|
ผวาพิษเสียงหนองงูเห่า
ทำพระ-นักเรียนหูหนวก
ครู-พระย่านลาดกระบัง
หวั่นเสียงเครื่องบินขึ้น-ลงสนามบินสุวรรณภูมิ 76 เที่ยวต่อชั่วโมงกระทบการเรียนการสอน
เด็กนักเรียน-พระร่วมพันชีวิตเสี่ยง แพทย์ชี้เสียงดังมากๆ
มีผลต่อพฤติกรรม ทำให้เด็กก้าวร้าว ประสาทหูเสื่อมถาวร
เร่งหาทางออกติดกระจกกันเสียง-แอร์ เปลี่ยนตารางเรียน
แต่มีปัญหาค่าไฟพุ่งสูงขึ้น
ขณะที่คนไทยกำลังภาคภูมิใจกับสนามบินสุวรรณภูมิที่จะเปิดให้บริการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
แต่ขณะเดียวกันกลับมีคนอีกกลุ่มได้รับผลกระทบจากมลพิษด้านเสียงที่จะตามมาจากการขึ้นลงของเครื่องบินที่มากถึง
76 เที่ยวต่อชั่วโมง
"คม ชัด ลึก" ออกสำรวจผลกระทบด้านสียงรบกวน
บริเวณพื้นที่แนวเส้นเสียงพาดผ่านความดังระดับ 70-75 เดซิเบล
ซึ่งตามรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยเสียงจากโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ที่บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.)
ว่าจ้างบริษัทเอกชนศึกษาระบุว่า ความดังระดับนี้ไม่ควรมีสิ่งก่อสร้างที่อ่อนไหวต่อผลกระทบด้านเสียง
เช่น โรงเรียน ศาสนสถาน หรือโรงพยาบาล ตั้งอยู่ แต่กลับพบสิ่งก่อสร้างที่อ่อนไหวต่อผลกระทบด้านเสียงถึง
4 แห่ง คือ วัดลาดกระบัง วัดบำรุงรื่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
และ ร.ร.วัดลาดกระบัง
นายสมชัย ศิระวนาคร อาจารย์ 2 ระดับ 7 ร.ร.วัดลาดกระบัง
กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียนชั้นอนุบาลถึง ม.3 ประมาณ
900 คน ที่ผ่านมาเคยฟังบรรยายถึงผลกระทบด้านเสียง พร้อมทดลองฟังเสียงเครื่องบินขึ้น-ลงที่สนามบินดอนเมืองแล้วรู้สึกว่า
เสียงดังมาก ถ้าต้องเจอสภาพเสียงที่ดังเช่นนี้ตลอดเวลา
เพราะเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิขึ้นลงชั่วโมงละ 76
เที่ยว คงรบกวนการเรียนการสอนแน่นอน
"สภาพพื้นที่ของโรงเรียนอยู่ขวางกับรันเวย์ของสนามบิน
เวลาเครื่องบินขึ้นลงจะได้ยินเสียงดังมาก ทราบมาว่ามีการกำหนดให้เครื่องบินลงจอดรันเวย์ทิศทางนี้เก้าเดือน
และขาขึ้นอีกสามเดือน ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว กระแสลมเปลี่ยนทิศ
คงได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน คณะผู้บริหารโรงเรียนอาจเตรียมเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิดโรงเรียน
หรือจัดการเรียนการสอนใหม่โดยไม่กระทบกับเวลาเรียน แต่ก็ยังกังวลว่านักเรียนจะไม่มีสมาธิในการเรียน
เพราะมีเสียงรบกวนและสนใจดูแต่เครื่องบินขึ้น-ลง"
นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทราบมาว่า สนามบินสุวรรณภูมิจะช่วยแก้ปัญหาด้านผลกระทบจากเสียงขึ้นลงของเครื่องบิน
โดยการติดแอร์และติดกระจกป้องกันเสียงให้โรงเรียน ก็อยากให้ติดกระจกสีชาด้วย
เพราะกังวลว่าเด็กนักเรียนจะสนใจดูเครื่องบินมากกว่าครูสอน
อย่างไรก็ตามในส่วนการของการติดแอร์ลดผลกระทบที่เกิดขึ้น
แต่กลับสร้างภาระใหม่ คือค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง กทม.ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าเองทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับผลกระทบด้านเสียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนั้น
ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด และต้องแก้ไขปรับปรุงอาคารเรียน
เพื่อลดผลกระทบอย่างไร แต่ในเบื้องต้นอาคารเรียนหนึ่งแห่ง
ได้ติดตั้งกระจกสองชั้นป้องกันเสียงแล้ว เช่นเดียวกับวัดอีกสองแห่งที่มีพระสงฆ์จำวัดประมาณ
100 รูป ก็ยังไม่ทราบถึงผลกระทบด้านเสียงที่อาจเกิดขึ้น
แต่วัดบำรุงรื่นมีการป้องกัน โดยการติดกระจกตามกุฏิและศาลาบางส่วน
ป้องกันเสียงรบกวนจากเครื่องบินแล้ว
พระครูอนุกูลสารกิจ เจ้าอาวาสวัดบำรุงรื่น และเจ้าคณะเขตลาดกระบัง
กล่าวว่า ช่วงนี้กำลังติดตามข่าวเรื่องผลกระทบด้านเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ตลอดเวลา
คาดว่าวัดคงได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะเสียงเครื่องบินคงดังกระหึ่มตลอดเวลา
ขณะนี้ได้ติดกระจกกุฏิและศาลาบางส่วนพอจะช่วยลดเสียงเครื่องบินได้บ้าง
แต่ก็ยังห่วงแต่เด็กนักเรียนที่มาสอบธรรมะ และพระเณรกว่า
20 รูปที่กำลังศึกษาในโรงเรียนปริยัติธรรมจะไม่มีสมาธิในการเรียน
ส่วนเรื่องการแก้ไขผลกระทบด้านเสียงจากสนามบินนั้น พระครูอนุกูลสารกิจ
กล่าวว่า ยังไม่มีหน่วยใดเข้ามาพูดคุยในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินทรุด
แต่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิหรือไม่
แต่เมื่อสามปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิสิ่งก่อสร้างภายในวัด
โดยเฉพาะเมรุเผาศพและศาลาวัดทรุดไปแล้วกว่า 60 เซนติเมตร
ด้าน ศ.คลินิก พ.ญ.สุจริต ประสานสุข หัวหน้าศูนย์โสตประสาทการได้ยินกรุงเทพ
รพ.ศิริราช กล่าวถึงกระทบจากมลพิษทางเสียงต่อกรณีโรงเรียนที่อยู่ใกล้สนามบินว่า
ความดังเสียงเฉลี่ย 70 เดซิเบล เอ ถือเป็นความดังที่อันตรายมาก
อาจส่งผลกระทบต่อระบบการได้ยิน เนื่องจากเสียงที่ดังอย่างต่อเนื่องจะทำลายระบบประสาทรับเสียงเสื่อม
แต่กว่าจะรู้ตัวว่าประสาทรับเสียงผิดปกติก็อาจใช้เวลาหลายสิบปี
แต่ในส่วนของเด็กนักเรียนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษทางเสียง
จะทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียน และการนอนกลางวันของเด็กอนุบาล
ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเนื่องมาถึงร่างกาย ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดผิดปกติ
มีอาการปวดหัว นอกจากนี้ยังทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว
เพราะชอบตะโกนพูดคุยกัน
"เสียงดังมีผลกระทบต่อการรับรู้ของสมอง พลังสั่นสะเทือนของเสียงทำให้น้ำในหูชั้นในกระเพื่อม
ถ้ายิ่งได้รับเสียงดังบ่อยๆ ปลายประสาทจะเสื่อมอย่างถาวร
แต่ผลกระทบจากมลพิษทางเสียงจะไม่ได้เกิดทันทีทันใด คนจึงไม่ค่อยตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้น
ส่วนกรณีที่อาจมีความรู้สึกชินกับเสียงดังเมื่อต้องรับฟังนานๆ
นั้น ความจริงหูได้รับผลกระทบจากการสั่นสะเทือนของเสียงเกิดขึ้นตลอดเวลา
แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีก็อาจจะทำให้เด็กไม่มีสมาธิในการเรียน
มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เพราะต้องตะโกนพูดคุยกัน"
ศ.คลินิก พ.ญ.สุจริต กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยเสียงจากโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
กรณีผู้โดยสาร 45 ล้านคนต่อปี ระบุว่า ในระดับเสียง 70-75
เดซิเบล ตามสถานการณ์จำลองการขึ้น-ลงของเครื่องบินแบบที่
1 มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ 11 อาคาร แบบที่ 2 มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ
9 อาคาร และแบบที่ 3 มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ 12 อาคาร
และยังมีศาสนสถานได้รับผลกระทบอีก 15 อาคาร
สำหรับ สิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่ในเขต NEF 35-40 หรือระดับเสียง
70-75 เดซิเบล ถือเป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบปานกลาง แต่ไม่ควรมีสิ่งก่อสร้างที่อ่อนไหวต่อผลกระทบด้านเสียง
เช่น โรงเรียน ศาสนสถาน โรงพยบาล ถ้าหากไม่ย้ายออกควรมีมาตรการสนับสนุนป้องกันผลกระทบด้านเสียง
โดยการตรวจวัดระดับเสียงรบกวนจริง ณ อาคารนั้น หลังท่าอากาศยานเปิดดำเนินการทุกหนึ่งเดือน
จนกว่าจะมีเที่ยวบินสูงสุด 76 เที่ยวต่อชั่วโมง และต้องมีการจ่ายค่าชดเชยในกรณีเสียงรบกวนเกิน
นอกจากนี้ ควรพิจารณาชดเชยอื่นๆ เช่น สร้างสวนสาธารณะ
ปลูกต้นไม้ ในโรงเรียน วัด เพิ่มเติมอีกด้วย
|