Skip Navigation

 

โลกของคนหูหนวก


English Version หน้าแรก Thai Version

คนพิการไทยใต้ร่มพระบารมี 60 ปีครองราชย์

พัชริดา  จันทรักษา

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับคนพิการไทยนั้น  มีมาช้านานแล้ว  ตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงเป็นพระประมุขปกครองประเทศ

พระบรมราโชบายหนึ่ง คือ “งานช่วยเหลือผู้พิการมีความสำคัญยิ่ง...นโยบายที่จะทำก็คือ ช่วยเขาให้ช่วยตัวเองได้  เพื่อที่จะให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม” ซึ่งได้พระราชทานแก่คณะกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2527

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้เพียงทรงงานและอุทิศพระวรกายเพื่อคนพิการเท่านั้น  แต่ยังได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์  เพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการ และเสด็จพระราชดำเนินไปติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อองค์กร มูลนิธิ ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนพิการอย่างมาก หากทรงได้รับการกราบบังคมทูลเชิญให้เสด็จไปงานที่จัดหาเงินช่วยเหลือองค์กร มูลนิธิ ที่ช่วยเหลือคนพิการ  จะโดยเสด็จโดยเต็มพระทัย และสนพระทัยในการแสดงของคนพิการที่รวมใจกันแสดงถวายให้ทอดพระเนตรหน้าพระพักตร์

ผู้ยากไร้  ผู้ด้อยโอกาส  กระทั่งผู้ที่พิการทั้งพิการตั้งแต่กำเนิดและพิการภายหลัง  ต่างได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากน้ำพระทัยอย่างทั่วหน้ากัน  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ในวาระมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในปีนี้  ประธานสภาสังคมเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานวันคนพิการขึ้น ภายใต้ชื่อ “ใต้ร่มพระบารมี 60 ปี ทรงครองราชย์” ที่สวนอัมพรเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้  เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและวาระอันเป็นมงคลที่ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี

นายณัฐพัชร์  อินทุภูติ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ กล่าวให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า เป็นเพราะทั้งสองพระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อคนพิการนั่นเอง  ทำให้องค์กร หน่วยงาน  และประชาชนทั่วไป เปิดโอกาสให้คนพิการได้ฟื้นฟูและพัฒนาความสามารถในทักษะด้านต่างๆ  กระทั่งทำให้คนพิการได้ฝึกอาชีพ  มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว  ไม่เป็นภาระของคนอื่น

การจัดงานวันคนพิการปีนี้  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ยังได้พระราชทานอาหารกลางวันเลี้ยงคนพิการเป็นประจำเช่นทุกปี

จากสถิติของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล  พบว่ามีคนพิการที่อยู่ในวัยทำงานประมาณ 1 – 3 ล้านคน  โดยจำนวนนี้มีโอกาสทำงานในสถานประกอบการจำนวน 8,000 คนเท่านั้น  และประกอบอาชีพอิสระอีกประมาณ 20,000 คน

จากสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ายังมีคนพิการอีกเป็นจำนวนมากที่ยังขาดปัจจัยสนับสนุนส่งเสริมการงานทำ  ซึ่งยังไม่อาจหางานทำเพื่อหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว

ในงานวันคนพิการที่จัดขึ้นปีนี้ที่สวนอัมพร  หนึ่งในบุคคลพิการตัวอย่างปี 2549 ต้น นามแก้ว ผู้พิการทางกาย  ขากุดเดินไม่ได้  มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวเล่าถึงความรู้สึกที่ต้องมาเป็นคนพิการใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า เดิมเป็นคนเกิดมาร่างกายครบ 32 ต่อมาเมื่ออายุ 2 ขวบได้รับอุบัติเหตุรถชนทับขาซ้ายเหนือเข่า  จึงทำให้ต้องกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้

“ตั้งแต่เป็นคนพิการมา  เท่าที่ดูแล้วคนพิการไทยได้รับโอกาสต่างๆ มากเมื่อเทียบกับคนพิการแถบเอเชียอาคเนย์ด้วยกัน  และยังโชคดีที่พระเจ้าอยู่หัวของเราและพระบรมวงศานุวงศ์ได้ให้ความสนพระทัยและมีพระมหากรุณาธิคุณแก่คนพิการอย่างมาก  ทำให้คนอื่นๆ ในสังคมได้หันมาสนใจคนพิการ”

ต้น นามแก้ว  บอกว่า เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเป็นคนพิการตัวอย่างในปีนี้  ซึ่งคงเป็นเพราะตนมีความกตัญญูพากเพียร  และต่อสู้กับความโชคร้ายโดยไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตาชีวิต  ขยัน  อดทน  และทำงานทุกอย่างถึงแม้ว่าต้องขาดเสาหลักในครอบครัวไปทั้งพ่อและแม่แล้วก็ตาม

“คนพิการ เรื่องของกำลังใจจะสำคัญที่สุด  เพราะจะเป็นส่วนผลักดันให้สามารถคิดสามารถทำงานต่างๆ ได้อย่างไม่ท้อแท้  ผมเองมีกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้างอีกทั้งน้องสาว 2 คน  ที่ผมต้องรับผิดชอบก็เป็นกำลังใจให้กับผมด้วย  เพราะเราก็เหลือกันอยู่เพียงแค่นี้”

อีกคนที่ได้รับรางวัลด้วยเช่นกัน  คือ นางสาวนฤมล  บัวเงิน  พิการโปลิโอ  นฤมลเป็นอีกคนที่ไม่ได้พิการมาแต่กำเนิด  แต่เพิ่งมาพิการเมื่ออายุ 1 – 2 ขวบ  เนื่องจากอยู่ๆ ก็มีอาการแขนขาอ่อนแรง  กล้ามเนื้อลีบ  เคลื่อนไหวและช่วยเหลือตัวเองได้น้อย  สามารถใช้มือขวาได้ข้างเดียว

เธอบอกว่า  โชคดีที่มีครอบครัวอบอุ่น  คอยให้กำลังใจ และคอยส่งเสริมพัฒนาความสามารถของเธออยู่เสมอ  จึงทำให้ความพิการของเธอไม่เป็นปัญหาอะไรกับชีวิต  เธอเองก็พยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

“ไม่เคยท้อแท้กับชีวิตเลย  ไม่เคยกล่าวโทษโชคชะตาที่ทำให้มาเป็นแบบนี้  ถือว่าเป็นเรื่องของกรรมในอดีต  ที่สำคัญคนที่อยู่กับเรา  พ่อแม่พี่น้องเป็นกำลังใจให้เราทุกคน  การได้รับเลือกเป็นคนพิการตัวอย่างปี 2549 อาจเป็นเพราะเราเองถึงจะพิการ  แต่ก็ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด  ความพิการไม่ได้มาปิดกั้นการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น อาทิ  เป็นหนึ่งในคณะทำงานของศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการนนทบุรี  มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้พิการและครอบครัวให้เข้ามาเป็นสมาชิกของศูนย์  ชี้แนะแนวทางการดำรงชีวิตแก่เพื่อนผู้พิการ  ให้ข้อมูลข่าวสาร  เกี่ยวกับสิทธิ  โอกาสของผู้พิการ”

นอกจากนี้อีกหน้าที่ของนฤมล คือ คัดเลือกดารา  ศิลปิน  ที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของงานวันคนพิการในแต่ละปี

เธอบอกว่าแต่ละคนที่เลือกมานั้น  จะเน้นถึงประวัติและคุณธรรมรวมถึงการทำงานของดารา  นักแสดงเหล่านั้นว่า  ผู้ใดที่มีพฤติกรรมเห็นปรากฏชัดว่ามีความเมตตาต่อคนพิการอย่างไร  จะคัดเลือกเพียงหนึ่งคนต่อปี  เสนอชื่อเข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณยกย่องสรรเสริญในงานวันคนพิการ

ชีวิตของแต่ละคนที่เกิดมาไม่มีใครเลือกเกิดได้  แต่สามารถเลือกที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้  ทั้งเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น

ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราโชบายให้คนพิการช่วยเหลือตัวเองได้และสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม

 

หนังสือพิมพ์มติชนรายวันวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549

กลับไปหน้าแรก

Hosted by www.Geocities.ws

1