โดย ผู้จัดการออนไลน์
10 พฤศจิกายน 2547 08:49 น.
.. ปล่อยฉัน ฉันไม่ผิด
กฎหมายคนหูหนวก ความเท่ากันไม่มี ...ความหมายจากท่วงท่าการแสดงส่วนหนึ่งที่ถ่ายทอดออกมาจากละครเรื่อง
เปาบุ้นจิ้น ละครใบ้ที่ผสมผสานท่วงท่าภาษามืออย่างลงตัว ขับขานจังหวะและท่วงทำนองแห่งความเงียบงันแก่เด็กพิการทางหูในโลกซึ่งไม่ได้ยินแม้กระทั่ง
...เสียงกระซิบ
ภาพตัวอย่างขณะกำลังซ้อมละครใบ้เรื่อง
เปาบุ้นจิ้น ที่จัดขึ้นเพื่อผู้พิการทางหูโดยเฉพาะ
ความบันเทิงเริงใจของเด็กๆ
หูหนวกหาได้ยากเต็มทีในโลกกว้าง ผู้พิการทางหูรับรู้เรื่องราวต่างๆ
ผ่านการมองเห็นด้วยตา และแสดงความรู้สึกด้วย ภาษามือ ซึ่งต่างจากคนทั่วไป
ทำให้โลกที่ปราศจากเสียงขาดการสื่อสารกับคนปกติ ความห่าง และช่องว่างความเข้าใจยิ่งขยายเป็นวงกว้างขึ้นทุกที
เมื่อคำพูดไม่สามารถใช้ในการสื่อสารได้
มีเพียงหัวใจที่จะส่งเสียคุยกันผ่านท่าทางและสีหน้า พูดกันด้วยใจ
ครั้งที่ 3 จึงเกิดขึ้นด้วยมือและใจของคนกลุ่มหนึ่ง
สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จัดทำละครสำหรับเด็กหูหนวก ในงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2547 ซึ่งตรงกับวันที่
3 ธ.ค.นี้ โดยอาจารย์สมพร ฟูราจ อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ ผู้คลุกคลีทำงานด้านละครใบ้เพื่อเด็กหูหนวก
ได้นำละครใบ้(Pantomime) ที่สื่อความหมายด้วยภาษาท่าทาง แทนภาษาพูด
จับมาปรุงแต่งสี กลิ่น รส ให้เข้ากับท่วงท่าภาษามือ พร้อมทั้งดึงเอานักแสดงหูหนวกที่รักการแสดงมาร่วมทำกิจกรรมร่วมกับคนปกติ
มอบสาระบันเทิงแก่เด็กหูหนวกและชมรมคนหูหนวก
อาจารย์สมพรบอกว่า
แนวคิดหลักในการจัดงานให้คนหูหนวกเพราะไม่ค่อยมีละครของเขา คนหูหนวกไม่สามารถดู
หรือฟัง ละครทั่วๆ ไปรู้เรื่อง รายการข่าวก็มีเพียงช่อง 9 หรือช่อง
11 ที่แสดงภาษามือ ละครแต่ละช่องไม่มีคำภาษาไทยเล่าเรื่อง ถ้าสมาคมไม่จัดก็ไม่ต้องดูอะไร
โดยในปีนี้เลือกเล่นละครเรื่อง เปาบุ้นจิ้น
เราช่วยกันคิดว่า
ปีนี้จะเล่นเรื่องอะไรดี ซึ่งกลุ่มนักแสดงคนหูหนวกเขาตกลงกันว่า
อยากให้เนื้อเรื่องเกี่ยวกับความยุติธรรมมาผนวกกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
ซึ่งเราเลือกนำปัญหาที่คนหูหนวกเจอเมื่อมีคดีกับคนปกติ หรือการไม่สามารถสื่อสารกับตำรวจเมื่อต้องพบปัญหาเกิดเป็นคดีความ
ซึ่งบางครั้งผู้พิการก็จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย เราจึงรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา
เช่น เล่นไพแล้วตำรวจจับก็เป็นเรื่องตลกๆ ที่คนหูหนวกจ้างคนหูดีเป็นต้นทางแล้วถูกตำรวจจับเพราะไม่ได้ยินเสียงเตือน
หรือเหตุการณ์ที่คุณยายวัย 70 ที่ไปเลือกตั้งแล้วฉีกบัตรลงคะแนน
เราหยิบยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทั้ง 7 เรื่องนี้มาถ่ายทอดอย่างง่ายๆ
อาจารย์สมพรซึ่งรับหน้าที่ทั้งเขียนบทละครและกำกับการแสดง
บอกว่า การแสดงระหว่างคนหูหนวกกับคนธรรมดา ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ไม่ใช่ว่าไม่ยาก
คนหูหนวกคุ้นเคยกับการเล่าเรื่องอยู่แล้ว เราจึงทำงานร่วมกันอย่างสนุกสนาน
ถ้อยทีถ้อยอาศัย นักศึกษาได้เรียนภาษามือ จากคนหูหนวก และคนหูหนวกซึ่งอาจยังไม่คล่องเรื่องการแสดงบนบาทเวทีก็ได้นักศึกษาช่วยเสริมความรู้ทักษะในการใช้มือ
เพราะการแสดงก็ต้องใช้ทั้งสีหน้า ท่าทางประกอบกัน กลายเป็นว่าเราเผยแพร่ภาษามือด้วยกัน
นอกจากลักษณะการแสดงที่อาจารย์สมพรเล่าให้ฟังแล้ว
ละครเวทีเรื่องนี้มิใช่ทำให้เฉพาะคนหูหนวกดูเท่านั้น คนหูดีก็สามารถดูรู้เรื่องได้เพราะจะมีการพากย์เสียงตรงกับปากและตรงกับมือของนักแสดงด้วย
ซึ่งธรรมดาแล้วละครใบ้เพียงอย่างเดียวผู้ชมทั่วๆ ไปก็สามารถเข้าใจเนื้อหาของละครได้ไม่ยาก
ด้าน อนุชา รัตนสินธุ์
หนุ่มใหญ่วัย 44 ปี นักแสดงหูหนวกที่หลายคนคุ้นเคยกับเขาบ้างแล้ว
ในเรื่องนี้เขารับบทเป็น จั่นเจา องค์รักพิทักษ์ท่านเปาบุ้นจิ้นตัวแสดงหลักในเรื่อง
บอกผ่านล่ามภาษามือด้วยท่าทางอารมณ์ดีว่า รู้สึกดีที่ได้กลับมาแสดงละครอีก
เหตุที่เลือกเปาบุ้นจิ้น เพราะคุยกันแล้วมีความเห็นตรงกัน ทั้งเราและเด็กเคยดูเปาบุ้นจิ้นในโทรทัศน์กันมาบ้าง
แต่ไม่รู้เรื่องหรอกว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความยุติธรรม
สมพร ฟูราจ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์
ต้นคิดการทำละครใบ้เพื่อเด็กหูหนวก
บนโลกใบนี้กฎหมายควรมีความเท่าเทียมกัน
เมื่อรู้ว่าผิดก็แก้ไขปรับปรุงได้ เขาต้องการให้ความรู้เรื่องกฎหมายตั้งแต่ยังเด็ก
เมื่อการแสดงจบเขาก็จะให้น้องๆ ได้พูดคุยซักถาม ซึ่งสิ่งที่เราทำคือการเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องๆ
เตือนพวกเขา ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ไม่ติดคุก ทำถูกกฎหมายมากขึ้น
สำหรับการร่วมงานกับน้องๆ
นักศึกษาธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นคนหูดี ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ
พวกเราช่วยกันสอนภาษามือให้กับน้องๆ ซึ่งผมไม่อยากให้การทำกิจกรรมต่างๆ
ของทั้งคนหูดีและคนหูหนวกต้องแยกออกจากกัน ซึ่งน้องๆ ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่
3 แล้วที่ได้แสดงรวมกัน อนุชาเผยความรู้สึกและยังบอกว่า สนุกที่ได้เล่นละครแต่ช่วงการฝึกซ้อมยากเหมือนกัน
ทำให้เราต้องหาเวลาและฝึกซ้อมหลายครั้ง
ขณะที่ ธนวัฒน์
วีระอมรกุล หรือ เอก นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้แสดงร่วมในละครเปาบุ้นจิ้น
เล่าว่า มีการเตรียมงานกันเป็นเดือน แต่เพิ่งจะเข้าฉากได้ 2 อาทิตย์
ช่วงเวลาที่เหลือคงต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก งานที่แบ่งตอนแรกคืออาศัยความถนัดใครถนัดอะไรก็ทำอย่างนั้น
อาจเป็นโปรดิวเซอร์ ประสานงาน นักแสดง ผู้พากย์ ฯลฯ
จากการที่ได้เข้ามาสัมผัสงานนี้
น้องเอกเสนอความคิดไว้ว่า น่าจะลองนำภาษามือมาใช้ในชีวิตประจำวัน
เพราะการพูดคุยกันในชีวิตประจำวัน บางครั้งเราก็นำมือมาประกอบการพูดด้วย
แล้วทำไมไม่แสดงออกด้วยภาษามือให้มีความหมายเลย ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า
อย่างบางครั้งอยู่ไกลกัน
การตะโกนอาจจะไม่สะดวก แต่ถ้าทำภาษามือประกอบก็จะช่วยให้การสื่อสารเข้าใจกับมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นภาษามือจึงไม่น่าจะจำกัดอยู่เฉพาะคนหูหนวกเท่านั้น
ส่วน วิศรา บันทุปา
หรือ จูน นักศึกษาชั้นปี 4 สถาบันเดียวกัน มองไม่ต่างกันนักว่า ทุกวันนี้ไม่ใช่สื่อสารกันไม่ได้ไม่รู้เรื่องแต่เป็นเพราะคนหูดีไม่ฟังคนหูหนวก
และไม่เปิดใจ เปิดตามอง ซึ่งการได้เข้ามาร่วมแสดงทำให้ได้อะไรหลายอย่าง
คือ ถ้าเราไม่เข้ามาสัมผัสจะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอย่างไร อยู่อย่างไร
มีสังคมอย่างไร ที่สำคัญคือทำให้เราคิดถึงพวกเขามากขึ้น
รู้สึกดีที่ได้มาแสดงละครร่วมกับพี่คนหูหนวกเพราะสนุกและมีโอกาสได้เรียนรู้ภาษามือ
ซึ่งจริงๆ แล้วง่าย ไม่ยากเลย เวลาที่ทำงานร่วมกันเราต้องใช้สื่อสารกัน
พี่ๆ เขาน่ารักก็จะสอนแล้วสักพักเราก็จะรู้และเข้าใจไปเอง เพราะพี่ก็พยายามสอน
น้องก็พยายามจำ เมื่อใช้บ่อยๆ ก็ไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป น้องจูนเผยความในใจ
อนุชา รัตนสินธุ์
นักแสดงหูหนวกที่รับบทเป็น จั่นเจา
ด้าน กนิษฐา รัตนสินธุ์
ล่ามภาษามือของ สมาคมหูหนวกแห่งประเทศไทย บอกว่า เข้ามาช่วยพากย์เสียงและเป็นที่ปรึกษาด้านการแสดงของสมาคมคนหูหนวก
ซึ่งจัดให้มีการแสดงร่วมกับคนปกติปีละ 1 ครั้ง ส่วนละครเรื่องนี้ก็จะเป็นผู้ช่วยผู้กำกับซึ่งจะมีหน้าที่แปลงบทละคร
ให้เป็นภาษาที่บรรดาคนหูหนวกเข้าใจได้ และสำหรับ ในวันที่12-14 พ.ย.นี้จะมีการจัดเวิร์กชอป
เปิดให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้อบรมเรียนภาษามือ ซึ่งสอนโดยคนหูหนวก
ซึ่งถือเป็นการเปิดกว้างให้คนหูหนวกและคนปกติเข้าใจกันมากขึ้น
สุดท้าย....นอกเหนือจากละครแล้ว
ความมุ่งหวังของของ อนุชา และพิการทางหูหลายต่อหลายคนก็คือ หวังอยากให้มีรายการโทรทัศน์ของคนหูหนวก
ในลักษณะถ่ายทอดผ่านภาษามือเผยแพร่ในช่องใดก็ได้ เพื่อรายงานข่าว
ความรู้ความเป็นไปของโลก มีสื่อที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ช่วยลดปัญหาการสื่อสารความไม่เข้าใจระหว่างคนปกติและคนหูหนวกให้เข้าใจกันมากขึ้น
ที่สำคัญคือ อยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทุกปีไม่ว่าจะเป็นการแสดง
หรือกิจกรรมของคนหูหนวก เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับคนปกติได้ ได้ร่วมทำกิจกรรมของคนในสังคมมากขึ้น
ซึ่งในประเด็นนี้
อ.สมพรเสริมว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการทำเรื่องขอเวลาในการผลิตรายการของคนหูหนวกไปแล้ว
แต่ยังมีหลายเรื่องที่ติดขัดเช่น งบประมาณซึ่งต้องจำนวนมาก ยิ่งรายการของผู้พิการประเภทนี้ยิ่งต้องใช้เงินมากกว่าปกติ
มีคนหูหนวกจำนวนมากยังต้องสมัครเป็นสมาชิกยูบีซี เพื่อที่จะมีโอกาสได้ดูรายการต่างๆซึ่งมีซับบรรยายอยู่ด้านล่างของทีวี
เขาไม่สามารถเลือกดูรายการได้อย่างที่ต้องการ
... สำหรับผู้สนใจละครเรื่องนี้
ทางคณะผู้จัดได้มีการจัดการแสดง 2 รอบในวันอาทิตย์ที่ 28 พ.ย. 2547
ที่หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต โดยรอบแรกจัดแสดงเฉพาะเด็กหูหนวกจากโรงเรียนต่างๆ
และรอบ 2 เปิดให้บุคคลทั่วไปได้รับชมในช่วง 17.00 น.
... งานนี้รับประกันว่า
คนที่เคยดูละครใบ้ หรือคนปกติที่อยากรู้ว่าภาษามือเป็นอย่างไร ก็จะเข้าใจทำไมต้อง
พูดกันด้วยใจ