอร์ซึ่งมีความสามารถรับรู้ได้เฉพาะด้วยการสัมผัสเท่านั้น ออกมาจากโลกแห่งความมืดให้จงได้
ภายใต้การเอาใจใส่ดูแลของซัลลิแวน เคลเลอร์เรียนรู้ภาษาด้วยการสัมผัส ท่านเรียนรู้การอ่านหนังสือโดยระบบเบรล (Braille System) และเรียนรู้การเขียนโดยใช้เครื่องพิมพ์ดีดแบบพิเศษ ค.ศ. ๑๘๙๐ เคลเลอร์ยังได้ฝึกการพูดที่โรงเรียนคนหูหนวกโฮเรซมานน์ในเมืองบอสตัน (Horace Mann School for the Deaf) ระหว่างปี ค.ศ. ๑๘๙๖-๑๙๐๐ เคลเลอร์เรียนในโรงเรียนสตรีเคมบริดจ์ (Cambridge School for Young Ladies) ซัลลิแวนจะเป็นเพื่อนเคลเลอร์เข้าเรียนทุกชั่วโมงเรียน ช่วยเคลเลอร์ทบทวนบทเรียนและอภิปรายกันโดยการสัมผัส
ค.ศ. ๑๙๐๐ เคลเลอร์สอบเข้ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซัลลิแวนก็ยังคงติดตามไปเป็นเพื่อนเคลเลอร์ทุกชั่วโมงเรียน และช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบ้าน ตำราเรียนของเคลเลอร์พิมพ์ในระบบเบรล ท่านเขียนตอบข้อสอบด้วยพิมพ์ดีดแบบพิเศษของท่าน ท่านเรียนจบได้ปริญญาเกียรตินิยมเมื่อ ค.ศ. ๑๙๐๔
เรื่องราวชีวิตปาฏิหาริย์ของเคลเลอร์ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ผู้คนทั่วโลกพากันสรรเสริญความวิริยะอุตสาหะ และความเป็นอัจฉริยะของท่าน ในปีที่ท่านได้รับปริญญา ฝ่ายจัดการงานนิทรรศการนานาชาติที่จัดแสดงที่เซนต์หลุยส์ ได้กำหนดให้วันหนึ่งเป็น "วัน"ฮเลนเคลเลอร์" เพื่อเป็นการสดุดีอัจฉริยภาพของเคลเลอร์ เคลเลอร์ได้แสดงปาฐกถาเป็นครั้งแรกต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากในที่ประชุมงานนิทรรศการ หลังจากนั้นท่านเดินทางไปแสดงปาฐกถาบ่อยๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ท่านเรียกร้องให้ชาวโลกหันมาสนใจปัญหาของคนพิการ ขอให้ยื่นมือออกมาช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ที่ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากผลงานด้านปาฐกถาแล้ว ผลงานด้านงานเขียนของท่านก็ทรงอิทธิพลมาก ที่สำคัญก็มี "The Story of My Life" ซึ่งเป็นอัตชีวประวัติของท่าน "My Religion" เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความเชื่อทางศาสนาของท่าน และ "Midstream" ซึ่งเป็นอัตชีวประวัติเล่มที่สองของท่าน
ภายใต้การสนับสนุนบ่มเพาะด้วยความเชื่อมั่นและความรัก สมรรถนะของเคลเลอร์จึงได้ออกดอกออกผลงาม ความสำเร็จของเคลเลอร์ก็คือความสำเร็จของซัลลิแวน สตรีผู้มีจิตใจเปี่ยมด้วยความรักความเมตตาปรานีผู้นี้ อยู่เคียงข้างเคลเลอร์ตลอดชีวิต ท่านจากโลกไปอย่างเงียบๆ เมื่อปลายปี ค.ศ. ๑๙๓๖
มาร์ก ทะเวน (Mark Twain) นักเขียนอเมริกัน เคยเขียนไว้ว่า ในศตวรรษที่ ๑๙ มีบุคคลที่ยิ่งใหญ่อยู่สองท่าน ท่านหนึ่งคือนโปเลียน อีกท่านหนึ่งคือ ฮเลน เคลเลอร์ เคลเลอร์เป็นคนพิการ ทั้งตาบอด หูหนวก และใบ้ แต่ท่านก็สามารถพิชิตอุปสรรคของความพิการได้ และนำแสงสว่างและความหวังมาสู่โลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์เข็ญ


 

ผู้จัดการรายสัปดาห์ 10 กันยายน 2547 14:54 น.

กลับไปหน้าแรก

Hosted by www.Geocities.ws

1