|
สธ.สำรวจ"ส้วมผู้พิการ"ไม่พอใช้
ปี"49ดันบริการเสมอภาคทุกพื้นที่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดประชุม
"ส้วมโลก" ครั้งที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายน 2549
ที่กรุงเทพฯว่า ได้จัดสัมมนาผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดบริการส้วมสาธารณะเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เพื่อระดมความร่วมมือจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนามาตรฐานความสะอาดส้วมสาธารณะในไทยให้ได้มาตรฐานสากล
และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องสร้างห้องส้วมใหม่ให้ทันสมัย
แต่เน้นความสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น
นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเร่งจัดสรรงบประมาณที่จะพัฒนาและปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ส้วมอย่างถูกต้อง
เนื่องจากพบว่าส้วมสาธารณะนอกจากมีปัญหาความสกปรกแล้ว
ส้วมส่วนใหญ่รองรับกลุ่มประชาชนปกติทั่วไป ส่วนในกลุ่มผู้พิการยังมีน้อยมาก
"ผลสำรวจส้วมสาธารณะของกรมอนามัย
เมื่อปี 2547 ใน 20 จังหวัด จำนวน 1,100 แห่ง เกือบร้อยละ
80 แยกใช้ชาย-หญิง ในจำนวนนี้มีส้วมสำหรับคนพิการเพียงร้อยละ
11 ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ มักใส่กุญแจไว้ หรือใช้เป็นห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดแทน
จึงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนพิการที่เดินทางไปไหนมาไหน
บางคนต้องกลั้นปัสสาวะไว้จนกว่าจะหาส้วมได้ ทำให้เกิดโรคตามมา
เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดังนั้น จึงได้จัดบริการส่วนนี้
เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงอย่างเสมอภาค ซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุ
หญิงมีครรภ์ด้วย โดยอาจไม่จำเป็นที่จะต้องแยกเป็นส้วมเฉพาะคนพิการ
อย่างน้อยขอให้ทุกสถานที่ต้องมี "ส้วมเสมอภาค"
อย่างน้อย 1 ห้อง" นายอนุทินกล่าว
นพ.สมยศ เจริญศักดิ์
อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาส้วมสาธารณะ
คือ 1.ความสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น มีอ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ
ขันน้ำ มีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ที่ผ่านมาพบว่ามีส้วมสะอาดเพียงร้อยละ
22 เท่านั้น 2.มีปริมาณเพียงพอครอบคลุมทั้งผู้หญิง ผู้ชาย
เด็ก คนพิการ และ 3.มีความปลอดภัย
อนึ่ง สธ.จะดำเนินการในสถานที่ให้บริการสาธารณะ
7 พื้นที่ ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงเรียน
สถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน สถานีขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
สวนสาธารณะ และในสถานที่ราชการ เช่น ศาลากลาง ที่ว่าการอำเภอ
เทศบาล โรงพยาบาล และต้องเปิดใช้บริการได้ตลอดเวลาที่เปิดทำการ
ควรทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หากมีคนใช้มากอาจเพิ่มเป็นวันละ
2-6 ครั้ง ขณะนี้ส้วมสาธารณะมีผู้ดูแลความสะอาดไม่ถึงร้อยละ
50 (กรอบบ่าย)
|