|
เรียนรวมเพื่อคนพิการฝันอีกก้าวของ
สพฐ.
ม็อบคนพิการบุกกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ไม่ลงตัว
ระหว่างความต้องการของตัวเด็กและผู้ปกครอง ที่อยากให้ลูกได้เข้าเรียนในโรงเรียนปกติ
ขณะที่โรงเรียนยังไม่เต็มใจ แต่ในมุมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.)เอง พร้อมสนับสนุนการเรียนรวมเต็มที่ และอยากไปให้ไกลมากกว่านั้น
ดร.เบญจา ชลธาร์นนท์ ที่ปรึกษา สพฐ.ฉายภาพนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดร.เบญจา ชลธาร์นนท์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) ด้านการศึกษาพิเศษและด้อยโอกาส เปิดประเด็นว่า
ต่อไปสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องการให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ
เป็นลักษณะ "เรียนรวม" ไม่ใช่ "เรียนร่วม"
คือ ต้องการให้เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายสามารถเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติคละเคล้ากันไปในชั้นเรียนปกติ
ซึ่งต่างจาก การเรียนร่วม
ที่ปฏิบัติกันอยู่ในขณะนี้ ที่บางโรงเรียนอาจจัดให้เด็กพิการเรียนร่วมกับนักเรียนปกติในชั้นเรียนเดียวกัน
ขณะที่บางโรงเรียนอาจจัดห้องเรียนพิเศษให้เด็กพิการโดยเฉพาะแยกจากนักเรียนปกติ
แต่ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อเด็กพิการ เพราะยังมีโอกาสได้เข้าสังคม
มีเพื่อนเป็นเด็กปกติ ดีกว่าให้เรียนอยู่ในโรงเรียนการศึกษาพิเศษสำหรับคนพิการโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโอกาสที่เด็กพิการได้เรียนร่วมกับนักเรียนปกตินั้น
ก็ยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะทุกโรงเรียนไม่ได้เปิดประตูอ้าแขนรับเด็กพิการเข้าเรียน
ส่วนใหญ่จะเป็นไปได้เฉพาะโรงเรียนที่เข้าโครงการนำร่องจัดการศึกษาแบบเรียนร่วมเท่านั้น
แต่เริ่มมีทิศทางดีขึ้น เพราะปีที่ 2 ของการนำร่อง มีโรงเรียนยอมเข้าโครงการมากขึ้น
ดร.เบญจา ย้อนอดีตว่า
เมื่อปี 2547 สพฐ.ได้นำร่องจัดเรียนร่วมในโรงเรียนที่เต็มใจเข้าโครงการถึง
390 โรงเรียน และในปี 2548 นี้ สพฐ.ได้งบประมาณกว่า 100
ล้านบาท เพื่อขยายโรงเรียนจัดเรียนร่วมเป็น 2,000 โรงเรียน
โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้คัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
แต่จุดเน้น คือ พยายามให้มีโรงเรียนที่จัดเรียนร่วมครบทุกจังหวัด
โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะให้มีโรงเรียนเรียนร่วมครบทุกอำเภอ
นอกจากการเรียนร่วมแล้ว
สพฐ.ได้เตรียมบริการทางการศึกษาสำหรับเด็กพิการได้ ปัจจุบันมีโรงเรียนการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กพิการอยู่ทั่วประเทศ
40 แห่ง นอกจากนั้น เรียนร่วม ซึ่งเป็นหัวใจในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการแล้ว
ยังมีศูนย์การศึกษาพิเศษอยู่ทุกจังหวัด โดยจำนวนนี้เป็นศูนย์ใหญ่ระดับเขตอยู่ทั้งหมด
13 ศูนย์ หน้าที่ของศูนย์ดังกล่าว จะให้บริการช่วยเหลือพ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็ก
มีทักษะกระตุ้นพัฒนาของลูก
"เพราะเราเชื่อว่า
ถ้าเด็กพิการได้รับการเลี้ยงดูที่ถูกวิธี สามารถพัฒนาการได้เทียบเท่าเด็กปกติ
อีกทั้งในศูนย์การศึกษาพิเศษทุกจังหวัดก็ให้บริการด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อสำหรับเด็กพิการด้วย
ทำหน้าที่ส่งต่อเด็กพิการเพื่อเข้าเรียนในระดับการศึกษาต่างๆ
รวมทั้งอบรมให้ครูในโรงเรียนปกติสามารถสอนเด็กพิการได้"
ดร.เบญจา กล่าว
ดร.เบญจา ยังเชื่อมั่นว่า
หากทุกโรงเรียนช่วยกันโอบอุ้ม ช่วยกับรับเด็กพิการเข้าไปเรียนแล้ว
เพียงพอรับเด็กพิการได้หมด เพราะเด็กพิการมีเพียงร้อยละ
10 ของเด็กทั้งหมดเท่านั้น ปัญหา คือ หลายโรงเรียนไม่ยอมรับเด็กกลุ่มนี้เข้าเรียน
ทำให้เด็กพิการไปกระจุกตัวอยู่บางโรงเรียน จึงมีปัญหาในการบริหารจัดการมาก
แต่ถ้าทุกโรงเรียนช่วยกันรับแล้ว เฉลี่ยแล้วจำนวนนักเรียนพิการในแต่ละโรงเรียนจะมีไม่มาก
และไม่เป็นปัญหาต่อการบริหารจัดการอย่างแน่นอน
สุพินดา ณ มหาไชย - รายงาน
เบิร์บ
ถ้าเด็กพิการได้รับการเลี้ยงดูที่ถูกวิธี
สามารถพัฒนาการได้เทียบเท่าเด็กปกติ อีกทั้งในศูนย์การศึกษาพิเศษทุกจังหวัดก็ให้บริการด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อสำหรับเด็กพิการด้วย
ทำหน้าที่ส่งต่อเด็กพิการเพื่อเข้าเรียนในระดับการศึกษาต่างๆ
รวมทั้งอบรมให้ครูในโรงเรียนปกติสามารถสอนเด็กพิการได้
|