Skip Navigation

 

 

โลกของคนหูหนวก


English Version หน้าแรก Thai Version

การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรคนพิการแห่งชาติ 9 ธันวาคม 2548

ผมขอเล่าภาพการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรคนพิการแห่งชาติเมื่อวันที่ ๙ ธ.ค. เพิ่มเติมนะครับ
- คนพิการที่มาร่วมทั้งหมดประมาณ ๔๐๐ คน (ตาบอด หูหนวก พิการร่างกาย แขนขา ผู้ปกครอง)
- คนพิการขอใช้พื้นที่รวมตัวบนลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยสงบ มีอาสาสมัครคอยเดินแจกแถลงการณ์เพื่อให้ผู้ขับขี่ยวดยานบนถนนราชดำเนินรับทราบวัตถุประสงค์ของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ อาสาสมัครกล่าวขออภัยก่อนแจกแผ่นแถลงการณ์ ได้รับการสนับสนุนและความเข้าใจจากพ่อแม่พี่น้องที่ผ่านไป-มาอย่างดี
- เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครสนับสนุนรถสุขาและรถพยาบาล
- เข้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ น่ารักและสุภาพมากครับ อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ไม่ต้องให้กลุ่มร้องขอ เพียงแต่ขอความร่วมมือว่าประมาณ ๑๑.๐๐ น. จะมีขบวนเสด็จฯ ขอให้กลุ่มย้ายลงจากลานอนุสาวรีย์ฯ ไปอยู่บนทางเท้า (ซึ่งเราเลือกด้านข้างโรงเรียนสตรีวิทยา) เมื่อขบวนเสด็จฯ จะอำนวยความสะดวกให้กลับขึ้นไปบนลานอนุสาวรีย์ฯ ตามเดิม
- ผู้แทนคนพิการผลัดกันนำเสนอปัญหาต่างๆ ผ่านทางเครื่องขยายเสียงติดรถยนต์ (เจ้าหน้าที่ตำรวจกั้นผิวจราจรไว้ให้หนึ่งเลน) ได้รับความสนใจจากประชาชนที่เดินผ่านไป-มาและหยุดฟังพอสมควร
- ผู้แทนกลุ่มเริ่มประสานงานหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่เราส่งจดหมายเชิญให้มารับหนังสือร้องเรียน (นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคมหาชน และพรรคที่ไม่มี ส.ส. ในสภาอีกบางพรรค)
- กลุ่มส่งผู้แทนไปยื่นหนังสือให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภาด้วย ท่านประธานวุฒิสภากรุณาเดินลงมารับเรื่องด้วยตนเอง ส่วนประธานรสภาผู้แทนฯ กรุณามอบให้ หน. สนง.ประธานสภาฯ รับหนังสือแทน
- ทางกลุ่มประสานกับตำรวจเป็นระยะๆ ว่าจะให้เคลื่อนตัวลงจากลานอนุสาวรีย์เมื่อใด ทำให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจ บรรยากาศดีมากครับ เพียงแต่อากาศเริ่มร้อนขึ้นตามลำดับ
- เวลา ๑๐.๐๐ น. ตำรวจเริ่มประสานขอให้รถยนต์ของกลุ่มคนพิการที่จอดอยู่ริมทางด้าน ร.ร. สตรีวิทยา ภัตตาคารวิจิตร ย้ายออกไปก่อน (เป็นระเบียบการถวายความปลอดภัย) กลุ่มต่อรองขอขยับไปจอดด้านข้าง ร.ร. สตรีวิทยา ก็พอ ตำรวจอนุญาต ส่วนรถคนทั่วไปต้องขับออกไปทั้งหมด บางรายถูกลากออกไป
- กลุ่มเริ่มเคลื่อนย้ายลงจากลานอนุสาวรีย์ โดยตำรวจกั้นการจราจรให้ กลุ่มขอว่าไม่ต้องขนเอาป้ายต่างๆ ข้าวของ เสบียง จำนวนมากลงไปทั้งหมด แต่ขอหลบไว้หลังกระบะดอกไม้ (กทม. จัดดอกไม้ประดับรอบลานอนุสาวรีย์) ตำรวจอนุญาตหลังจากตรวจความปลอดภัยแล้ว
- บนทางเท้าด้าน ร.ร. สตรีวิทยา และ ร้านแม็คโดแนล ตำรวจไว้ใจให้กลุ่มเราจัดระเบียบกันเองในการรอเฝ้ารับขบวนเสด็จฯ
- ในระหว่างนั้น มีผู้แทนหน่วยงานที่เราขอให้มารับหนังสือเรียกร้องทยอยมา ทางแกนนำกลุ่มจึงตกลงใจรับมอบกันบนทางเท้านั้นเลย เดิมตั้งใจจะทำบนลานอนุสาวรีย์ ท่านแรกที่มาคือ ส.ส. วิชิต ปลั่งศรีสกุล ได้รับมอบหมายจาก หน พรรคไทยรักไทย บรรยากาศดีครับ ท่านรับปากว่าพรรคจะให้การสนับสนุนการร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ โดยขอให้ผู้แทนคนพิการร่วมด้วย เริ่มงานกันได้เลยสัปดาห์หน้า
- ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานต่างๆ อย่างน่าพอใจ อาจารย์เสน่ห์ จามริก ขอมอบให้ คุณสุนีย์ ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ มารับในนามคณะกรรมสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติ พบปะพูดคุยกับคนพิการจนเป็นที่พอใจ
- พรรคมหาชนมอบหมายผู้อำนวยการพรรค คุณทวีพงษ์ มารับ นัดหมายกันว่าจะมา ๑๐.๓๐ น. แต่ภายหลังแจ้งขัดข้องเนื่องจากต้องไปชี้แจงที่ กกต. ด่วน มีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาประสานว่าจะมารับแทน ทางกลุ่มปฏิเสธ ขอเป็นหัวหน้าพรรค รอง หน พรรค หรือ ส.ส. หรือ ผู้อำนวยการพรรค ในที่สุด คุณทวีพงษ์ (ผอ. พรรค) เสร็จภารกิจที่ กกต. จะรีบมารับเรื่องเองเวลาไม่เกิน ๑๒.๐๐ น.
- หัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ (คุณอภิสิทธิ์) โทรศัพท์มาขออภัยด้วยตัวเองว่าได้รับจดหมายเชิญกะทันหัน มารับในวันนั้นไม่ได้ แต่ยังต้องการรับเรื่องด้วยตนเอง วันใดก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ให้กลุ่มนัดหมายมา ทางกลุ่มจึงขอนัดที่ศาลาว่าการ กทม. วันที่ ๑๐ ธ.ค. เวลาบ่าย ที่มีงานวันสิทธิมนุษยชนสากล
- เป็นที่น่าเสียใจว่ากลุ่มพันธมิตรคนพิการไม่ได้รับการติดต่อจากด้านนายกรัฐมนตรีเลย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
- หลังจากรอขบวนเสด็จฯ ระยะหนึ่ง ทราบจากตำรวจว่าหมายกำหนดการยังไม่แน่นอน กลุ่มจึงประสานขอรีบรับประทานอาหารเพื่อจะเคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเลย ส่วนผู้แทนพรรคมหาชนยังเดินทางไม่ถึง กลุ่มจึงประสานขอให้ไปรับหนังสือที่หน้าทำเนียบเลย ผู้แทนพรรคตกลง
- อากาศร้อนมาก คนพิการเริ่มอ่อนเพลีย เนื่องจากส่วนมากเดินทางมาจากต่างจังหวัดตอนกลางคืน ถึงกรุงเทพฯ เช้าวันนั้นเลย
- เมื่อกำลังจัดขบวนไปทำเนียบ จนท. ตำรวจนอกเครื่องมาประสานว่าทางทำเนียบจะส่งเจ้าหน้าที่มีรับหนังสือ แต่ทางกลุ่มมีความเห็นตรงกันทั้งหมดว่าจะเดินขบวนไปทำเนียบเองเพราะเริ่มตั้งขบวน เริ่มร้อนและหงุดหงิดแล้ว ต่อมามี จนท. มาบอกว่า พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ รองเลขาธิการนายกฯ จะมารับเรื่อง ไม่ต้องเดินขบวนไป ทางกลุ่มยืนยันว่าไม่ต้องมาแต่จะเดินไปมอบเองเพราะตั้งขบวนเสร็จแล้ว บรรยากาศเริ่มเครียดเนื่องจากคนพิการรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ตอบสนองอย่างสร้างสรรค์เท่าที่ควร เพิ่งมีการประสานกลับมาเมื่อรู้ว่าคนพิการจะเดินขบวนไปทำเนียบแล้วเท่านั้น
- กลุ่มประสานงานกับตำรวจเพื่อใช้เส้นทางที่เหมาะสมที่สุด (กรณีขบวนเสด็จฯ มาขณะที่มีการเคลื่อนขบวนของคนพิการ) และตกลงกันใช้เส้นทางสะพานเฉลิมวันชาติ แยกวิสุทธิกษัตริย์ ข้ามคลองผดุงฯ เลี้ยวขวาข้างกระทรวงศึกษาฯ กลุ่มต้องหยุดพักเพราะอากาศร้อน เหนื่อยมาก แต่ขวัญกำลังใจยังดี เลี้ยวซ้ายผ่านหน้ากระทรวงศึกษาฯ จนท. ทำเนียบ มาดักหน้าให้ขบวนเลี้ยวไปหยุดหน้าประตู ๕ (ประตูทำเนียบด้านตรงข้าม ศธ.) กลุ่มทราบว่ารองเลขานายกฯ จะไม่ลงมารับหนังสือด้วย ระหว่างนั้นผู้แทนพรรคมหาชนประสานมาว่ารออยู่หน้าทำเนียบแล้ว
- กลุ่มจึงตัดสินใจเดินขบวนต่อไปเพื่อไปประตูทำเนียบด้านตรงข้ามสำนักงาน กพ. แต่ตำรวจนำแผงเหล็กมาปิดถนนพิษณุโลกทั้งสาย ขอเรียนว่าคนพิการไม่ได้ปิดถนนนะครับ เมื่อตำรวจนำแผงเหล็กมาปิดดักหน้า ขบวนจึงหยุดชะงักบนถนนและหลังขบวนขึ้นมาสมทบจนทำให้ดูเต็มถนน ตำรวจไม่ยอมให้ขบวนผ่านแม้ว่ากลุ่มพยายามบอกว่าเปิดช่องจราจรช่องเดียวหรือทางเท้าข้างรั้วทำเนียบให้ขบวนผ่านไป เมื่อมอบหนังสือเสร็จจะรีบกลับทันทีเพราะทุกคนเหนื่อยมาก กลุ่มพันธมิตรคนพิการได้ประกาศไว้ล่วงหน้าแล้วว่าไม่มีเจตนาให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไป
- ตำรวจพื้นที่นั้นจึงเป็นต้นเหตุให้จราจรติดขัดเพราะกักขบวนคนพิการไว้กลางสี่แยก แล้วก็มีตำรวจนายหนึ่งเข้ามาใส่อารมณ์ว่ารถติดถึงประตูนำแล้ว กลุ่มก็บอกว่าให้ตำรวจเปิดแผงเหล็กให้คนพิการขึ้นบนทางเท้า ตำรวจไม่ยอม ในขณะนั้นกลุ่มจึงประสานกับคุณทวีพงษ์ ผอ. พรรคมหาชนที่มารออยู่ ให้รับหนังสือร้องเรียนของกลุ่มและปราศรัยกันกลางถนนนั้นเลย
- ทางกลุ่มใช้เวลาที่ชะงักงันอยู่นั้นเปิดเทปบันทึกเสียงทั่นนายนกฯ ทักษิณ เมื่อครั้งปราศรัยกับสมาคมคนตามบอดแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี ๒๕๔๓ ทำให้ประชาชนที่ผ่านไปมาและหยุดฟัง ได้ยินคำหวานหยาดเยิ้มหยดย้อยที่ทั่นเคยพลั้งปากไว้กับคนพิการ
- ทาง จนท. ทำเนียบเพิ่งจะเริ่มทำหน้าที่จริงจังขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผลในการประสานกับฝ่ายรัฐบาล จึงเป็นผลให้ขบวนก็หยุด รถก็ติด เพราะตำรวจปิดถนน จนเมื่อ พล.ต.ต. ปราโมทย์ ผบก.น.๑ มาถึง การเจรจาจึงเริ่มดีขึ้น มีการรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกันมากขึ้น เมื่อรับคำชี้แจงจากกลุ่ม ท่านจึงสั่งการให้เปิดแผงเหล็กทันที ขบวนเคลื่อนขึ้นบนทางเท้า การจราจรไหลเลื่อนได้จนเป็นปกติ ขนาดนั้นตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษยังพยายามกั้นขบวนบนทางเท้า ทำให้คนพิการรู้สึกไม่พอใจมาก
- ในที่สุดได้ท่าน พล.ต.ต. ปราโมทย์ ได้ประสานจนฝ่ายรัฐบาลส่ง ส.ส. สุนัย จุลพงศธร คณะทำงานของทั่นนายกฯ ลงมารับหนังสือ คนพิการส่วนใหญ่ไม่ยอม เนื่องจากรู้สึกว่ารัฐบาลดูถูกประชาชนเกินไป ไม่ใช่ว่าคนพิการไม่ให้เกียรติ ส.ส. สุนัยฯ แต่เพราะพฤติกรรมโยกโย้ ยึกยัก จนกลุ่มต้องเคลื่อนย้ายจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาทำเนียบโดยไม่จำเป็น แต่ในที่สุดแกนนำกลุ่มก็ตกลงใจกันว่าจะมอบหนังผ่าน ส.ส. สุนัย ไปให้ ทั่นนายกฯ มอบกันบนทางเท้าข้างทำเนียบนั่นแหละ อาสาสมัครก็เดินแจกใบแถลงการณ์ให้พ่อแม่พี่น้องที่ใช้ถนนรอบบริเวณนั้น
- ท่าน ส.ส. สุนัย ก็ปราศรัยชี้แจง บรรยายสรรพคุณทั่นนายกฯ สรรพคุณรัฐบาล ตามปกติ ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้คนพิการเลย เจรจาโต้ตอบกันด้วยดีจนได้เวลาพอสมควร ก็จบ
- ก่อนแยกย้ายกันกลับกลุ่มพันธมิตรคนพิการแห่งชาติร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชาพร้อมเพรียงกัน เป็นเครื่องหมายของความรักสามัคคีของคนพิการทุกประเภทและความจงรักภักดี
- รายละเอียดมีอีกครับระหว่างปฏิบัติการ ขอให้สมาชิกช่วยกันต่อเติมนะครับ

พ.ท.ต่อพงษ์ กุลครรชิต

 

 

กลับไปหน้าแรก

Hosted by www.Geocities.ws

1