Skip Navigation

 

โลกของคนหูหนวก


English Version หน้าแรก Thai Version

เธคไทย100% เสียงดังเกินพิกัด

หากจะกล่าวถึง "หู" อวัยวะคู่สำคัญนั้น ต้องบอกว่า เป็นระบบประสาทสัมผัสที่มีความสำคัญรองลงมาจากตาก็ว่าได้ แต่ด้วยวิถีชีวิตประจำวันทำให้คนเราให้ความสำคัญกับหูน้อยลง โดยเฉพาะเด็กยุคใหม่ที่นิยมเข้าเธคเข้าผับที่เปิดเสียงดังสุดขั้ว หรือจำนวนไม่น้อยที่เปิดเพลงดังตั้งแต่ต้นซอยไปจนถึงท้ายซอย กระทั่งมีความสามารถในการได้ยินน้อยลงทั้งที่อายุยังน้อย

ทั้งนี้ ระดับความดังของเสียงที่เกินปกตินั้น องค์การอนามัยโลกได้กำหนดเอาไว้ที่ 85 เดซิเบลขึ้นไป

วิโรจน์ เล้งรักษา จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดลให้ข้อมูลจากการวิจัยเรื่องเสียงในสถานบันเทิงดิสโก้เธคว่า สถานบันเทิงมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความเสี่ยง ผลการตรวจวัดเสียงมีระดับความดังของเสียงเกินค่ามาตรฐานของกระทรวงแรงงาน คิดเป็นร้อยละ 100 โดยระดับเสียงมีค่าระหว่าง 90.5-117.0 เดซิเบล โดยผลการตรวจระดับการได้ยินของพนักงานพบว่า ผิดปกติร้อยละ 88.89 โดยผิดปกติที่ระดับการได้ยิน 26-35 เดซิเบล ร้อยละ 67.86 และพบหูผิดปกติทั้งสองข้างร้อยละ 63.4ขณะที่แสงสว่างในการทำงานโดยเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐานเช่นกัน

ส่วนผลการตรวจสมรรถการมองเห็นเมื่อเทียบกับแผนงานมาตรฐาน ตามลักษณะงานพบว่า สมรรถภาพของการมองเห็นไม่เหมาะสมกับงาน ร้อยละ 47.7 ส่วนใหญ่มีความผิดปกติการมองเห็นระยะไกล ร้อยละ 30.8

ผลการวิจัยยังชี้ชัดด้วยว่า พนักงานไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลร้อยละ 100 นอกจากนี้ ยังไม่มีที่พักสำหรับพนักงาน พนักงานไม่ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ได้รับความรู้ด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย ระบบระบายอากาศไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเปิดบริการพบว่า มีควันบุหรี่จากลูกค้าที่มารับบริการ

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจอีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจที่เป็นไปในทำนองเดียวกันก็คือ การออกไปสำรวจสถานบันเทิงประเภทดิสโก้เธคของกรมควบคุมโรค ที่ น.พ.กำจัด รามกุล ผอ.สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม สรุปเอาไว้ว่า พนักงานที่ทำงานภายในหูเสียตาเสื่อมและปอดทรุดกันถ้วนหน้า จากภัยของ แสง เสียง และควันบุหรี่

ส่วนเรื่องความดังนั้น โดยรวมจะอยู่ที่ 90-120 เดซิเบล ซึ่งช่วงหลังเวลา 22.00 ไปจนถึง 01.00 น. จะเป็นช่วงที่สถานประกอบการเปิดเพลงเสียงดังขึ้น โดยระดับเสียงดังสูงสุดที่ตรวจวัดได้ ในบางสถานประกอบการสูงถึง 148 เดซิเบล

นอกจากนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมยังพบว่า ขณะนี้วัยรุ่นไทยกำลังเสี่ยงกับการใช้เครื่องมือไฮเทคโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะการฟังเพลง ซึ่งความชอบทั่วไปของวัยรุ่นมักจะต้องฟังดัง ๆ เสียงเบสหนัก ๆ เพราะฟังแล้วสะใจในอารมณ์

นิตยา จันทร์เรือง มหาผล โฆษกสธ. เปิดเผยว่า รายงานการศึกษาพบว่าการฟังเพลงที่เปิดดังมาก มีส่วนทำให้ปอดแฟบ เนื้อปอดไม่สามารถขยายได้ จะทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวได้พบวัยรุ่นชายในสหรัฐ 4 คน มีปัญหาหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก หลังจากที่ฟังเพลงที่เปิดเสียงดังมาก โดย 3 คนเกิดอาการระหว่างดูคอนเสิร์ต ส่วนวัยรุ่นอีก 1 คน เกิดอาการระหว่างฟังเพลงในรถยนต์ที่ขับเอง ซึ่งเด็กรายนี้ติดตั้งเบสขนาด 1,000 วัตต์ เนื่องจากเป็นคนที่ชอบฟังเพลงที่เสียงดัง ๆ

นอกจากนั้น ยังพบว่า วัยรุ่นบางกลุ่มที่มีฐานะ ยังนิยมที่จะลงทุนแต่งรถเพื่อประกวดความดังของเครื่องเสียงอีกด้วย

"ในทางวิทยาศาสตร์ คลื่นเสียงจัดเป็นพลังงาน และสามารถรบกวนระบบการทำงานในร่างกายได้ เช่นเดียวกันวงการแพทย์ระบุว่าหากอยู่ในที่ที่มีระดับเสียงดังมากกว่า 80 เดซิเบลนาน ๆ กระทบต่อหู อาจทำให้หูหนวก หูตึง ไม่ได้ยินเสียงพูดในระดับปกติ โดยขณะนี้มีคนทั่วโลกกำลังมีปัญหานี้ถึง 120 ล้านคน นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดตามมาได้"นิตยาแจกแจง

สำหรับแนวทางการป้องกันและวิธีลดความดังของเสียง ในเบื้องต้นจะต้องควบคุมที่แหล่งกำเนิด เช่น จากที่เคยเปิดฟังเพลงเสียงดังก็ลดระดับเสียงลงมา หลีกเลี่ยงการไปในที่เสียงดังๆ การออกแบบอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรให้มีการทำงานที่เงียบ หรือการควบคุมที่ทางผ่านของเสียง เพิ่มระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงและผู้รับเสียง ทำให้มีผลต่อระดับเสียง โดยระดับเสียงจะลดลง 6 เดซิเบล ทุก ๆระยะทางที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้ยืนต้นที่มีใบดกบริเวณริมรั้ว ช่วยในการลดเสียงได้เช่นกัน ซึ่งเหมาะมากสำหรับบ้านที่อยู่ถนนใหญ่มีรถวิ่งไปมาตลอดทั้งวัน

ส่วนการควบคุมการรับเสียงที่ตัวเราเองสามารถทำได้ ก็คือ การใช้อุปกรณ์ป้องกันต่อหู เพื่อลดความดังของเสียงมี 2 แบบคือ ที่ครอบหู จะปิดหูและกระดูกรอบ ๆ ใบหูไว้ทั้งหมด สามารถลดระดับความดังของเสียงได้ 20-40 เดซิเบล หรือตัวปลั๊กอุดหู ทำด้วยยาง หรือพลาสติก ใช้สอดเข้าไปในช่องหูสามารถลดระดับความดังของเสียงได้ 10-20 เดซิเบล

 

 

โดย ผู้จัดการรายวัน 8 ธันวาคม 2547

กลับไปหน้าแรก

Hosted by www.Geocities.ws

1