Skip Navigation

 

โลกของคนหูหนวก


English Version หน้าแรก Thai Version

ภาษา "Baby Signs" หลักสูตรสื่อสารกับลูกน้อย

โดย ศิวพร อ่องศรี

พ่อแม่มือใหม่ทั้งหลายเมื่อมีเจ้าตัวเล็กเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว เป็นธรรมดาว่าต้องเกิดปัญหากับเสียงร้องของลูกน้อยที่ไม่ทราบสาเหตุ ว่าเกิดจากอะไร หรือต้องการสื่อสารอะไร

พ่อแม่มือเก๋าเองก็ใช่จะไม่มีปัญหา เพราะบางครั้งการสื่อสารกับลูกน้อยอาจจะเข้าใจไม่ตรงกันก็ได้

แต่ปัจจุบันปัญหาในเรื่องการสื่อสารกับเจ้าตัวเล็กกำลังจะหมดไป เมื่อมีบทเรียนหลักสูตรการสื่อสารกับเจ้าตัวเล็ก โดยสถาบันพัฒนาการและการเรียนรู้ Gymboree และโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ที่จัดให้มีการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้น เรียกว่า "การสื่อสารด้วยท่าทาง Baby Signs"

นับเป็นวิธีใหม่ในการสื่อสารกับทารกและเด็กๆ โดยที่ไม่ต้องรอจนเด็กพูดได้ ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจได้ว่าตอนนี้ลูกตัวน้อยคิดและต้องการอะไรอยู่

"ดร.ซูซาน กู๊ดวินท์" ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและพัฒนาการเด็ก จาก California State University ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารในเด็กเล็ก เล่าถึงเรื่องราวของ "Baby Signs" หรือภาษาท่าทางของเด็ก ว่าสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์

โดยในช่วงที่เด็กอายุ 9-10 เดือน เด็กสามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่ตนเองต้องการได้ แต่ไม่สามารถที่จะสื่อสารด้วยคำพูดออกมาให้ผู้ปกครองได้ทราบ ซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกหดหู่หรือผิดหวัง เช่นเดียวกันกับผู้ปกครอง หรือพ่อแม่ที่พยายามจะทำความเข้าใจความต้องการของลูกน้อย ซึ่งไม่สามารถเข้าใจได้ก็จะเกิดปัญหา วิตกกังวล

"แต่ในอีกทางหนึ่งการที่เด็กสามารถแสดงให้ผู้อื่นทราบว่า ตนเข้าใจหรือเห็นสิ่งใด ทำให้เด็กสามารถแบ่งประสบการณ์ของตนให้กับผู้เลี้ยงดูเข้าใจได้ เป็นการส่งเสริมความมั่นใจในตนเอง ตลอดจนความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้นในตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของเด็ก"

เด็กๆ หลายคนได้สร้างภาษากาย หรือสัญลักษณ์ เพื่อใช้แทนสิ่งที่ตัวเองอยากพูดถึง เช่น ถ้าเด็กเอามือปิดปาก คือ "เด็กต้องการจะกินอาหาร"

ดังนั้น หากพ่อแม่เรียนรู้ที่จะทราบความหมายของสัญลักษณ์ของลูกน้อยที่แสดงออกมา เด็กๆ ก็จะใช้สัญลักษณ์ง่ายๆ ในการแทนสิ่งที่เด็กอยากจะสื่อสาร ซึ่งการจะสื่อสารกับเด็ก พ่อแม่ต้องทำให้เด็กๆ นึกถึงท่าง่ายๆ ก่อน เช่น ท่าหิวข้าว หิวน้ำ หรืออยากรับประทานอาหารเพิ่ม โดยการสอนให้ทำท่าทางต่างๆ

ผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารในเด็กเล็ก บอกว่าการใช้ภาษาสัญลักษณ์สำหรับเด็กทารกนั้น สามารถเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กได้

กล่าวคือ ช่วยลดการร้องไห้ อารมณ์โมโห และอาการหงุดหงิด ช่วยให้เด็กสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพ่อแม่ เพิ่มปฏิสัมพันธ์ให้กับผู้ใหญ่ และยังเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และเด็กได้ด้วย

สิ่งที่สำคัญคือ จะทำให้พ่อแม่รู้ว่าลูกของตนรู้อะไรบ้าง ต้องการอะไรบ้าง และเข้าใจสิ่งต่างๆ อย่างไร นับเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ภาษาให้กับเด็กเพื่อใช้ในการสื่อสาร และทำให้เด็กสนใจหนังสือเมื่ออายุมากขึ้น

ส่วนการที่ผู้ปกครองคนไหนคิดว่าการสอนภาษาท่าทางทำให้เด็กพูดช้าลง หรือไม่ยอมหัดพูดเลยนั้น ดร.ซูซานอธิบายว่า การสอนภาษาท่าทางให้กับเด็กในวัยก่อนพูดได้ นอกจากจะทำให้สามารถพูดได้เร็วกว่า และรู้จักคำศัพท์มากกว่าแล้ว เด็กยังสามารถสร้างประโยคได้ยาวกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กในวัยเดียวกันที่ผู้ปกครองไม่เข้าใจภาษาท่าทางของเด็ก ส่งผลต่อการพัฒนาทางด้านสติปัญญาอีกด้วย

ดร.ซูซานพูดถึงขั้นตอนในการสอนภาษาท่าทางให้เด็กเล็ก ว่าขั้นแรกให้เริ่มด้วยคำศัพท์ 2-3 คำก่อน เป็นคำง่ายต่อการจดจำ และจะต้องแสดงท่าทางประกอบคำพูดนั้นเสมอทุกครั้ง ซึ่งจะทำให้เด็กเห็นท่าทางและได้ยินคำศัพท์ และสามารถเชื่อมโยงกันได้

ขั้นตอนต่อมา คือให้ทำท่าทางและพูดคำศัพท์ซ้ำๆ กัน โดยการใช้ท่าทางนี้สามารถสอนได้ให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประจำวัน และจะต้องเปลี่ยนท่าทาง หรือสร้างท่าใหม่ โดยไม่ต้องยึดติดกับท่าทางซึ่งจะต้องสังเกตดูว่าเด็กสามารถสร้างท่าทางออกมาอย่างไร

สิ่งสำคัญคือ พ่อแม่ผู้สอนจะต้องมีความอดทน เพราะในระยะแรกเด็กที่เริ่มฝึกนั้นอายุน้อยเท่าไหร่ ก็จะใช้เวลาในการทำท่าทางออกมาเป็นครั้งแรกนานขึ้น พร้อมทั้งจะต้องชมเชยและกระตุ้นเด็กบ่อยๆ และทำให้กิจกรรมมีความสนุกสนาน

"พิเชษฐ สิทธิอำนวย" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพลย์แอนด์มิวสิค จำกัด หรือ Gymboree เล่าถึงกิจกรรม Baby Sign ว่า เป็นหนึ่งในกิจกรรมเสริมพัฒนาการที่ผู้ปกครองสามารถนำลูกมาเข้าร่วมที่สถาบันพัฒนาการและการเรียนรู้ Gymboree โดย Baby Signs สำหรับเด็กก่อนวัยพูด หรือกำลังหัดพูด ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 2 ขวบ มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา พัฒนาการทางสติปัญญา และพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์

ถ้ายังมองไม่เห็นภาพประโยชน์ที่เกิดขึ้น พิเชษฐยกตัวอย่างจากภาพยนตร์เรื่อง "meet the fogger" ซึ่งมีดาราใหญ่ โรเบิร์ต เดอนีโร แสดง ให้เห็นกันเลย ซึ่งในฉากที่คุณตาสอนหลานให้รู้จักกับสิ่งของ หรือการแสดงท่าทางของหลาน ทุกคนคิดว่านี่คือการแสดง แต่แท้ที่จริงแล้ว ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีหลักสูตรนี้มานานแล้ว

"สิ่งที่แสดงในเรื่องนั้นเป็นหลักสูตรสอนเด็กจริงๆ ไม่ใช่การแสดง"

"อัญชลี สุขภัทราภิรมย์" วัย 36 ปี คุณแม่ของ ด.ญ.ปาลิกา สุขภัทราภิรมย์ หรือ น้องใบเตย วัย 1 ขวบ 3 เดือน เล่าถึงประสบการณ์ของการใช้ท่าทางในการสื่อสารกับลูกน้อยว่า ในตอนแรกไม่เข้าใจว่าทำไมน้องใบเตยถึงทำท่าทางแปลกๆ เช่น เวลาหิวข้าวหรือหิวนมจะร้องไห้ ทำให้เราหงุดหงิดเวลาที่ไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจกับลูก

"ต่อมาจึงพาน้องใบเตยไปเข้ากิจกรรม Baby Signs กับ Gymboree ทำให้เข้าใจน้องใบเตยเพิ่มมากขึ้น จากที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเขาเลย ทำให้เวลานี้ไม่เครียดกับการสื่อสารด้วยท่าทางของลูก"

"คุณแม่เสาวณีย์ อัลลิซัน" วัย 32 ปี คุณแม่ของ ด.ช.เบนจามิน หรือ น้องเบนจี้ วัย 1 ขวบ เล่าว่า ก่อนที่น้องเบนจี้จะสื่อสารด้วยท่าทางนั้น ได้พาเข้าร่วมกิจกรรม Baby Signs โดยใช้ระยะเวลาในการเรียนประมาณ 6-8 สัปดาห์ ตอนแรกรู้สึกว่ายากมากในการที่จะสื่อสารกับลูก แต่หลังจากได้เรียนรู้ท่าทางและภาษากายของน้องเบนจี้ ก็ทำให้เข้าใจได้ว่าลูกต้องการอะไร ต้องการสิ่งไหน

"ครั้งแรกไม่ทราบเลยว่า ในประเทศไทยมีสอนเกี่ยวกับ Baby Signs จนมีเพื่อนมาแนะนำให้รู้จัก ทำให้เรารู้สึกว่ากิจกรรม Baby Signs สามารถแบ่งเบาภาระได้มากขึ้น ทำให้เรารู้จักและเข้าใจลูกมากขึ้นอีกไม่เครียดกับลูก สามารถเลี้ยงดูเขาได้อย่างเข้าใจ"

สังคมโลกทุกวันนี้ยิ่งนานยิ่งมีพัฒนาการต่างๆ มากมาย ภาษาท่าทางของเด็ก หรือ Baby Sign ได้กลายมาเป็นหลักสูตรให้คนเป็นพ่อแม่ได้เรียนรู้เพื่อจะเข้าใจลูก ขณะเดียวกัน เป็นการฝึกพัฒนาการของลูกน้อยรวมทั้งส่งเสริมสติปัญญาของลูกให้พัฒนาขึ้นตามวัย พร้อมพัฒนาการ EQ และ IQ ที่นับวันเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยจะมีสิ่งเหล่านี้เท่าใดนัก โดยเฉพาะอีคิว

หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10509 หน้า 33

กลับไปหน้าแรก

Hosted by www.Geocities.ws

1