|
คนพิการโวยโรงเรียนปฏิเสธไม่รับเด็กพิการเรียนร่วม
เมื่อเวลา 10.00 น.
วันที่ 28 มี.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พ.ท.ต่อพงษ์
กุลครรชิต กรรมการบริหารสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
พร้อมด้วยผู้แทนคนพิการทุกประเภท ได้เข้ายื่นหนังสือต่อดร.อดิศัย
โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ กรณีที่มีโรงเรียนมัธยมศึกษาบางแห่งปฏิเสธการรับเด็กพิการเข้าเรียน
ซึ่งนายสุนัย จุลพงศธร เลขานุการรมว.ศึกษาธิการ เป็นผู้รับเรื่องแทน
โดยพ.ท.ต่อพงษ์ กล่าวว่า คนพิการยอมรับว่ารัฐและกระทรวงศึกษาธิการได้พยายามแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาของคนพิการเต็มที่แล้ว
แต่ก็อยากให้พิจารณาด้วยว่าขณะนี้ ผู้ปกครอง และเด็กพิการส่วนใหญ่ทั่วประเทศก็ยังคงมีปัญหา
เพราะปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทั่วถึงและเป็นระบบ
โดยขณะนี้การศึกษาของเด็กพิการขึ้นอยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครองว่าจะสู้แค่ไหน
ถ้าพ่อแม่ไม่สู้เด็กก็ไม่ได้เรียน ถ้าพ่อแม่สู้มีแรงแบกก็แบกกันไป
แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ยังปฏิเสธที่จะรับเด็กพิการเข้าเรียนร่วม
โดยที่ยอมรับเข้าเรียนมีเพียงส่วนน้อย หากไม่เชื่อก็อยากให้ลองสุ่มตรวจสอบดูก็ได้
พ.ท.ต่อพงษ์ กล่าวต่อไปว่า
พวกตนในฐานะภาคประชาชนอยากบอกรัฐบาลว่า ขอบพระคุณพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้กรุณามอบให้ดร.อดิศัย และ
ดร.รุ่ง แก้วแดง มาทำเรื่องการศึกษา เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการควรต้องเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง
และคนพิการมีส่วนร่วมในการดูแลเรื่องการศึกษาคนพิการมากกว่าที่เป็นอยู่
ถึงแม้ปัจจุบันจะทำได้บ้างแล้วแต่ระดับรากหญ้ายังมีปัญหาเยอะมาก
สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในและนอกโรงเรียน การขนส่งสาธารณะ
การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารไม่มีให้ เมื่อเด็กพิการไปเห็นก็ท้อใจ
ซึ่งเรื่องนี้พวกตนไม่โทษโรงเรียนเพราะรัฐไม่สามารถให้การสนับสนุนได้อย่างเต็มที่
ผู้บริหารหลายโรงเรียนแทบจะร้องไห้กับคนพิการไม่อยากปฏิเสธ
แต่ก็เป็นภาระกับเขาจริง ๆ
"การเคลื่อนไหวของพวกเราเพียงเพื่ออยากให้ภาครัฐเร่งมือดูแลอีกหน่อยและลงไปให้ถึงระดับรากหญ้าที่ยังเหลืออีกเยอะ
ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
พบว่าคนพิการทั่วประเทศได้เรียนประมาณ 1.7 แสนคน ขณะที่คนพิการมีไม่ต่ำกว่า
2 ล้านคน โดยเด็กพิการที่ได้เข้าเรียนเป็นเด็กที่พิการเล็กน้อย
ถึงปานกลางเท่านั้น เด็กที่มีสภาพความพิการรุนแรงหรือปานกลางกึ่งรุนแรงไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนเลย"
พ.ท.ต่อพงษ์กล่าวและว่า ขอยืนยันว่าพวกตนไม่ได้มาร้องทุกข์แต่มาเพื่ออยากให้มีระบบดูแลคนพิการ
ซึ่งกระทรวงจะต้องรับรู้และช่วยเหลือจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนอย่างเดียวไม่ได้
เพราะพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติได้พูดถึงการศึกษาของคนพิการอย่างชัดเจน
และมีกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก การจัดสื่อการเรียนการสอนและการช่วยเหลืออื่นออกมาแล้ว
แต่คนพิการระดับรากหญ้าและผู้ปกครองไม่รู้เรื่องเลยจึงอยากให้คนพิการเข้ามามีส่วนร่วมด้วยไม่ใช่แค่ข้างบนดูแลก็เพียงพอแล้ว
เพราะยังมีอะไรที่ต้องดูแลอีกเยอะ เชื่อว่าเมื่อได้พบรมว.ศึกษาธิการ
ในวันที่ 29 มี.ค. แล้วอะไรคงดีขึ้นเยอะ.
.............................................................................
'อดิศัย' มั่นใจดูแลคนพิการ
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันพุธที่
30 มีนาคม 2548
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ รองประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
และนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกไทย พร้อมด้วยผู้แทนคนพิการทุกประเภท
ได้เข้าพบ ดร.อดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ เพื่อยื่นข้อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
โดยนายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทางสภาฯ ขอให้รัฐจัดองค์กรเพื่อคนพิการและให้องค์กรของคนพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษาทั้ง
13 ศูนย์ นอกจากนี้เรื่องที่ ศธ.ตัดงบฯ จ้างครูสอนเด็กพิการอัตราจ้างนับร้อยอัตราในปีงบฯ
47 และ 48 และให้ใช้เงินกองทุนการศึกษาเพื่อคนพิการ ในการจ้างครูแทนก็เป็นการไม่เข้าใจในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนฯ
ว่าจริงๆ แล้วไม่ควรนำเงินกองทุนไปใช้ในงานประจำที่มีงบฯ
ปกติรองรับอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ขอให้พิจารณาจัดระบบการเรียนร่วมอย่างจริงจัง
ทั้งระบบบริหารจัดการและระบบสนับสนุนบริการ นอกจากนี้นักศึกษาคนพิการที่เรียนระดับอุดมศึกษายังมีปัญหาในการรับบริการจากรัฐบาลอีกมา
จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลจัดระบบบริการนักศึกษาคนพิการด้วย
ด้าน ดร.อดิศัย กล่าวว่า การจัดการศึกษาเพื่อคนพิการขณะนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วโดยเฉพาะกฎหมาย
เพียงแต่เมื่อนำไปปฏิบัติอาจมีปัญหาบ้าง ซึ่งปัญหาที่คนพิการนำเสนอก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ซึ่งตนในฐานะผู้ปฏิบัติก็จะดำเนินการให้เต็มที่ซึ่งจะต้องมีการทำแผนการปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้สะดุดอีก
โดยตนขอให้นำปัญหาทั้งหมดมาวาง แล้วแบ่งการจัดการศึกษาของคนพิการเป็นประเภทต่างๆ
ให้ชัด เพราะการดูแลคนพิการแต่ละประเภทจะไม่เหมือนกัน
นอกจากนี้จะมีการสนับสนุนให้คนพิการสามารถเรียนได้สูงสุดตามขีดความสามารถของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้จะมีการนำแผนงานที่มอบหมายให้ทำมาคุยกันอีกครั้งประมาณเดือนพฤษภาคม
ซึ่งตนคิดว่าการดูแลการศึกษาของคนพิการคงไม่ใช่เรื่องยากนักสำหรับรัฐบาลนี้
|